
หัวข้อ “ผู้แกะแม่พิมพ์พระสมเด็จฯ” (จากหนังสือปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จฯ สำนักพิมพ์คลังวิทยาบูรพา พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ.2520) กล่าวถึงว่า “ตรียัมปวาย” เริ่มต้นไว้ดังนี้
ในอดีต ชาวบ้านต่างช่วยกันแกะพิมพ์พระตามแบบที่เจ้าพระคุณฯ กำหนด และมาพิมพ์พระร่วมกัน ในระหว่างนั้น เจ้าพระคุณฯ ได้มอบหมายให้นายเทด หลานชายซึ่งอาศัยอยู่ที่ถนนดินสอ แกะพิมพ์ทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมา
ซึ่งคาดว่าท่านเจ้าพระคุณฯ น่าจะได้แกะแม่พิมพ์ต้นแบบเอาไว้ก่อนล่วงหน้า
แม่พิมพ์ที่ถูกกล่าวถึงนั้นคือพิมพ์ทรงไกเซอร์ (เศียรบาตรอกครุฑ) ที่ได้รับการเรียกขานต่อมาจนถึงปัจจุบัน
“พระอาจารย์ขวัญ” เล่าว่า การที่พิมพ์ทรงนี้ได้รับชื่อว่า พิมพ์ทรงไกเซอร์นั้น ท่านได้ทราบจากพระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ) อาจารย์ของท่านว่า
ในช่วงที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก พระองค์ได้ทรงนำพระสมเด็จฯ ติดพระองค์ไปด้วย ในวันหนึ่ง ขณะประทับต่อพระพักตร์ พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ พระเจ้ากรุงเยอรมันทรงเห็นรัศมีสีอ่อนๆ เปล่งออกมาจากกระเป๋าฉลองพระองค์
พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ จึงทรงพระดำรัสถามสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงล้วงกระเป๋าหยิบพระสมเด็จฯ ออกมาให้พระเจ้าวิลเลียมทรงทอดพระเนตร
พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ ทรงประหลาดพระทัยและดำรัสว่า “ปูนหรือ? ประหลาดจริง มีแสงสว่างเรืองๆได้”
พระองค์จึงทรงอธิบายว่าเป็นพระพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในสยาม พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ ทรงสนพระทัยและได้ทรงถวายพระสมเด็จฯ ไป
เมื่อเสด็จนิวัตกลับถึงไทย พระองค์ทรงเล่าเรื่องนี้ให้แก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารผู้ใหญ่ฟัง ทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้จำกันว่า พระสมเด็จฯ องค์ที่เจ้าพระคุณฯ ทรงถวายเป็นส่วนพระองค์แด่พระพุทธเจ้าหลวง คือ พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงที่ต่อมาได้รับการเรียกว่า เศียรบาตรอกครุฑ
พิมพ์ทรงนี้จึงได้รับการขนานนามว่า พิมพ์ทรงไกเซอร์ ตั้งแต่นั้นมา
“ตรียัมปวาย” ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ ว่ามีพุทธลักษณะคล้ายพระปฏิมายุคโบราณ ดูไม่สง่างามเหมือนพิมพ์ทรงอื่นๆ เช่น พิมพ์ทรงพระประธานหรือพิมพ์ทรงเจดีย์
ทำไมเจ้าพระคุณฯ ถึงเลือกพระพิมพ์ทรงนี้ทูลเกล้าฯถวาย?
อาจเป็นความจริงตามที่เล่าลือกันว่า ท่านเจ้าพระคุณฯ ได้แกะแม่พิมพ์นี้ขึ้นมาเอง
“ตรียัมปวาย” ได้จำแนกพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ ออกเป็น 4 ประเภท คือ พิมพ์เขื่อง พิมพ์สันทัด พิมพ์โปร่ง และพิมพ์ย่อม องค์ที่ปรากฏในคอลัมน์วันนี้เป็นพิมพ์สันทัด เนื้อสัมผัสละเอียดนุ่มปานกลาง ผิวบางเรียบเกลี้ยงเกลา
ด้านหน้าปราศจากคราบฝ้า ด้านหลังมีฝ้ารักสีดำแกมน้ำตาลจับหนา แต่ไม่มีริ้วรอยคราบกรุ จึงจัดเข้า “วัดระฆัง” ได้โดยไม่ต้องสงสัย
พิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ ครูตรียัมปวายได้แสดงตัวอย่างในปริอรรถาธิบายฯ โดยมีองค์จากวัดระฆังหลายองค์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพระกรุบางขุนพรหม ซึ่งนักเล่นรุ่นเก่าเข้าใจและสามารถแยกวัดได้อย่างชัดเจน
แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ อาจมีปัญหา เนื่องจากวงการพระเครื่องในปัจจุบันยอมรับการซื้อขายพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑเป็นพระกรุบางขุนพรหมเพียงอย่างเดียว
องค์ที่มีผิวเกลี้ยงเกลาสึกช้ำและมีเงาสว่างนุ่ม หรือองค์ที่มีผิวแป้งโรยพิมพ์ดิบๆ หากไม่ถูกตีเก๊ ก็จะถูกตีเป็นกรุบางขุนพรหม ข้อดีสำหรับคนที่สะสมพระจริงๆ คือ สามารถได้เศียรบาตรอกครุฑวัดระฆังไว้ใช้ในราคาที่ไม่แพง
ดูแม่พิมพ์สันทัดของเศียรบาตรอกครุฑที่ปรากฏในคอลัมน์นี้ คุ้นตาได้ทุกเส้นสาย ลายพิมพ์ รวมถึงกรอบกระจกที่แคบและห่างออกไป
หากดูแม่พิมพ์และเนื้อให้แม่น พร้อมทั้งคุ้นเคยกับธรรมชาติของพระแท้ สั่งสมประสบการณ์จากการดูพระแท้มากๆ ก็จะช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงพระปลอมจากหลายๆ ฝีมือได้ ขอกระซิบเฉพาะคนที่รักกันจริงๆ...พิมพ์เศียรบาตรอกครุฑจากวัดระฆังยังคงรอคนที่รู้จัก นิมนต์ท่านขึ้นคอ โดยขอเพียงให้ศรัทธาท่านจริงๆ
พลายชุมพล
คลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม
