สุขสันต์วันสุดท้ายของเดือนแรกในปี! "Student Idol" ดีใจกับมนุษย์เงินเดือนกันนะ ไม่แน่ใจว่าไปช็อปปิ้งกันหมดหรือยัง (อิจฉาจริงๆ) ในขณะเดียวกัน...เชื่อเถอะ!! หลายๆ คนก็คงรู้สึกเหงาเหมือนเดิม เพราะเงินเดือนที่หายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ใช้ก็หายไปอย่างลอยตัวเหมือนผี แต่เอาน่า...อย่าท้อแท้ในโชคชะตา ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะรวย (จริงไหม...555)
มาถึงเรื่องของเรา....สัปดาห์นี้ขอแนะนำพริตตี้สาวสวย หน้าหวานและใจสู้ เป็นนักศึกษาจากเอแบค เธอคือใคร? สวยสะดุดตาอย่างไร? มาติดตามกันเลย
ชื่อ นามสกุล : อนัญญา โฆษิตเสถียรพงศ์
นิกเนม : หมามุ่ย
ชื่อจีน : หมุ่ยฮั้ว, เหม่ยหัว
อายุ : 22 ปี
วันเกิด : 4 กุมภาพันธ์ 2536
พี่น้อง : คนที่ 2 มีพี่สาว 1 คน ห่างกัน 1 ปี
น้ำหนัก : 50 กิโลกรัม
ส่วนสูง : 161 เซนติเมตร
ศึกษา : คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ
สถาบัน : มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
อาหารที่ชอบ : เนื้อ (ไม่รู้ทำไม แต่ชอบทุกเมนูที่เกี่ยวกับเนื้อ มันอร่อยทุกอย่างเลย)
ที่เที่ยวสุดโปรด : ทะเล
ศิลปินในดวงใจ : ฮยอนอา (จำได้ดีเลยว่า เมื่อได้ดูเธอเต้นครั้งแรก กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเริ่มต้นเต้นตั้งแต่นั้น)
สัตว์เลี้ยง : น้องหมา
สไตล์การแต่งตัว : เสื้อยืด กางเกงขาสั้น
เฟซบุ๊ก : Ananya Mui Mamui Kositsatienpong
อินสตาแกรม : mui.mamui

"หมามุ่ย" สาวสวยประจำสัปดาห์ของเรา จบการศึกษาระดับ ปวช. จากโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ ก่อนจะเลือกเรียนต่อที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มาฟังจากปากน้องมุ่ยกันเลยดีกว่า

ถามว่าเรียนยากมั้ย
"ตอนนี้หนูเรียนอยู่ปี 4 เป็นเทอมสุดท้ายแล้ว ดีใจมากๆ ใกล้จบแล้ว ถามว่าเรียนยากมั้ย ก็ต้องบอกว่ามีความยากนะคะ โดยเฉพาะเลขเยอะมาก แต่ก็จะจบแล้วล่ะ เรื่องเรียนสำคัญมากๆ ถ้าเราไม่มีความรู้ที่ดี ก็อาจจะจบไปแล้วไม่ได้ทำงานที่ดี หนูว่าเรื่องเรียนคือสิ่งสำคัญจริงๆ"

นักศึกษาทุน...เชียวนะ
"หนูได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย ตอนนั้นมหาวิทยาลัยเปิดรับสัมภาษณ์หนูไปสัมภาษณ์ในโควตากิจกรรม ซึ่งเกรดเฉลี่ยต้องตามที่กำหนดด้วย แล้วหนูก็ทำเกรดได้ตามที่ต้องการ เลยลองไปสัมภาษณ์ และเอาผลงานต่างๆ ที่ทำไว้ให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณา เช่น งานกีฬาสี และงานที่ช่วยโรงเรียน ก็ได้สัมภาษณ์ผ่านและได้รับทุนเรียนจนถึงปี 4 แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาเกรดให้ไม่ต่ำกว่า 2.75 ต้องตั้งใจเรียน จากปกติที่ต้องจ่ายเทอมละ 50,000-60,000 บาท แต่พอได้ทุน จ่ายแค่ 10,000 บาทเอง"

