
พานทองแท้ ชินวัตร ชี้ว่าเหตุการณ์ระเบิดเป็นสิ่งที่สำคัญและเชื่อว่าการเผชิญหน้ากับม็อบเส้นใหญ่มีทางเลือกสำคัญเพียงสองทางคือ "ไปเลือกตั้ง" หรือ "ฟังอีกครั้ง"
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เวลา 00.26 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว www.facebook.com/oakpanthongtae แสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในประเทศ
การระเบิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้ความหวังในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ยิ่งเลือนลางลงไปทุกที โดยเฉพาะเมื่อผู้คนบางกลุ่มใช้การเสียสละของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและความชอบธรรมในการล้มล้างรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย
การก่อความรุนแรงในประเทศมีผลต่อการปฏิวัติและการรัฐประหาร ซึ่งทำให้ม็อบประชาธิปัตย์ที่นำโดยสุเทพ เทือกสุบรรณใกล้จะประกาศชัยชนะและสามารถแสดงให้เห็นเหตุผลในการปฏิวัติได้จากแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของคณะรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549
"มันปรากฏชัดเจนแล้วว่า การบริหารงานของรัฐบาลรักษาการในปัจจุบันได้สร้างปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และทำลายความสามัคคีของประชาชนในประเทศอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย ฝ่ายต่างๆ ต่างก็พยายามเอาชนะกันด้วยวิธีการที่หลากหลาย และดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ...."
ซึ่งต้องกล่าวว่า สถานการณ์และเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีความใกล้เคียงกับสิ่งที่ม็อบสุเทพฯ และพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้เกิดขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 49 ได้ตระหนักถึงผลร้ายที่เกิดจากการรัฐประหาร ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างรุนแรง และได้ชดใช้กรรมที่ได้กระทำต่อประเทศชาติด้วยการหันหลังให้กับระบอบเผด็จการ กลับมาอยู่ข้างประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ถือเป็นบทเรียนที่ผู้นำควรจดจำและไม่ควรให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
เราได้ปล่อยให้สิ่งเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับประเทศของเรา และต้นเหตุของปัญหานี้สอดคล้องกับคำถามที่นักข่าวถามพล.อ.สนธิฯ ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารครั้งนั้น และคำตอบของเขาคือ "บางคำถาม ถ้าตายไปแล้วก็ไม่สามารถตอบได้"
หลายปีผ่านไป ประชาชนชาวไทยต้องต่อสู้กับม็อบที่มีอำนาจอย่างยิ่ง โดยใช้เส้นเล็กๆ 2 เส้นที่เขียนเป็นเครื่องหมายกากบาทในบัตรเลือกตั้ง เราจะทนกับการเผด็จการอีกสักกี่ครั้ง สุดท้ายแล้วเราจะชนะด้วยเส้นเล็กๆ 2 เส้นนี้เสมอ
ทางเลือกของพี่น้องประชาชนไทยในตอนนี้มีแค่สองทางเท่านั้น คือ
"โปรดไปเลือกตั้ง" หรือ "โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง"
