ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือนให้ระวัง 7 สัญญาณที่อาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง พร้อมย้ำหลักการ 5 ทำ 5 ไม่ทำ เพื่อให้ห่างไกลมะเร็ง...
อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ควรบอกต่อ คือกิจกรรม “มอบรอยยิ้มที่สดใสให้กับผู้ป่วยมะเร็งสตรี” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Women Cancer 20 14” ที่จัดขึ้นเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีคนดังมากมายร่วมกิจกรรม เช่น บุษบา จิราธิวัฒน์, สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ปัทมวดี เสนาณรงค์, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และคนอื่นๆ นอกจากกิจกรรมจากคนดังแล้ว ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งอย่างลึกซึ้งภายในงานอีกด้วย

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึงอันตรายของโรคมะเร็งว่า สถาบันฯ ได้ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาดูแลร่างกายตนเองอย่างจริงจัง ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดมะเร็งประกอบด้วย 1. กรรมพันธุ์ เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ 2. สภาพแวดล้อม เช่น การสัมผัสแสงแดดจ้าและมลพิษทางอากาศ 3. พฤติกรรม เช่น การดื่มสุราและสูบบุหรี่ รวมถึงการทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง วิธีการป้องกันมะเร็งเบื้องต้นสามารถทำได้ตามหลัก 5 ทำ 5 ไม่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงได้
"การออกกำลังกายสม่ำเสมอ, การรักษาจิตใจให้แจ่มใส, การทานผักและผลไม้, การรับประทานอาหารที่หลากหลาย, การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และ 5 ไม่ ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่, การไม่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง, การไม่ดื่มสุรา, การหลีกเลี่ยงการตากแดดจัด, และการไม่ทานปลาน้ำจืดดิบ เป็นต้น ในด้านการรับประทานอาหาร เราควรยึดหลัก 9 เคล็ดลับอาหารต้านมะเร็ง เช่น การกินผักหลากสี, การทานผลไม้, การทำอาหารจากธัญพืชและเส้นใย, การเพิ่มเครื่องเทศ, การเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ, การปรุงอาหารอย่างถูกวิธี, การหลีกเลี่ยงไขมัน, การลดเนื้อแดง, และการลดเกลือในอาหารหมักดอง"


นอกจากนี้ ควรหมั่นตรวจสอบสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบ 7 สัญญาณเตือนที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ได้แก่ 1. ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง อาจเป็นมะเร็งลำไส้และทวารหนัก 2. แผลที่ไม่หาย อาจเป็นมะเร็งผิวหนัง 3. การมีก้อนหรือตุ่มในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ก้อนในเต้านม อาจเป็นมะเร็งเต้านม 4. การรับประทานอาหารลำบาก หรือกลืนอาหารไม่ลง อาจเป็นมะเร็งหลอดลม หรือลำไส้ 5. มีเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติในทวารหนัก หรือช่องคลอด อาจเป็นมะเร็งปากมดลูก 6. ไฝหรือหูดขยายใหญ่ขึ้น หรือแตกเป็นแผล อาจเป็นมะเร็งผิวหนัง 7. ไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือเสียงแหบเรื้อรัง อาจเป็นมะเร็งปอด เป็นต้น

การรักษาโรคมะเร็งนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของมะเร็ง ระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งการรักษามักจะประกอบด้วยการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และการฉายรังสี มะเร็งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากพบในระยะเริ่มแรก แต่ยังมีสตรีหลายรายที่ยังขาดโอกาสในการรักษา เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาอาจสูง สถาบันมะเร็งแห่งชาติขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัลที่ได้ร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุน“กองทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

การเพิ่มโอกาสทางการรักษาและการให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ด้อยโอกาสในการรักษา ผ่านกิจกรรมมอบรอยยิ้มที่สดใสแก่ผู้ป่วยมะเร็งสตรีครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและความสนุกสนาน มีรอยยิ้มและกำลังใจจากทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุขและความหวังอย่างประเมินค่าไม่ได้
