คอลัมน์ "เพศทางเลือก" ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ จะมาพร้อมกับเรื่องราวน่าสนใจและความคิดเห็นจากนักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่อยู่ในกลุ่มเพศทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นกะเทย ตุ๊ด เกย์ เก้ง ทอม เบี้ยน คิง ควีน ไบ หรือโบ๊ท เพราะกลุ่มเหล่านี้ในสังคมยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับมากนัก เราจึงขอใช้พื้นที่นี้เพื่อนำเสนอเรื่องราวของพวกเขา สามารถติดตามได้ที่หน้าไลฟ์สไตล์
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดแปลก พฤติกรรมข้ามเพศมีอยู่มาแต่ไหนแต่ไร และไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่การยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในปัจจุบัน

"ขอพื้นที่ให้พวกเราหน่อย..." เสียงจากใบตอง กะเทยสาวแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต คนแรกที่เข้าร่วมคอลัมน์ "เพศทางเลือก" ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ต้องการอะไรมากมาย แค่การมีพื้นที่พูดถึงความเป็นตัวของตัวเอง หลังจากพูดคุยกันถึง 3 ชั่วโมง เราเห็นความแตกต่างของเธอในฐานะคนหนึ่งที่มีเพศต่างจากคนทั่วไป แต่ก็ยังมีหัวใจเหมือนมนุษย์ทุกคน

ใบตอง หรือ นายกมลภพ เจริญสุข นักศึกษาที่มีรูปร่างเหมือนผู้หญิง แต่ยังขาดบางสิ่งบางอย่าง ถึงวัย 21 ปี เธอบอกกับเราว่า สักวันเธอจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในตัวเอง
ใบตอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ชีวิตของเธอค่อนข้างโชคดีกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในแง่ของครอบครัว สังคม และเพื่อนฝูง รวมถึงเรื่องงาน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ใช่เพียงแค่โชคช่วย แต่มาจากหลายเหตุผลที่ผลักดันให้เธอเดินทางมาไกลขนาดนี้

นายกมลภพ (ดูแข็งแรงมาก 555) เป็นสาว-หนุ่ม ที่เรียนจบ ม.6 จากโรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะมาเรียนต่อที่ ม.รังสิต สาขาที่เธออยากเรียน ถึงแม้ว่าจะทำให้แม่ของเธอผิดหวังมากๆ
"แม่อยากให้หนูเป็นครู เพราะพ่อแม่และญาติๆ ทุกคนก็เป็นครูหรือพยาบาล แต่หนูไม่อยากเป็นนะ ติดตามสอบติดครู แต่หนูก็ไม่อยากทำตามใจแม่ ต้องให้พ่อแม่ช่วยจ่ายค่าเทอมที่ ม.รังสิตก่อนถึงจะยอมพูดเรื่องนี้ ตอนนั้นโกรธกับแม่เป็นเดือน แต่ว่าสุดท้ายแม่ก็ให้หนูตัดสินใจเลือกทางชีวิตเอง"

จุดเริ่มต้นของการเป็นกะเทย
"หนูไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไร แต่ว่ารู้สึกตัวตอน ป.1 ว่า ชอบเล่นกับผู้ชายตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยเล่นกับผู้หญิงเลย สงสัยเป็นเพราะโครโมโซมก็ได้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่จำได้ ก่อนเข้าโรงเรียน พี่สาวต้องไปแสดงบนเวที หนูร้องขอให้ได้ใส่ต่างหูที่พี่ใช้แสดง และสุดท้ายก็ได้ใส่ แต่หนูยังเดินไม่ได้เลย แม่เลยต้องอุ้มหนูดูพี่สาวขึ้นเวที ฮ่าๆ"

