ศศิน เฉลิมลาภ
เมื่อเสียงปืนดังก้องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายหลังจากการตัดสินใจที่ยากลำบากของ "สืบ นาคะเสถียร" หัวหน้าเขตที่เลือกที่จะสิ้นใจด้วยการยิงตัวเองในตอนเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบทอดเจตนารมณ์การพิทักษ์ผืนป่าของประเทศไทย ซึ่งเป็นการก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและส่งผลให้การอนุรักษ์ป่าของประเทศไทยได้รับความสนใจจากสังคมมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าสถานการณ์ในป่าเมืองไทยจะดีขึ้นหลังจากวิกฤตที่ผ่านมา แต่ปัญหาการบุกรุกป่าของชาวบ้านยังคงเป็นปัญหาหลักที่ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรมอย่างหนัก โดยปัจจุบันประเทศไทยเหลือพื้นที่ป่าแค่ 108 ล้านไร่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 33.8 ของพื้นที่ทั้งหมด

ในท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความหวังใหม่สำหรับการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าก็คือการให้ความสำคัญกับนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ที่จะมาสืบทอดเจตนารมณ์ของ "สืบ นาคะเสถียร" และหนึ่งในนักอนุรักษ์คนสำคัญในยุคนี้ คือ "ศศิน เฉลิมลาภ" นักธรณีวิทยาหนุ่มผู้หันมาเอาจริงกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ หลังจากได้เป็นเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดยได้ร่วมปกป้องและพิทักษ์ผืนป่าของไทยให้คงอยู่ในอนาคต
จากนักธรณีวิทยาสู่การเป็นนักอนุรักษ์ป่าได้อย่างไร
ผมเริ่มสนใจงานอนุรักษ์ตั้งแต่สมัยเรียน และเมื่อเรียนจบธรณีวิทยาจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นเวลานาน 13 ปี ในระหว่างนั้นผมยังมีโอกาสทำงานกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จนกระทั่งได้รับคำชวนจาก "อาจารย์รตยา จันทรเทียร" ให้เข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิฯ โดยเริ่มทำงานเต็มตัวในตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2546

การอนุรักษ์ป่าในประเทศไทยดีขึ้นหรือลดลงหลังจากที่ทำงานมานาน?
เราผ่านช่วงวิกฤติมาแล้ว จากการประกาศนโยบายปิดป่าในปี 2532 ซึ่งยกเลิกการให้สัมปทานทำไม้ในทุกพื้นที่ป่า แม้ตอนนั้นป่าไม้โดนทำลายอย่างหนัก แต่กระบวนการป้องกันยังไม่ค่อยมีทิศทางชัดเจน ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันต้นน้ำลำธารจากน้ำท่วม ปัจจุบันพื้นที่ป่าที่มีการสำรวจในปี 2552 คือ 171,585.65 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 33.44% ซึ่งดีขึ้นจากจุดวิกฤต แต่ยังห่างไกลจากปี 2504 ที่ป่าครอบคลุมถึง 53.33% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด
ทำไมพื้นที่ป่าถึงยังคงลดลง?
การขยายพื้นที่ทำการเกษตรเชิงเดี่ยวของชาวบ้านในชุมชนป่าดั้งเดิมเป็นปัญหาที่สำคัญที่ทำลายป่าไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนติดชายแดน จังหวัดน่าน, แพร่, ตาก, ตราด และสตูล การขยายพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวโดยกลุ่มนายทุนทำลายป่าไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดซึ่งทำให้เกิดการชะล้างดินและลดความอุดมสมบูรณ์ของดิน

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำงานอย่างไรในการตัดวงจรนี้?
มูลนิธิฯได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนในผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นป่าที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะใน 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก, กำแพงเพชร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี พื้นที่นี้มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติรวมทั้งหมด 17 แห่ง จุดประสงค์หลักคือการทำความเข้าใจให้ชาวบ้านเลิกบุกรุกป่าและเปลี่ยนไปทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ แทนการปลูกข้าวโพดซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการทำลายป่า

ทางเลือกของการอนุรักษ์ป่าในประเทศไทย
หากเจ้าหน้าที่รัฐสามารถย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่า ปัญหาการบุกรุกก็คงหมดไป แต่การทำเช่นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เพราะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง ทางแก้ระยะสั้นคือการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการรักษาผืนป่า และทางแก้ระยะยาวคือการหาวิธีให้ชาวบ้านมีอาชีพที่ยั่งยืนแทนการปลูกข้าวโพด เราได้สร้างครอบครัวชุมชนต้นแบบในจังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่สามารถสร้างรายได้จากวิถีเศรษฐกิจพอเพียงที่ยั่งยืนกว่า ทั้งการปลูกข้าวไร่, เลี้ยงหมู และเลี้ยงปลา

ในยามที่แบกภาระอันหนักอึ้ง ความหวังและพลังใจมาจากที่ไหนที่ทำให้ไม่ยอมยกธงขาว
การทำงานด้านการอนุรักษ์นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ต้องใช้ความมุ่งมั่นและพลังใจอย่างมหาศาลเพื่อไม่ให้หมดกำลังใจ อุดมการณ์และความตั้งใจของ “พี่สืบ” ทำให้ผมมีแรงที่จะเดินต่อไป งานของนักอนุรักษ์เต็มไปด้วยความเสี่ยงจากทุกทิศทาง เราต้องยึดมั่นในความเชื่อของเรา และต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้มั่นคง “พี่สืบ” ยอมเสียชีวิตเพื่อปกป้องผืนป่า แต่ผมโชคดีกว่า และไม่ถึงขั้นที่ต้องคิดฆ่าตัวตาย แล้วทำไมจะหยุดทำล่ะ “พี่สืบ” เคยบอกว่า ทำดีที่สุดแล้วในชีวิตนี้!! ตอนนี้ผมรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวเหมือน “พี่สืบ” เพราะในเรื่องการอนุรักษ์ป่ามีผู้คนมากมายที่เห็นด้วย ดังนั้นผมจะยึดถือคำของ “พี่สืบ” ทำเต็มที่, ไม่กลัวอุปสรรค และต้องมุ่งมั่นอย่างกล้าหาญ
เป้าหมายสูงสุดของนักอนุรักษ์ป่าคืออะไร
ผมต้องการให้ชาวป่าและชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสัมพันธ์ที่ดี และอยากให้ชาวบ้านหยุดขยายพื้นที่การบุกรุกป่าโดยใช้สันติวิธี หากใครทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องดำเนินการจับกุม นอกจากนี้ ยังอยากเห็นการพัฒนาความยั่งยืนในอาชีพที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับป่า ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุด สิ่งที่ผมทำตอนนี้คือการสร้างต้นแบบชุมชนเกษตรพอเพียงในป่า และปรับปรุงสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทุ่มเทสุดๆ อีกทั้งยังต้องการปฏิรูปการทำงานในกรมป่าไม้ โดยเฉพาะเรื่องการคอร์รัปชัน การซื้อขายตำแหน่ง และการแทรกแซงจากนักการเมือง ผมอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐกล้าที่จะทำหน้าที่ของตนเอง เช่น กรมอุทยานแม่วงก์ต้องกล้าพูดถึงผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์ต่อป่าที่ตนดูแล ไม่ใช่ปิดปากเงียบ!
แม้จะผ่านมาแล้วกว่าสองทศวรรษ แต่ความเสียสละของ “สืบ นาคะเสถียร” ยังคงเป็นแสงสว่างที่ไม่เคยดับไป และได้รับแรงบันดาลใจจากนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ที่กลายเป็นความหวังของสังคมไทย.
ทีมข่าวหน้าสตรี
