"Mytourออนไลน์" ได้โอกาสพิเศษที่จะพบกับ 'เต๋า สมชาย เข็มกลัด' มาพูดถึงเรื่องราวที่สุดในชีวิตที่เขาไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน...!
1. ภูมิใจที่สุด - เกิดเป็นคนไทย
"ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็น 'เต๋า สมชาย' เพราะรู้สึกว่าเราเป็นคนไทยที่แท้จริง มีความเป็นไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งผมมีความภาคภูมิใจในชื่อและนามสกุลของตัวเองที่ได้รับจาก 'ตาเข็ม' และ 'ยายกลัด' และเป็นที่มาของ 'เข็มกลัด' ผมเชื่อว่าเราโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และเราเคารพความเป็นไทยของเราเสมอ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ได้ร่วมแสดงใน 'บางระจัน' และบทพูดในเรื่องทำให้ผมรู้สึกถึงความลึกซึ้งในการเป็นคนไทย ผมอยากเห็นประเทศไทยมีความสงบสุขและยืนอยู่ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ถึงแม้ตอนนี้เราจะเผชิญกับความถดถอยบางอย่าง แต่เราก็ยังภูมิใจในความเป็นไทย"


2. รักที่สุด - ภรรยา ลูก
"ถ้าไม่มีคุณยุ้ย (ภรรยา) ผมก็คงไม่มีลูกเลย ตอนที่ผมมีลูกคนแรกใหม่ๆ คุณยุ้ยถามผมด้วยน้ำตาคลอว่า ระหว่างเธอกับลูก ผมรักใครมากกว่ากัน คำถามนี้ไม่ยากที่จะตอบ แต่ผมต้องตอบให้ดีที่สุด เพราะถ้าตอบผิดมันจะติดอยู่ในความทรงจำตลอดชีวิต ผมคิดได้รวดเร็วและตอบไปตามความรู้สึกว่า ถ้าไม่มีเธอก็ไม่มีลูก ฉันรักเธอมากกว่าลูก ซึ่งผมคิดว่าในชีวิตนี้ภรรยาสำคัญกว่าลูก เพราะถ้าไม่มีเธอก็ไม่มีลูก คำตอบนี้ยังคงอยู่ในความทรงจำและทำให้คุณยุ้ยร้องไห้"

3. ภรรยาเคืองเต๋าที่สุด - ลูก 2 คน เลือดพ่อแรง
"ตอนที่ภรรยาคลอดลูกทั้งสองคน ครั้งแรกก็เคืองแล้ว แต่พอคลอดลูกคนที่สองก็ยิ่งเคืองหนักกว่าเดิม ลูกทั้งสองคนเลือดกรุ๊ปบีเหมือนผม ซึ่งภรรยาผมรู้สึกเซ็งมาก เพราะเลือดของลูกไม่เหมือนเธอ ทั้งๆ ที่ลูกอยู่ในท้องเธอมาตั้ง 9 เดือน ลูกคนแรก 'สมใจ' เลือดกรุ๊ปบีชัดเจน แต่ผมภูมิใจมาก ส่วนภรรยาผมร้องไห้บอกว่า ทำไมลูกถึงไม่เอาเลือดของเธอ แต่เลือดของพ่อ กลับกันกับสิ่งที่เธอคาดหวัง จากนั้นคลอดลูกคนที่สอง 'สุขใจ' ก็เลือดกรุ๊ปบีเหมือนกัน ซึ่งภรรยาผมรู้สึกแย่ที่ลูกเอาแต่เลือดของพ่อ ผมเข้าใจและขอบคุณเธอที่เสียสละเพื่อลูก"

4. จุกที่สุด - ทำหมันให้ภรรยา
"การทำหมันมันเจ็บเหมือนโดนเตะตรงจุดนั้น เจ็บมาก ตอนทำเหมือนมดกัด แต่ตอนที่เขาดึงเส้นนำเชื้อมาตัดมันเจ็บมาก ตอนทำให้ภรรยาเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ แม้มันจะเสร็จเร็วมาก แต่เจ็บนานและไม่สามารถแก้ไขได้อีก หลังจากทำเสร็จรู้สึกดีขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะมีลูกเพิ่มอีก ซึ่งถ้ามีลูกเพิ่มอีกคงต้องรับงานอีก 8 เรื่อง (หัวเราะ) สำหรับผมลูกสองคนพอแล้ว มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน"
5. ดีใจที่สุด- 26 ปีในวงการบันเทิง

"26 ปีที่ผ่านมาในวงการบันเทิง ผมมองว่ามันเป็นที่สุดแล้ว ทั้งความสุข ความเศร้า ความเหงา ความรัก รวมไปถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างมันยอดเยี่ยมแล้ว คงไม่มีอะไรที่ถือเป็นที่สุดได้มากกว่านี้อีก ตอนนี้สิ่งที่ผมรอคอยที่สุดก็คือจะได้เห็นว่าอะไรจะเป็นที่สุดของลูกบ้าง ผมไม่คิดจะถอนตัวจากวงการบันเทิงง่ายๆ ผมยังคงเป็นมือโปรในสิ่งนี้ ไม่ว่าจะให้ผมไปทำอะไรอย่างอื่นก็ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ผมดีใจที่ไม่ต้องไปแข่งขันกับใครเหมือนกับน้องๆ ที่เข้ามาประกวดใหม่ในตอนนี้"
"ผมเริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงโดยพี่พจน์ อานนท์ ซึ่งก็ถือเป็นที่สุดของชีวิตผมเช่นกัน ต้องขอบคุณพี่เขาที่พาผมเข้ามาทำงานในวงการนี้เมื่อ 26 ปีที่แล้ว มันเหมือนฉากในหนังเลย ตอนนั้นมีรถขับผ่านมาและหยุด ก่อนจะถอยหลังมาส่งนามบัตร ถ้าอยากถ่ายแบบให้โทรหาพี่นะ ผมรับนามบัตรมาจากเขา โดยที่ตอนนั้นยังไม่รู้จักพี่พจน์ อานนท์เลย เพราะตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ จนช่วงปิดเทอมผมรอเวลานานสามสี่เดือน จึงได้เปิดอ่านนามบัตรที่เขาให้มา แล้วพบว่าเป็นบรรณาธิการของหนังสือ 'เธอกับฉัน' ผมเป็นนักฟุตบอลก็ไม่รู้จักหนังสือแฟชั่นเหล่านี้เลย แต่สุดท้ายก็ลองตัดสินใจโทรหาเขา และได้รับโอกาสเข้าวงการบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้".
