
การะเกด วงษ์เทศ นักบริหารหนุ่มอินดี้ที่มีวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง ทายาทของนักเขียนชื่อดัง สุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำปี 2545 ได้พิสูจน์ความฝันของตนเองเป็นจริงด้วยการสร้างรีสอร์ตที่มีสไตล์เฉพาะตัว “ลา เอ นาตู เบดแอนด์เบเกอรี่” (la a natu bed & bakery) ที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งการทำงานของเขานั้นได้รับการบอกเล่าว่า “เป็นคนตามฝัน”
การะเกด วงษ์เทศ หนุ่มวัย 35 ปี ลูกชายคนสุดท้องของ สุจิตต์-ศ.ปราณี วงษ์เทศ เล่าถึงชีวิตที่ผ่อนคลายของเขาว่า หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เขาเลือกเข้าเรียนที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากความชื่นชอบในการปลูกต้นไม้ที่มีมานานตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะการไปตามพ่อซึ่งเป็นนักเขียนไปต่างจังหวัดและได้เห็นชีวิตทุ่งนารวงข้าว ซึ่งเขาชื่นชอบแม้จะไม่ได้มีความรักกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
หลังจากจบการศึกษา การะเกดเริ่มต้นทำงานในสายงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน ด้วยการจัดดอกไม้และจัดสวนตามงานอีเวนต์ต่างๆ ต่อมาได้ตัดสินใจลงทุนเปิดโรงแรมเล็กๆ โดยไปเรียนคอร์สเกี่ยวกับการโรงแรมที่ Cesar Ritz ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลา 1 ปี แล้วกลับมาทำโรงแรมทันที
การเรียนการโรงแรมและร้านอาหารในคอร์สที่สวิตเซอร์แลนด์ช่วยให้การะเกดได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับทั้งวิชาการ 6 เดือนและฝึกงานในร้านอาหารอีก 6 เดือน เมื่อเรียนจบแล้ว เขาได้ร่วมกับเพื่อนๆ เปิดรีสอร์ตริมทะเลในพื้นที่ชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ซึ่งรีสอร์ต “ลา เอ นาตู” ที่เขาออกแบบนั้นมีทั้งหาดส่วนตัวและนาข้าวขั้นบันได พร้อมทั้งสถาปัตยกรรมผสมผสานกับความโมเดิร์น ที่เน้นความสมดุลและการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เขาใช้เวลาถึง 3 ปีในการสร้างฝันนี้จนสำเร็จและบริหารกิจการได้มา 6 ปีแล้ว
หนุ่มผู้ฝันไกลคนนี้ตั้งใจว่าจะลงมือปลูกข้าวทำนาอย่างจริงจัง โดยก่อนหน้านี้เขาได้ไปทดลองปลูกข้าวปลอดสารพิษที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นที่นาของคุณพ่อ และได้นำข้าวที่ได้มาใช้ที่รีสอร์ตด้วย แต่เขาก็ยังอยากพัฒนาแบรนด์ข้าวหอม "เกด" ให้เติบโต เพื่อส่งมอบข้าวคุณภาพดีให้แก่ผู้บริโภค
แม้จะดูเหมือนนักบริหารหนุ่มที่มีลักษณะเป็นคนฝันและมีสไตล์เฉพาะตัว แต่เกดได้เผยถึงหลักการใช้ชีวิตของตนเองด้วยความอารมณ์ดีว่า "ทุกอย่างในชีวิตล้วนมาจากแรงบันดาลใจมากกว่าการมุ่งหวังผลทางการเงินหรือภาพลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดดอกไม้ การปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่การทำโรงแรม ผมมองว่า ถ้าทำงานเพื่อเงินหรือหน้าตา มันไม่ใช่ตัวตนจริงๆ หากปราศจากแรงบันดาลใจในการทำงานก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เราจึงต้องทำสิ่งนั้นจากใจจริง เช่นเดียวกับคำพูดที่ว่า 'ทำไม่ได้คิด คิดไม่ได้ทำ' เพื่อทำให้ความฝันกลายเป็นจริงครับ" นี่คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของนักบริหารหนุ่มผู้มีอารมณ์ดี
