ในปัจจุบันนี้ คุณแม่หลายท่านเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาการสมองของลูกน้อยมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา และด้วยความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายดายของคุณแม่ยุคใหม่ การกระตุ้นพัฒนาการของลูกตั้งแต่ในครรภ์จึงได้รับความสนใจมากขึ้น...
คุณแม่เซเลบชื่อดัง โอ๋ อภิชญา ไกรฤกษ์ กับลูกน้อยในครรภ์ที่กำลังจะออกมาดูโลกในไม่ช้า ได้แบ่งปันเคล็ดลับในการดูแลครรภ์ว่า
"เมื่อทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ นอกจากความดีใจแล้ว โอ๋ยังรู้สึกวิตกกังวล และพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง จนไปพบคุณหมอที่ฝากครรภ์ คุณหมอแนะนำให้เราผ่อนคลายและไม่ต้องกังวล จากนั้น เราก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ โดยเน้นเรื่องโภชนาการอย่างมาก เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับพัฒนาการของลูก เช่น ดีเอชเอ (DHA) และเออาร์เอ (ARA) ซึ่งสำคัญมากต่อพัฒนาการสมองของลูก และยังออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำของคุณหมอ อย่างการเดินหรือการฝึกโยคะ

วิธีการกระตุ้นพัฒนาการที่โอ๋ใช้เป็นประจำคือ การพูดคุยกับลูกและฟังเพลง เพราะทำได้ง่ายที่บ้านและได้ผลดี ที่สำคัญคือต้องทำทุกวัน แม้บางครั้งจะรู้สึกเครียดจากการทำงาน แต่เสียงเพลงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีอารมณ์ดี ซึ่งเราคิดว่าอาจช่วยกระตุ้นพัฒนาการและอารมณ์ของลูกได้ด้วย”
มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการสมองและโภชนาการสำหรับเด็กเล็ก ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญมาไขข้อสงสัยว่า ความอัจฉริยะสามารถสร้างได้ตั้งแต่ในครรภ์จริงหรือ? พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการกระตุ้นพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์อย่างถูกต้อง โดยมีคุณแม่เซเลบ คุณอภิชญา ไกรฤกษ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์
รองศาสตราจารย์นายแพทย์ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความสำคัญของโภชนาการระหว่างการตั้งครรภ์ว่า คุณแม่คือแหล่งอาหารหลักของลูก จึงจำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะดีเอชเอ (DHA) และเออาร์เอ (ARA) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว สำคัญต่อการพัฒนาสมองและพบมากในอาหารประเภทปลาและไขมันจากพืช และคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรได้รับดีเอชเออย่างน้อยวันละ 200 มิลลิกรัม

รศ.นพ.ดิฐกานต์ อธิบายว่า “นอกจากเรื่องโภชนาการที่สำคัญแล้ว การกระตุ้นพัฒนาการลูกในครรภ์ก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ควรทำควบคู่กันไป โดย
1. การลูบหน้าท้องและพูดคุยกับลูก การที่คุณแม่ลูบหน้าท้องเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองส่วนที่รับรู้ความรู้สึกของลูกให้มีพัฒนาการดีขึ้น โดยให้ลูบหน้าท้องเป็นวงกลม และพูดคุยหรือเล่านิทานให้ลูกฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนในช่วงครรภ์ 5 เดือน จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาทและสมองที่เกี่ยวกับการได้ยิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการพูดและการได้ยินหลังคลอด
2. การฟังเพลงเพื่อเพิ่มอารมณ์ที่ดี การฟังเพลงเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกในครรภ์ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงคลาสสิก แต่สามารถเลือกฟังเพลงที่ชอบ โดยอาจจะใช้หูฟังข้างหนึ่งแนบไปที่หน้าท้อง เพื่อให้ลูกได้ยินเสียงเพลง ซึ่งมีจังหวะและเสียงสูงต่ำที่ช่วยกระตุ้นการพัฒนาของระบบประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยิน และยังช่วยปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย ทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์ได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่า คุณแม่ที่อารมณ์ดีจะหลั่งเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการทั้งด้านสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ)
