
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ ที่นำเสนอในคอลัมน์นี้ มีลายพิมพ์ที่เซียนพระรุ่นเก่าต่างยอมรับและกล่าวขานกันว่า มีความคล้ายคลึงกับองค์ “เจ๊แจ๋ว” อย่างมาก
หากย้อนกลับไปพูดถึงองค์เจ๊แจ๋วที่หลายคนคุ้นตา พระองค์นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเครื่องต้นแบบมาอย่างยาวนาน
ในอดีต พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์องค์นี้ได้รับการคัดเลือกโดยเซียนพระรุ่นบุกเบิกของไทยให้เป็นพระเครื่องชั้นนำในหนังสืออนุสรณ์พระสมเด็จวัดระฆัง 100 ปี ซึ่งจัดพิมพ์โดยวัดระฆังในปี พ.ศ.2515
ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์ที่มีความคมชัดและสมบูรณ์แบบขนาดนี้ มีเพียงไม่กี่องค์ที่สวยงามเทียบเท่า ในปี พ.ศ.2515 นั้น ราคาพระสมเด็จวัดระฆังยังอยู่ที่หลักพันบาทเท่านั้น
จนกระทั่ง “เจ๊แจ๋ว” หรือสุกัญญา ผู้ที่คนในวงการรู้จักดีในฐานะคนใกล้ชิดจอมพลประภาส ได้เสนอราคาสูงกว่าคนอื่น
ด้วยราคาที่สูงลิ่ว ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่...จึงทำให้พระองค์นี้ถูกเรียกขานว่า องค์เจ๊แจ๋ว ตั้งแต่นั้นมา
แม้ว่าพระองค์นี้จะเปลี่ยนมือไปอยู่กับอาจารย์รังสรรค์ และต่อมาได้ส่งต่อให้ “เฮียหนึง” ปรีดา ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเรียกขานกันว่า องค์เจ๊แจ๋ว แต่ราคาประเมินได้เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เมื่อสิบปีก่อน เฮียหนึงเคยเปิดเผยว่าราคาอยู่ที่ร้อยล้านบาท
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ราคาของพระองค์นี้ถูกพูดถึงว่าสูงถึงสองร้อยล้านบาท
สำหรับพิมพ์ทรงเจดีย์ ทฤษฎี “ตรียัมปวาย” ได้แบ่งไว้เป็นสี่พิมพ์ ได้แก่ เขื่อง ชะลูด สันทัด และย่อม...ต่อมา “นิรนาม” จากสำนักท่าพระจันทร์ได้เขียนไว้ในหนังสือ “พรีเชียส” ของอาจารย์รังสรรค์ โดยแยกพิมพ์ออกเป็นห้าพิมพ์ และจัดลำดับหมายเลข 1-5
“นิรนาม” ได้จัดลำดับพิมพ์เจ๊แจ๋วไว้เป็น
สำหรับพิมพ์ที่ 2 มีการระบุจุดตำหนิไว้อย่างชัดเจน...
แต่ของปลอมก็ถูกผลิตออกมาใกล้เคียงจนแทบแยกไม่ออก ผู้ที่เพิ่งเริ่มสะสมมักหลงเชื่อจุดตำหนิเหล่านี้ ทำให้พบพระเก๊กันมากมายนับไม่ถ้วน
คำแนะนำคือ ควรเชื่อมั่นในเนื้อพระเก่าและความเก่าแก่ตามธรรมชาติของพระที่มีอายุมากกว่า 150 ปี
มาพูดถึงพระพิมพ์ทรงเจดีย์องค์ที่นำเสนอในคอลัมน์วันนี้...หากมีภาพขององค์เจ๊แจ๋วมาเปรียบเทียบก็จะดีมาก และจะดีกว่าหากมีพระอีกสององค์จากหนังสือเบญจภาคี ของคุณวิวัฒน์ อุดมกัลยาณรักษ์ มาเปรียบเทียบดูความแตกต่าง
พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์ทั้งสามองค์นี้ อยู่ในสภาพดั้งเดิม ผิวพระยังคงสมบูรณ์ ไม่มีการสึกหรอหรือชำรุดจากการสัมผัส
ลายเส้นบนองค์พระคมชัดและเด่นชัด โดยเฉพาะเส้นสังฆาฏิ เส้นขอบจีวร เส้นแยกพระเพลา และฐานทั้งสามชั้น ทุกส่วนล้วนคมชัดจนดูราวกับจะบาดมือเมื่อมอง
สิ่งที่ควรสังเกต...พระที่ผิวยังคงสภาพดิบๆ จะแตกต่างจากพระพิมพ์เดียวกันที่ถูกใช้จนสึกหรอ ผิวด้านนอกเปิดให้เนื้อพระดูดซับเหงื่อ จนสีขาวเปลี่ยนเป็นเหลืองเข้ม และเกิดเงาสว่างที่สวยงาม
สำหรับพื้นผนัง เมื่อล้างคราบเหงื่อออกแล้ว จะเหลือผิวพระสีขาวอมเทา อาจเรียกว่าสีขี้เถ้าหรือผิวแป้งโรยพิมพ์ก็ได้ ซึ่งช่วยเน้นให้รูปทรงองค์พระ เส้นฐาน และเส้นซุ้ม ดูเด่นชัดขึ้น
นี่คือลักษณะของพระสมเด็จวัดระฆังแท้ที่ผ่านการใช้งานตามธรรมชาติ สร้างมิติที่สวยงามและมีเสน่ห์แตกต่างจากพระองค์ที่สีผิวและสีเนื้อเป็นโทนเดียวกัน
พระพิมพ์ทรงเจดีย์องค์นี้ ด้านหน้ามีรอยยุบและรอยแยกเล็กน้อย ผิวพระเรียบเนียน...แต่ได้รับการชดเชยด้วยเนื้อพระที่นุ่มละมุนและจัดเต็ม ด้านหลังเรียบแบบ “หลังทื่อ” แต่มีรอยสึกช้ำจากรอยเลี่ยม ทำให้การพิจารณา “ง่ายขึ้น”
โดยรวมแล้ว เมื่อมองผ่านๆ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์องค์นี้ดูเป็นของแท้และสบายตา แต่หากต้องการความมั่นใจเพิ่มเติม...ขอบอกเคล็ดลับนี้เฉพาะคนสนิทเท่านั้น...
ลองดูภาพองค์เจ๊แจ๋ว โดยเฉพาะฐานชั้นที่สาม...สังเกตรูปทรงการหักเหของเส้นหัวฐานด้านซ้าย (องค์พระ) และเส้นเล็กแหลมเรียวที่พุ่งออกจากมุมฐานด้านขวา...(พระองค์ครูอีกสององค์ก็มีลักษณะเดียวกัน) แล้วเปรียบเทียบกับพระในคอลัมน์นี้...จะเห็นว่าคล้ายกันเป๊ะ
รู้แล้วก็เก็บไว้เป็นความลับ อย่าเผยแพร่...พระสมเด็จแท้ เมื่อเทียบเคียงกันแล้ว ก็มีลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนเพียงเท่านี้
พลายชุมพล
คลิกเพื่ออ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม
