ช่วงนี้ใครๆ ก็แวะนั่งทานกาแฟกันที่ร้านกาแฟสดในช่วงเวลาว่าง จนเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว นอกจากการดื่มกาแฟแก้วโปรดแล้ว หลายๆ คนก็ชอบเพราะบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ไป แต่จะดีแค่ไหนถ้าร้านถัดไปของคุณ(สาวๆ) มีบาริสต้าหล่อๆ มาคอยเสิร์ฟกาแฟ 24 ชั่วโมง! (อ่านเพิ่ม : น่ายกซด! สาวๆ เตรียมกดไลค์รัวๆ บาริสต้าหล่อมาแนะนำ!)
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ร้านกาแฟแห่งหนึ่งได้กลายเป็นกระแสโด่งดังในกลุ่มคอกาแฟ เพราะสาวๆ ที่ได้ไปสัมผัสต่างยืนยันว่า 'ฟินเวอร์' กันทุกคน กับร้าน Ten Thirty Cafe ร้านกาแฟที่กำลังดังอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย ที่นี่มีบาริสต้าโมเดลหล่อๆ ล่ำๆ ตี๋ๆ ที่พร้อมทำกาแฟสุดพิเศษและทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ทำให้การดื่มกาแฟเป็นมากกว่าแค่การผ่อนคลาย แต่ยังเต็มไปด้วยความสนุกและการพบปะเพื่อนใหม่
ไม่ต้องรอช้า! วันนี้ Mytourออนไลน์ จะพาไปสนองความต้องการของสาวๆ กันหน่อย พาไปทำความรู้จักกับบาริสต้าหล่อๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฝีมือในการชงกาแฟจะดีเหมือนหน้าตาหรือเปล่า ต้องไปหาคำตอบกันค่ะ
ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ของบาริสต้าหล่อตัวจริงที่จะแนะนำตัวเองให้สาวๆ รู้จักกันมากขึ้น แต่ก่อนอื่น ขอให้ไปรู้จักกับร้านนี้อีกสักนิดจากหนุ่มตี๋หน้าหล่อ ณุ ภาณุพัทธ์ นวลมณี ตัวแทนบาริสต้าที่จะมาเล่าถึงเรื่องราวของร้านนี้ให้รู้จักกันก่อนค่ะ

ถาม : ขอเล่าถึงที่มาของร้านและการรวมตัวกันของบาริสต้าโมเดลหน่อยค่ะ
ณุ : ร้านของเราพึ่งเปิดมาไม่นาน ประมาณ 3-4 เดือนค่ะ จริงๆ แล้วพวกเราทุกคนเป็นเพื่อนกันมาก่อน และต่างมีความรักในกาแฟเหมือนกัน จึงทำให้มารวมตัวกันได้ โดยพวกเราแต่ละคนมีอาชีพที่แตกต่างกันไป บางคนเป็นนายแบบ บางคนเป็นพิธีกร นักร้อง หรือแม้กระทั่งนักแสดง ทั้งนี้ก็ยังคงทำอาชีพหลักของตัวเอง แต่สิ่งที่ทำให้เรามาอยู่ที่ร้านกาแฟนี้ก็คือ ความรักในกาแฟนั่นเอง
เราพบกันตามงานอีเวนท์และเริ่มสนิทกัน พอมีโอกาสก็มาคุยกันว่า ลองทำอะไรร่วมกันดีไหม มีเพื่อนนายแบบคนหนึ่งที่ชื่อมารีออน ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในบาริสต้าของร้าน เขามีความรู้เกี่ยวกับการชงกาแฟ เพราะเคยไปเรียนมาแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นครูสอนชงกาแฟให้พวกเรา เรียนกับเพื่อนแบบสนุกๆ แล้วพอเขามาสอน เราก็คิดว่า ทำไมไม่เปิดร้านกาแฟร่วมกันไปเลยล่ะ และโชคดีที่พี่นุ้ย เจ้าของร้านก็เข้ามาช่วยในเรื่องการลงทุน ทำให้ร้านนี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วค่ะ