ความโชคดีที่ยิ่งใหญ่
"พ่อแม่ของหนูดีมาก ไม่เคยปิดกั้น ไม่เคยดุหรือด่าอะไรเลย พ่อแม่ให้หนูเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเองไม่บังคับอะไร พ่อแม่ของหนูเป็นคนมีความคิดแบบอาร์ตๆ จึงชอบให้หนูแสดงออกตามความต้องการของตัวเอง หนูเต้นกับเพื่อนผู้หญิงมาตลอด ทำอะไรก็ทำเลย ครอบครัวและการสนับสนุนจากคนในครอบครัวสำคัญมากสำหรับคนที่เป็นเพศทางเลือก หนูโชคดีที่มีครอบครัวแบบนี้ เพื่อนบางคนอยากแสดงออกแต่ไม่สามารถบอกพ่อแม่ได้ อยากใส่กระโปรงเหมือนหนู แต่ไม่กล้าบอก หนูรู้สึกสงสารเพื่อนๆ ของหนูมาก สำหรับบ้านหนู แม่ส่งหนูไปเรียนเต้นที่แกรมมี่ตั้งแต่ ม.4 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ชีวิตหนูไม่เคยถูกใครเรียกว่าอีตุ๊ดเลย"

สิ่งที่ทำให้กะเทยรู้สึกอึดอัด
"การใช้ชีวิตในชีวิตประจำวันไม่มีปัญหา แต่เวลาทำงานกลับมีปัญหามาก เช่น ตอนที่ไปออดิชั่นแดนเซอร์ หนูโทรไปถามเขาว่า 'พี่คะ...ออดิชั่นวันไหนคะ?' เขาก็ตอบว่า 'เอ่อ...พี่ต้องการผู้หญิงกับผู้ชายครับ' ทั้งที่ยังไม่ได้เห็นทักษะการเต้นของหนูเลย แต่ตัดสินจากแค่เสียงของหนู ทั้งที่จริงๆ อาจจะเต้นดีกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายบางคนก็ได้ หรือแม้แต่เวลาที่หนูแต่งตัวเป็นผู้หญิงและเต้น ก็อาจจะดูเหมือนผู้หญิงมากๆ ก็ได้ แต่อย่างไรเขาก็ไม่รู้หรอกว่าผู้ชายที่เต้นอาจไม่ใช่ผู้ชายจริงๆ"

กะเทยกับเกย์ ใครดีกว่ากัน?
"การจะหาจุดยืนหรือพื้นที่ยืนในสังคมของกะเทยมักจะน้อยกว่าของเกย์ เช่น การแคสติ้งละครเวที เชื่อไหมว่า บทที่กะเทยจะได้รับมีแค่ 1 หรือ 2 คน บางครั้งก็มีการเลือกผู้ชายมาแสดงเป็นกะเทยแทน พวกเราทุกคนต้องไปแคส แต่สุดท้ายได้แค่คนเดียว การแข่งขันสูงมากในอาชีพนี้ แต่ถ้ามองในแง่ดี เขาก็ให้โอกาสเรา แต่อย่างไรก็ดี พื้นที่ยืนของเรากลับน้อยมากจริงๆ"

เมื่อถึงเวลาตัดสินใจเลือกเป็นกะเทย
"ทุกคนที่เป็นกะเทย ต้องผ่านช่วงเวลาที่คิดว่าจะเลือกแต่งตัวเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายดี ซึ่งหนูก็เคยคิด หนูเริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงในปี 2 ก่อนหน้านั้นก็ยังเป็นตุ๊ดหัวโปกอยู่เลย ที่ใส่กระโปรงนักศึกษาไม่นานมานี้เอง โชคดีที่อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรังสิตไม่ว่าอะไร เพราะที่นั่นเขาเปิดกว้างมาก ส่วนเหตุผลที่หนูเริ่มใส่กระโปรงก็เพราะว่า หนูอกหัก และแฟนของหนูเป็นเกย์ เขาห้ามไม่ให้แต่งหญิง หนูเลยโทรไปปรึกษาแม่ว่า ควรทำยังไงดี แม่ก็ถามว่า 'ผู้ชายคนนี้สำคัญกับชีวิตหนูขนาดนั้นเลยหรือ ถ้าเลิกกับเขา เธอจะแต่งตัวแบบไหน?' แล้วหนูก็ตัดสินใจว่า 'นั่นแหละค่ะ'"

