หลายคนอาจพบอาการชาที่ปลายมือและปลายเท้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคระบบประสาทอักเสบ แม้จะดูเหมือนเป็นอาการธรรมดา แต่ก็เป็นการเตือนว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติกับร่างกาย หากรู้ตัวต้องรีบรักษา เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ในอนาคต ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์ ได้มาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุและอาการของโรคระบบประสาทอักเสบในบทความนี้


· ทำความรู้จักกับ สาเหตุและอาการของโรคระบบประสาทอักเสบ
โรคระบบประสาทอักเสบเกิดจากการทำลายหรือเสื่อมของส่วนหนึ่งของระบบประสาท ซึ่งส่งผลต่อการส่งกระแสประสาทไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยสาเหตุหลักมาจากภาวะที่มีอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินไป โรคนี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาการที่มักพบคืออาการชาที่เริ่มจากปลายเท้าทั้งสองข้าง และสามารถลุกลามไปยังปลายมือ หากไม่รีบรักษา อาจเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น แผลที่เท้า ท้องอืด อาเจียน หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ


· ตรวจหาสาเหตุและเริ่มรักษาโรคระบบประสาทอักเสบทันที
การรักษาโรคระบบประสาทอักเสบจะต้องเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง โดยอาจต้องทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือเอกซเรย์และการตรวจพิเศษอื่น ๆ เมื่อพบสาเหตุแล้วการรักษาจะต้องตรงจุด เช่น ถ้าเกิดจากเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาล หรือถ้าเกิดจากโรคเหน็บชา ต้องรักษาด้วยวิตามินบี หากมีอาการอ่อนแรงของแขนขา อาจต้องรักษาด้วยกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย หากรักษาอย่างถูกต้อง อาการสามารถหายขาดได้

1. การใช้วิตามินบีในการรักษา : (ช่วยบำบัดอาการชาและซ่อมแซมเส้นประสาท)
วิตามินบีเป็นสารสำคัญที่ช่วยบำรุงระบบประสาท โดยมีส่วนช่วยในการสร้างสื่อประสาทและซ่อมแซมเส้นประสาท ซึ่งสามารถบรรเทาอาการชาที่ปลายมือปลายเท้าได้ โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ซึ่งจากการวิจัยพบว่า การรับประทานวิตามินบี 12 วันละ 1,500 ไมโครกรัม ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ สามารถช่วยบรรเทาอาการระบบประสาทอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิตามินบี 12 ในรูปแบบ Methylcobalamin มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรคนี้ เนื่องจากสามารถออกฤทธิ์ได้ทันที

2. การรักษาด้วยกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ: (ช่วยรักษาในระดับต้นเหตุ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน)
ผู้ป่วยเบาหวานมักพบการสะสมของอนุมูลอิสระในร่างกายในระดับที่สูงกว่าปกติ (oxidative stress) ส่งผลให้การเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ จากการศึกษาพบว่า แม้จะมีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ผู้ป่วยเบาหวานมากกว่า 20% ยังคงเผชิญกับภาวะแทรกซ้อน โดยในระยะแรกอาจมีอาการเส้นประสาทเสื่อม เช่น ปวดและชาที่ปลายมือปลายเท้า ในระยะที่ต่อมาจะส่งผลให้ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ ไต และระบบการย่อยอาหารเกิดความผิดปกติ การใช้สารต้านอนุมูลอิสระจึงมีความสำคัญในการป้องกันไม่ให้อาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานลุกลาม และช่วยรักษาระบบประสาทที่ได้รับผลกระทบจากอนุมูลอิสระ
ข้อมูล : ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์
