
ปิยะธิดา วินิชบุตร ติดตามความฝันของตัวเองในการเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นในซอยศาลาแดง 1 ภายใต้ชื่อ “MIHARU Japanese Eatery” หลังจากเตรียมตัวด้วยการเก็บประสบการณ์จากการทำงานในบริษัทข้ามชาติหลายปี
จีน หรือ ปิยะธิดา สาววัย 28 ปีที่มีรูปร่างบอบบาง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเป็นลูกสาวคนเดียวและน้องสาวคนสุดท้องจากสามพี่น้องของ ศิริพันธ์–จิระพงษ์ วินิชบุตร ผู้บริหารบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) แม้จะเป็นลูกสาวคนเดียว เธอก็ไม่ได้รับการเลี้ยงดูแบบตามใจ พ่อแม่ของเธอสอนเสมอว่า การทำงานคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีอะไรทาน และคำสอนนี้ยังคงฝังใจเธอ จนทำให้เธอตัดสินใจเดินตามเส้นทางการทำธุรกิจของตัวเอง หลังจากจบการศึกษาด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อปริญญาโทด้านการบริหารที่ CASS Business School ในประเทศอังกฤษ หลังจากเรียนจบ เธอได้ทำงานที่ Citibank เป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจออกมาทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง
“ตั้งแต่เด็ก ฉันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองและเลือกทำร้านอาหารญี่ปุ่น เนื่องจากที่บ้านชอบทานอาหารญี่ปุ่น และคนไทยเองก็ชื่นชอบอาหารชนิดนี้ ที่สำคัญมันยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากๆ โชคดีที่ได้รู้จักกับเชฟชาวญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยมานานกว่า 20-30 ปี ในขั้นตอนเริ่มต้น ฉันต้องผ่านการขออนุญาตจากคุณพ่อ โดยต้องเตรียมข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างมาก แม้ว่าจะเป็นคนละเอียดแล้ว พยายามมองหาจุดบกพร่องทุกด้าน แต่คุณพ่อก็ยังทดสอบด้วยการมองมุมลบเพื่อให้หาทางแก้ไข ทำให้ฉันต้องทุ่มเทมากขึ้นและในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติ ตอนนี้ร้านเปิดมาได้ 2-3 เดือนแล้ว และผลตอบรับเกินคาด ซึ่งตัวฉันเองก็ได้รับบทเรียนมากมาย และที่บ้านบอกว่า ฉันโตขึ้นเยอะจากการนี้”
สำหรับนักธุรกิจมือใหม่อย่างฉัน การทำงานคือการลองทำดู แม้ว่ามันจะมีทั้งช่วงเวลาที่ยากลำบากและความสุข แต่สิ่งที่สำคัญคือการเรียนรู้จากประสบการณ์และการรับผิดชอบต่อตัวเองและลูกน้อง ฉันรู้สึกว่าฉันไม่สามารถยอมแพ้ได้ ต้องสู้ต่อไป และหลักการทำงานที่ยึดถือคือ “แฟร์และเฟิร์ม” ซึ่งช่วยให้มั่นใจในการตัดสินใจ ไม่มีการลำเอียง และต้องเป็นธรรมกับทุกคน ฉันได้นำหลักการนี้มาใช้ในการบริการลูกค้าด้วย เพราะเราไม่ควรเอาเปรียบเขา”
สำหรับอนาคตของเถ้าแก่เนี้ยรุ่นใหม่คนนี้ จีนมองไปไกลถึงการขยายสาขา เธอไม่ต้องการแค่ทำธุรกิจให้ดูดี แต่ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและลูกน้อง ความสำเร็จที่เธอภาคภูมิใจที่สุดคือการทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกภูมิใจในตัวเธอ การที่มีลูกรักที่มุ่งมั่นทำงานหนักแบบนี้ พ่อแม่ก็รู้สึกภาคภูมิใจไปด้วย