ทำไมกะเทยบางคนถึงเปลี่ยนไปเป็นเกย์
"ตอนสมัยมัธยม การแต่งตัวเป็นผู้หญิงมีหลายคน แต่พอมาเรียนมหาวิทยาลัยก็เหลือแค่ 2 คน ที่จริงแล้ว การแต่งตัวเป็นผู้หญิงก็มีข้อดีหลายอย่าง 1. ได้รับความสนใจง่ายกว่า 2. เข้าสังคมได้ง่ายกว่า 3. สมัครงานก็ง่ายกว่า นี่คือชีวิตจริงๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้รังเกียจ แต่พอถึงเวลาทำงาน สิ่งต่างๆ ก็มีขีดจำกัดของมันเอง"

จากอ้วนดำ สู่ขาวสวย จุดเปลี่ยนชีวิต
"หนูเคยไปประกวดแดนซ์ยัวร์แฟตออฟ ตอนนั้นหนูอ้วนมากๆ น้ำหนักสูงสุด 95 กิโลกรัม ตอนปี 1-2 หนูทำงานเบื้องหลังอยู่ตลอด แต่พอปี 3 หนูอยากทำงานหน้ากล้องบ้าง แต่มันรู้สึกว่า ถ้าออกหน้ากล้องแล้วไม่สวย มันก็ไม่โอเค ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ดูแลตัวเองมากขึ้น ทานอาหารเสริมและยาคุม จากที่เคยอ้วนและดำ ผิวแตก ตอนนี้หนูทำทุกอย่างที่ทำให้ตัวเองสวยขึ้น ขัดบำรุง ผิวพรรณ แต่มันก็แค่ต้องการผอมเท่านั้นเองค่ะ"

ชีวิตของการเป็นกะเทย ที่ไม่ง่าย
"การเป็นกะเทยมันไม่ง่ายเลยนะ ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ต้องเทคยาคุมทุกวัน ต้องดูแลตัวเองสุดๆ ถ้าเป็นผู้ชายไม่ต้องแว็กซ์ขนหน้าแข้ง รักแร้ แต่สำหรับหนู การที่จะมีเอวหรือสะโพกสวยๆ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เงินไปกับวิตามิน เครื่องสำอาง แล้วหนูไม่กล้าขอเงินพ่อแม่เลย เพราะมันไม่ควร หนูเลือกที่จะเป็นผู้หญิง เพราะถ้าไม่อยากเป็นผู้หญิง หนูจะอยากเป็นผู้หญิงทำไม แต่การจะได้มานั้นต้องเจ็บปวดมากกว่าจะมีทุกอย่างในตัวเอง บางทีผู้หญิงบางคนที่เกิดมาได้สิ่งนี้ฟรีๆ กลับไม่รู้จักหวงเลย แต่ถ้าเป็นกะเทยแบบหนูจะเข้าใจ"

ชีวิตมนุษย์ เรามีสิทธิ์เลือกทุกอย่าง ยกเว้นการเกิด

ชีวิตกะเทยที่เก็บตก
- ใบตองเคยแสดงละครเวทีเรื่องสี่แผ่นดิน กินนรีสีรุ้ง
- เคยเรียนร่วมกับ ณเดชน์ และกล่าวว่า ณเดชน์เป็นนักเรียนที่มีความตั้งใจเรียนมาก เข้ามหาวิทยาลัยบ่อยกว่าหนูอีก
- ความฝันของใบตองคือการเป็นนางแบบ
- ใบตองอยากไปทำงานที่ต่างประเทศ เพราะที่นั่นเปิดรับเพศทางเลือกมากกว่า
- ครั้งแรกที่ใส่กระโปรงแล้วลืมตัว นั่งคร่อมเลย เกิดเหตุการณ์ฮาๆ หน้าร้านเซเว่นฯ รวมไปถึงวินมอเตอร์ไซค์ด้วย




