ย้อนกลับไปในช่วงที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มต้นขึ้น นอกจากนิสิตจะได้รับการศึกษาจากสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของลูกหลานจามจุรีคือการได้ใช้ชีวิตอยู่ใน “หอพัก” ที่ตั้งอยู่ภายในรั้วจุฬาฯ ซึ่งเป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และหอพักแห่งนี้ได้รับการเรียกขานอย่างคุ้นเคยว่า “ซีมะโด่ง”

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หอพักที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวจามจุรีเริ่มทรุดโทรมตามกาลเวลา สมาคมนิสิตเก่าหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ระดมพลศิษย์เก่ารวมถึงศิษย์ปัจจุบันของหอพักซีมะโด่ง เพื่อร่วมแบ่งปันความทรงจำที่มิรู้ลืมและเล่าเรื่องราวของหอพักแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2459

ในสมัยนั้น นิสิตทุกคนต้องศึกษาความรู้และใช้ชีวิตภายในรั้วมหาวิทยาลัย โดยมี “หอวัง” สำหรับนิสิตชาย ตั้งอยู่ที่ “วังวินด์เซอร์” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งปัจจุบันคือ สนามศุภชลาศัย ครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ขึ้นเป็นรัชทายาทและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วังวินด์เซอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยจุฬาฯ

ในปี พ.ศ.2492 เจ้าจอมสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 5 ได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อสร้างหอพักนิสิตหญิง ซึ่งต่อมาเป็นหอพักที่ชื่อว่า “หอเจ้าจอม” หรือปัจจุบันคือศูนย์การค้ามาบุญครอง โดยอาคารนี้เปิดทำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2496 ปัจจุบันหอพักนิสิตทั้ง 5 หลังยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งพักอาศัยสำคัญสำหรับนิสิตลูกจามจุรี ในปีนี้ “หอตึกหลังแรก หรือชวนชม” ครบรอบ 56 ปี ซึ่งจะถูกปรับปรุงเป็นอาคาร 17 ชั้นเพื่อรองรับนิสิตถึง 1,200 คน พร้อมทั้งมีอาคารอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานของนิสิต

อดีตนิสิตจุฬาฯ และชาวหอซีมะโด่งซึ่งได้เติบโตและประสบความสำเร็จในระดับประเทศ ได้มารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงความทรงจำดีๆ ในวันเก่าที่ยังคงหวานอยู่ โดยมี “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เล่าถึงความประทับใจในช่วงปีแรกที่พักที่หอเจ้าจอม หอพักหนึ่งของจุฬาฯ ที่มีบรรยากาศธรรมชาติ ต้นไม้หลากหลายทั้งต้นชมพู่และมะขาม พร้อมผลไม้ที่สามารถเก็บมากินได้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน หลังจากย้ายมาเรียนจากชลบุรี รุ่นพี่คอยช่วยเหลือและแนะนำเรื่องการขอทุนการศึกษา จนได้รับทุนเรียนในปีสุดท้าย สิ่งที่เรียนรู้จากหอคือความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อสังคม

ในส่วนของ “วัฒนา โอภานนท์อมตะ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้เผยความรู้สึกว่า ชาวหอซีมะโด่งจุฬาฯ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เราไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วแยกกันอยู่ แต่ที่นี่มีความเป็นบ้านที่อบอุ่น อาจารย์ที่เรียกว่า “อนุสาสก” มีบทบาททั้งในด้านการสอนและดูแลเป็นครอบครัว ช่วยดูแลความประพฤติ และเป็นที่พึ่งพิงให้กับนิสิตทุกคน ความรู้สึกของการอยู่หอทำให้ได้รู้จักคนจากทุกคณะ ทำให้เข้าใจว่าความเป็นพี่เป็นน้องไม่ใช่แค่ในหอพัก แต่เป็นการช่วยเหลือและให้ความช่วยเหลือกันในทุกโอกาส

“รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ย้อนรำลึกถึงการใช้ชีวิตที่หอจุฬาฯ ว่าทำให้ได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของนิสิตจากแต่ละภาคและจังหวัด ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหอพักต่างๆ ทำให้เขารู้สึกถึงความผูกพันกับเพื่อนๆ ที่พักร่วมกัน เขาได้เปลี่ยนหอหลายแห่ง ทั้งหอเจ้าจอม หอไม้ หอ AIT และหอหนึ่ง และยังได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากแต่ละหอ เช่นเดียวกับความเป็นพี่เป็นน้องที่เขารู้สึกอบอุ่นและประทับใจ

“สันติ วิริยะรังสฤษฎ์” คอลัมนิสต์ชื่อดังจาก นสพ. Mytour และอดีตนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ รุ่นที่ 5 เล่าถึงความประทับใจที่ได้รับจากการอยู่หอซีมะโด่งว่า ความอบอุ่นและความเป็นมิตรของชาวหอทำให้เขารู้สึกถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความทรงจำที่เขายังไม่ลืมคือช่วงเวลาที่เพื่อนๆ ต่างหอและต่างคณะมารวมตัวกันก่อนสอบ ติวหนังสือด้วยกันและช่วยกันเตรียมตัว ส่วนตอนเช้าก็ไปสอบกันด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เรียนเก่ง ในช่วงเวลาว่างก็กลับเข้าหอเพื่อดูหนังทานข้าวกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกว่า การอยู่หอทำให้เราได้สัมผัสความเป็นพี่เป็นน้อง และช่วยให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างคณะต่างๆ

“รัตนาวลี โลหารชุน” กรรมการผู้จัดการบริษัท แบรนด์แอ็กชั่น จำกัด ผู้ที่ย้ายมาจากสงขลามาเรียนที่จุฬาฯ บอกว่า การอยู่หอซีมะโด่งจุฬาฯ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญ ทำให้ได้เรียนรู้การแบ่งปัน และการใช้ชีวิตในครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น เขาได้เรียนรู้การคิดเอง ฝึกความรับผิดชอบ และการอยู่ในระเบียบวินัย โดยการใช้ชีวิตที่หอทำให้รู้จักเพื่อนจากต่างจังหวัดได้มากมาย รู้จักการทำกิจกรรมร่วมกันและอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ทุกภาคส่วน แม้ในช่วงกลางคืนก็ยังรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนุกสนาน นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้ถึงความเป็นเพื่อนที่ไม่แบ่งชนชั้นและแบ่งพรรคแบ่งพวก นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นของชาวหอซีมะโด่งที่ยังคงถักทอสายใยกันอยู่เสมอ ในงาน “ซีมะโด่งดินแดนมหัศจรรย์” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ม.ค. 2557 ณ หอพักนิสิตซีมะโด่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทีมข่าวหน้าสตรี