แดนเซอร์ พริตตี้ เอ็มซี และนางแบบ
"เมื่อ 4 ปีที่แล้ว หนูเริ่มเรียนเต้นที่แกรมมี่ และพอดีมีคอนเสิร์ตใหญ่ของพี่เบิร์ดในช่วงนั้น พอดีแดนเซอร์ในงานอีเวนต์ต่างๆ ขาด เขาก็เลยให้หนูไปเป็นแดนเซอร์ในงานเล็กๆ ก่อน จากนั้นพอมีงาน ก็เรียกหนูไปเรื่อยๆ ถึงตอนนี้ก็ยังมีงานแดนเซอร์บ้าง แต่ไม่เยอะเหมือนก่อน เพราะหลังจากน้ำท่วมปี 2554 งานก็ลดลงมากค่ะ"

กับอาชีพ "แดนเซอร์"
"ถามว่ายากมั้ยกับการเป็นแดนเซอร์ หนูว่าไม่ยากหรอก แต่ถ้าต้องเต้นในคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มันจะกดดันมาก เพราะต้องซ้อมทุกวัน บางครั้งถึงตี 1 ตี 2 แต่ถ้าเป็นงานอีเวนต์เล็กๆ ก็ไม่กดดันเท่าไหร่ ถ้าหนูเรียนจบแล้วเลือกที่จะทำอาชีพนี้ หรือจะไปเป็นคุณครู คงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องเก่งกว่านี้มากๆ ทุกแนวที่เต้นต้องทำได้ทั้งหมด"

ชื่นชอบอะไรมากกว่ากัน
"งานแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป ถ้าเทียบกับงานพริตตี้ เอ็มซี งานแดนเซอร์จะสบายกว่า เพราะงานพริตตี้ เอ็มซี ต้องยืนทั้งวัน ส่วนงานแดนเซอร์แค่เต้นแป๊บเดียว พอไม่ได้เต้นก็พักได้ตลอด ส่วนงานถ่ายแบบก็จะถ่ายเสื้อผ้าและแฟชั่น ถ้าถามว่าชอบงานไหนที่สุด คงเป็นงานถ่ายแบบ เพราะไม่เหนื่อย แถมได้รูปสวยๆ ด้วย"

เมื่อเรียนจบ!!
"ตอนนี้ยังไม่รู้เลยค่ะ คงไม่เรียนต่อ แต่ก็คงจะรับงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าถามถึงงานในบริษัท หนูว่าไม่เหมาะกับหนู เพราะเคยไปฝึกงานจริงๆ แล้ว ต้องนั่งทำงานในบริษัท หนูรู้สึกว่างานเยอะมาก ไม่เหมาะกับหนูเลยค่ะ"

อาชีพใฝ่ฝัน
"หนูเคยลองทำงานในวงการโฆษณาบ้าง ก็สนุกดีค่ะ แต่มักจะไม่ผ่านการคัดเลือกเวลาค่าแคสต์ (หัวเราะ) หนูรู้สึกว่ามันสนุกนะ แต่ถ้าพูดถึงอาชีพในฝันจริงๆ หนูอยากเปิดร้านอาหารของตัวเอง เพราะหนูเป็นคนชอบกินอาหารและอยากดูแลร้านสวยๆ ของตัวเอง ถ้ามีโอกาส ก็อยากทำค่ะ"

คติประจำใจ
"จริงๆ แล้วหนูไม่ได้ซีเรียสมากนัก แต่เวลาทำอะไร หนูก็ทำเต็มที่ไปเลย หนูเชื่อว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อวันหน้าจะได้ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว"


เรื่องราวดีๆ ของ "Student Idol" วัยรุ่นท่านไหน จะเลียนแบบไม่ว่าอะไรนะคะ... รอติดตามสัปดาห์หน้ากันต่อไป แล้วพบกันใหม่ค่ะ.