ถาม : ได้ยินมาว่าร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมงใช่ไหมคะ?
ณุ : ใช่ค่ะ เราต้องการให้ร้านนี้เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถมาชิลได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเช้า กลางวัน หรือค่ำ เราก็ยินดีให้บริการ ตั้งแต่เช้าคุณสามารถมาทานอาหารเช้าและดื่มกาแฟแก้วแรกของวันได้ และเมื่อถึงช่วงเย็นหรือตอนเลิกงานก็สามารถมาที่ร้านได้เช่นกัน โดยเฉพาะตอนค่ำๆ ที่เรามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการ แต่จะขายตามเวลาที่กำหนด ส่วนในช่วงดึกใครอยากมาอ่านหนังสือหรือมานั่งพักผ่อนก็ยินดีต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีบาริสต้าในแต่ละรอบเข้ามาให้บริการ ซึ่งเรามีการจัดตารางเวลาว่าใครจะมาทำงานในช่วงไหน และรายละเอียดนี้สามารถเช็คได้ในเฟซบุ๊กของร้านเราค่ะ
ถาม : ชื่อร้านมาจากไหน ทำไมถึงเลือกชื่อว่า Ten Thirty Cafe คะ
ณุ : ชื่อนี้มาจากเวลา 10.30 น. ครับ เราเคยเจอข้อมูลว่าตอนสิบโมงครึ่งนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถรับคาเฟอีนได้ดีที่สุดในแต่ละวัน ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะมากๆ สำหรับการดื่มกาแฟค่ะ
ถาม : มาเรื่องจุดเด่นของร้านบ้าง หลายคนคงคิดว่าเพราะบาริสต้าหล่อใช่มั้ย?
ณุ : เอ่อ จริงๆ จุดเด่นมันมาจากรสชาติกาแฟด้วยนะครับ บางคนอาจจะคิดว่าเราแค่เอานายแบบมาเป็นบาริสต้า แต่จริงๆ แล้วทุกคนที่เป็นบาริสต้าที่นี่สามารถชงกาแฟได้ทุกคน แม้ว่าเราจะเรียนรู้กันเองแบบเพื่อนสอนเพื่อน แต่ก็มีการเรียนการสอนอย่างจริงจัง ทุกคนต้องทำกาแฟให้ได้มาตรฐาน รสชาติจะต้องดี บริการก็ดี ต้องรู้วิธีชงทั้งกาแฟร้อนและเย็น แล้วเราก็ค่อยๆ ชิมเพื่อหาสมดุลระหว่างความเข้มและความหวาน ซึ่งจุดนี้เราต้องฟิกซ์ให้ดีเลย แต่การที่ร้านเรามีจุดนี้ก็ช่วยให้ร้านเราเป็นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นครับ

ถาม : ลูกค้าชอบสั่งกาแฟแบบไหนมากที่สุดครับ?
Q : สัดส่วนลูกค้าระหว่างผู้ชายผู้หญิง กลุ่มไหนมาบ่อยๆ



Q : ก่อนมาเป็นบาริสต้า เคยทำงานด้านไหนมาบ้าง




Q : เมื่อก่อนความฝันตอนเด็กๆ อยากเป็นอะไร เคยคิดมั้ยว่าตัวเองจะมาเป็นบาริสต้า
ณุ : บาริสต้าคือหนึ่งในความฝันที่ผมมีมาตั้งแต่เด็กๆ แต่มันเริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อผมโตขึ้น ตอนเด็กผมฝันอยากเป็นนักร้อง เล่นดนตรี ชอบวงร็อกของฝรั่ง อยากเป็นเหมือนพวกเขา แต่ก็ถือว่าผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว แม้ว่าผมจะไม่ดังมากนัก แต่ก็ยังได้ทำในสิ่งที่ชอบ พอผมเริ่มทัวร์คอนเสิร์ต บ่อยครั้งที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ผมเริ่มติดกาแฟสดโดยไม่รู้ตัว และมันก็กลายเป็นความรักในรสชาติของกาแฟสด เวลามีคอนเสิร์ตที่ไหน ผมจะเสิร์ชหากาแฟร้านเด็ดๆ ในพื้นที่ แล้วไปลองดื่ม มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และเรียนรู้การชงกาแฟ เป็นบาริสต้าจึงกลายเป็นอาชีพที่ผมหลงรัก ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมมีความสุขและรักในสิ่งที่ทำ
เพทาย : ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นบาริสต้า ผมแค่ฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แต่เมื่อได้ลองจริงๆ ก็พบว่าอาชีพเจ้าของร้านกาแฟมันไม่ง่ายอย่างที่คิด บางคนอาจคิดว่าแค่มีเงินก็เปิดร้านได้ แต่จริงๆ แล้วมันต้องมีความรู้ด้วย ต้องมีทักษะในการชงกาแฟให้ได้มาตรฐาน

