
โชน โสภณพนิช เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลนายแบงก์ใหญ่ที่น่าจับตามอง โดยมีบทบาทสำคัญในธุรกิจครอบครัวและดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ด้วยวิสัยทัศน์ที่ล้ำหน้าและความสามารถที่โดดเด่น
โชน โสภณพนิช เป็นลูกชายคนโตของกาญจนา (ศรีเฟื่องฟุ้ง)–เชิดชู โสภณพนิช (ลูกชายคนสุดท้องของ ชิน-บุญศรี โสภณพนิช) เขาเริ่มต้นการเรียนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จนจบ ป. 6 แล้วไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในระหว่างที่เรียนมีชีวิตเรียบง่ายใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน 60 คน นั่งรถเมล์และรถไฟใต้ดิน ไปเรียนที่ University College London จนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้านเศรษฐศาสตร์ จากนั้นต่อปริญญาโทที่ Johns Hopkins University สหรัฐอเมริกา และได้ทำงานที่ Morgan Stanley ในตำแหน่ง Financial Analyst ก่อนจะกลับมาทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ และทำงานที่บริษัท กรีนสปอร์ต จำกัด ดูแลในส่วนของไวตามิ้ลค์เป็นเวลา 8 ปี
“ที่บ้านเลี้ยงผมมาแบบให้ตัดสินใจเอง และรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งในเรื่องการเรียนและการทำงาน คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยกำหนดว่า จะต้องเรียนอะไรหรือทำงานที่ไหน ในส่วนการทำงาน ผมให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับคนที่มีวิสัยทัศน์และทัศนคติที่ดี ผมเชื่อว่าการทำงานควรเป็นไปตามความสนใจของตัวเอง”
ในปี 2556 โชน โสภณพนิช เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เขาบอกว่าในทุกงานมีความท้าทาย หลักการทำงานของเขาคือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะทุกงานย่อมมีข้อจำกัดและอุปสรรค ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบ การทำงานต้องมีความรับผิดชอบและทำงานเป็นทีม เพราะการประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่สามารถทำคนเดียวได้ เขาจึงต้องการให้ทุกคนในทีมรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของงานและทำด้วยความภาคภูมิใจ
โชนกล่าวว่า “จากประสบการณ์ทำงานและการที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เรามีความรับผิดชอบในหน้าที่และพยายามทำให้ดีที่สุด หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็ต้องเรียนรู้จากมันและไม่ให้สิ่งนั้นมาบั่นทอนตัวเอง เราต้องเติมพลังให้กับตัวเองเสมอ และหมั่นเรียนรู้จากคนอื่นด้วย”
เมื่อพูดถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเจ้าสัวชิน โสภณพนิช ผู้บริหารหนุ่มที่มีอารมณ์ดี เขากล่าวว่า สิ่งที่ได้รับคือการรับฟังจากคุณปู่ ซึ่งท่านจะให้ความสำคัญกับการฟังความคิดเห็นของลูกๆ และมักจะให้คำแนะนำบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญคือ คนอื่นๆ มักพูดถึงท่านว่า ท่านเป็นคนไม่ลืมคน และให้เกียรติคนที่ร่วมงานด้วย ซึ่งเขาได้นำหลักการนี้มาใช้ในการทำงานของตนเอง ซึ่งอาจเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของผู้บริหารระดับเจ้าสัว
