ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ หลายคนคงกังวลเรื่องกลิ่นตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันไม่เคยหยุดนิ่ง เราต้องทำงาน เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว ยกแขน หรือทำกิจกรรมต่างๆ เราต้องมั่นใจว่าไม่มีอะไรที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นตัว "Mytourออนไลน์" จึงขอแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เรามีกลิ่นตัวในช่วงหน้าร้อนนี้
1. ดูแลร่างกายให้สะอาด
การทำความสะอาดร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการอาบน้ำให้สะอาด ถูสบู่ให้ทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีกลิ่นได้ง่าย เช่น รักแร้และขาหนีบ หากต้องการความมั่นใจมากขึ้น สามารถเลือกใช้สบู่ที่มีสารดับกลิ่น และหลังจากนั้นใช้โรลออน น้ำหอม หรือโคโลญจน์เพื่อเสริมการดับกลิ่นตัวอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือการทำให้ร่างกายสะอาดก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น

2. เลือกผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวที่เหมาะสม
ในฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดและทำให้เหงื่อออกง่าย การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลร่างกายจึงต้องเหมาะสมมากขึ้น สบู่หรือครีมอาบน้ำที่สามารถระงับกลิ่นกายได้ถึง 24-48 ชั่วโมงจะช่วยให้เรารู้สึกสะอาดและสดชื่นขึ้น นอกจากนี้โรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกายควรเลือกกลิ่นที่เข้ากับตัวเองและไม่เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์เมื่อเหงื่อออก น้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกปิดกลิ่นตัว แต่หากไม่ได้ล้างทำความสะอาดร่างกายก่อนใช้ อาจทำให้เกิดกลิ่นใหม่ที่แรงและไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นควรเลือกกลิ่นที่เข้ากับตัวและเหมาะสมกับอากาศร้อน
3. ผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันกลิ่นตัวอย่างมีประสิทธิภาพอีกหนึ่งตัวเลือกคือการใช้ผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งทำหน้าที่ในการทาลงในบริเวณใต้วงแขนหรือบริเวณที่มีเหงื่อออกง่ายเพื่อยับยั้งการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของกลิ่นตัว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารดูดซับกลิ่นจะช่วยลดการระเหยของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในร่างกายได้ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาและมินิมาร์ททั่วไป
4. เรื่องอาหารการกิน
อาหารที่เรากินก็สามารถมีผลต่อกลิ่นตัวได้ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น แกงกะหรี่และกระเทียม จะช่วยลดการปนเปื้อนของกลิ่นเหงื่อ ผักและผลไม้ที่มีพลังงานต่ำอย่างแตงโม สับปะรด และฝรั่ง เป็นทางเลือกที่ดีในการรับประทานในช่วงหน้าร้อน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน หรือเนื้อสัตว์ติดมัน รวมทั้งอาหารที่มีรสจัดและเผ็ดเกินไป นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีกลิ่นแรง เช่น ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ซึ่งจะกระตุ้นการระเหยของกลิ่นตัวได้ และอย่าลืมใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กหรือแป้งฝุ่นช่วยลดปัญหากลิ่นตัวที่เกิดจากเหงื่อ
5. วิธีบำบัดตามธรรมชาติ
หากเคยใช้สารเคมีแล้วไม่ได้ผลหรือรู้สึกไม่เหมาะกับตัวเอง ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติที่อาจเข้ากับตัวเรามากกว่า ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถทำได้ เช่น ใช้สารส้มถูที่รักแร้หลังอาบน้ำทุกครั้ง โดยทาขณะที่รักแร้ยังเปียก หรือผสมสารส้มกับพิมเสนในสัดส่วนเท่าๆ กัน แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นผสมแป้งฝุ่นหรือดินสอพองและหยดน้ำเล็กน้อย ทาลงไปที่รักแร้แล้วปล่อยให้แห้ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ใบพลูที่ใช้ร่วมกับหมาก ขยี้แล้วทาที่รักแร้หลังอาบน้ำ หรือใช้ใบฝรั่งที่โขลกละเอียดแล้วทาที่รักแร้หลังอาบน้ำ และวิธีอื่นๆ เช่น ใช้ปูนแดงผสมกับน้ำทาที่รักแร้หลังอาบน้ำ หรือหยดน้ำมันจากสะระแหน่ 2-3 หยดลงในอ่างอาบน้ำ ซึ่งสะระแหน่มีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่นได้ตามธรรมชาติ