จ๊อบ : ตอนเด็กๆ ผมเคยฝันอยากเป็นนักธุรกิจ อยากทำธุรกิจของตัวเอง แต่พอโตขึ้นความคิดก็เปลี่ยนไป เลยลองทำงานในวงการอีเวนต์ต่างๆ และเมื่อมีโอกาสร่วมทำร้านกาแฟกับเพื่อนๆ ผมก็รู้สึกว่าอยากลองทำดูครับ บาริสต้าเป็นอาชีพที่ตรงกับความชอบของผมอยู่แล้ว ผมชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว พอได้มาทำจริงๆ มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกและไม่เบื่อเลย
ต้น : ตอนเด็กๆ ผมฝันอยากเป็นนักโฆษณา เพราะจบมาทางโฆษณาโดยตรงและชอบทำงานในสายนี้อยู่เสมอ ถึงแม้ทุกวันนี้งานที่ทำอาจจะไม่ตรงกับสายโฆษณา 100% แต่ก็ยังคงมีความเชื่อมโยงกับการทำงานในสายนี้ เพราะผมชอบพูดคุยและพบปะผู้คน การที่ได้มาทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนการทำงานปกติ แต่เหมือนการทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขทุกวัน

Q : ถ้าลูกค้ามาร้านเราเพราะอยากมาดูบาริสต้าหล่อ ไม่ได้อยากมาดื่มกาแฟ รู้สึกยังไง
ณุ : ก็ถือว่าดีครับ อย่างน้อยก็มีคนมาเยี่ยมเรา ถึงแม้ว่าบางคนอาจไม่ได้มาที่ร้านเพราะกาแฟ แต่ก็ยังดีที่พวกเขามาหาเรา บางครั้งแฟนคลับก็มาที่ร้านเพราะอยากเจอเรา แม้ว่าจะไม่ได้มาดื่มกาแฟ แต่พวกเขาก็ได้ลองชิมและอาจจะชอบกาแฟของเราไปในที่สุด
เพทาย : ไม่มีปัญหาครับ ถ้ามาดูบาริสต้า ก็ถือเป็นการดึงดูดความสนใจให้กับร้านเราเอง เราขายกาแฟ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในบางครั้งความหล่อของบาริสต้าก็ช่วยทำให้ร้านได้รับความสนใจ ผมเชื่อว่าผู้คนจะกลับมาที่ร้านเมื่อพวกเขาชอบรสชาติของกาแฟไม่ใช่แค่ความหล่อของเรา

จ๊อบ : จริงๆ เราต้องชงกาแฟให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ทุกแก้วต้องผ่านการคัดสรรและรสชาติที่คงที่ เราทุกคนได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถทำกาแฟได้ตรงตามมาตรฐานทั้งในด้านรสชาติและความเร็ว ถ้าในกรณีที่มีลูกค้าหลายคน เราต้องสามารถเสิร์ฟกาแฟภายใน 2 นาที และคงคุณภาพของกาแฟทุกแก้วให้เหมือนกัน
Q : การเป็นบาริสต้าโมเดลก็ต้องดูดี ดูเท่ อยู่เสมอ มีเคล็ดลับในการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
ณุ : ผมทำหลายงาน ก็ต้องคำนึงถึงการดูแลตัวเองด้วยนะครับ อย่างแรกคือการนอนให้พอ เพราะบางครั้งทำงานเป็นบาริสต้าในตอนกลางวัน แล้วต่อด้วยการร้องเพลงในตอนกลางคืน ถ้าเสียงไม่ได้ก็หมดสิทธิ์ร้อง หรือถ้าไม่ไหวจะยืนก็ทำงานเป็นบาริสต้าไม่ได้ รสชาติของกาแฟก็ไม่รู้สึก อะไรที่ต้องใช้พลังงาน เราก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ อีกอย่างคือการออกกำลังกาย ถ้ามีเวลาว่างจะหาทางออกกำลังกายทันที
เพทาย : ผมก็ออกกำลังกายเช่นกันครับ ตั้งแต่ตอนเรียนก็เป็นนักกีฬา ช่วงนี้หันมาเล่นมวยแทนบาสเกตบอล ก็ได้ทั้งเบิร์นและความสนุกไปด้วยกัน

จ๊อบ : ผมดูแลตัวเองโดยการออกกำลังกายทั้งเตะบอลและเข้าฟิตเนส เข้าออกยิมตลอด เพราะรูปร่างมันสำคัญ อย่างที่รู้กันเรายังรับงานเดินแบบและถ่ายแบบอยู่ การรักษารูปร่างดีๆ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญครับ
ต้น : ผมก็ทำเหมือนกันครับ ออกกำลังกายหลายอย่าง เล่นเทนนิส เข้าฟิตเนส ปั่นจักรยาน และด้วยที่ผมชอบขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์อยู่แล้ว กำลังในการคอนโทรลรถมันต้องการพลังงานเยอะ เราจึงต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อให้พร้อม การบาดเจ็บจะได้น้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้หุ่นดีด้วย

Q : มาถึงคำถามที่สาวๆ อยากรู้ บาริสต้าสุดหล่อร้านนี้ หัวใจยังว่ากันอยู่หรือเปล่า
ณุ : ผมมีแฟนแล้วครับ (ยิ้มเขิน) เราคบกันนานแล้วครับ 6-7 ปีแล้ว ก็คือสนิทผูกพันกัน เป็นทั้งเพื่อนทั้งแฟนไปแล้วครับ คุยกัน มีอะไรปรึกษากัน ก็ดีครับ แฟนผมก็เป็นหนึ่งในทีมของเราด้วย
เพทาย : มีแล้วครับผม
จ๊อบ : ผมโสดครับ
ต้น : ผมก็มีที่ดูๆ กันอยู่ครับ
Q : ฝากไปถึงคนที่มาร้านเราแล้วแชร์รูปร้านของเราในโซเชียลมีเดีย จนทำให้เราเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
ณุ : ขอบคุณมากครับที่ทุกคนให้การตอบรับดีขนาดนี้ เราไม่คิดว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ ก็ขอบคุณจริงๆ ครับ และหวังว่าทุกคนจะยังคงมาเยี่ยมร้านกันเรื่อยๆ ช่วยให้ข้อเสนอแนะหรือติชมกันได้ครับ เพราะมันช่วยให้เราพัฒนาได้ดีขึ้น อยากให้ทุกคนเข้ามาพูดคุยและบอกสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบ เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงได้ดียิ่งขึ้นครับ

เพทาย : เราได้รับความสนใจจากโซเชียลมีเดียมากขึ้น ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยถ่ายรูปลงในไอจี หรือช่วยกดไลค์ กดแชร์ ให้เราด้วย เพราะมันเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้ร้านเรามีชื่อเสียงมากขึ้น การที่ลูกค้ามาและตัดสินใจว่ากาแฟเราดีหรือเปล่า มันก็ขึ้นอยู่กับตัวลูกค้าเองแล้วครับ
Q : สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงลูกค้าบ้าง
ณุ : ฝากร้าน Ten thirty Cafe ด้วยครับ พวกเราทุกคนในทีมบาริสต้าโมเดลตั้งใจทำร้านนี้อย่างเต็มที่ เราไม่ได้เน้นที่หน้าตาของบาริสต้า แต่เราอยากให้ทุกคนได้ลองชิมกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงอาหารที่เราทำด้วยความพิถีพิถัน ทุกคนจะได้สัมผัสรสชาติที่ไม่เหมือนใคร รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

*ล้อมกรอบ*
เวลาเปิดทำการของบาริสต้าโมเดล
สามารถพบบาริสต้าโมเดลได้ทุกวันตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 16.00 - 00.00 น. ส่วนวันศุกร์และวันเสาร์ จะมีบาริสต้าโมเดลมาทำงานที่ร้าน 2 ช่วง คือ ตั้งแต่ 12.00 - 19.00 น. และอีกช่วงคือ 16.00 - 00.00 น.
พิกัดร้าน
ร้าน 10 Thirty Cafe ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของตึก Meeting Point ที่อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ รัชโยธิน สังเกตเห็นป้ายร้านใหญ่โตมองเห็นได้ง่ายไม่ยากเลยครับ
