
การเปรียบเทียบทุกเส้นสายลายพิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ ที่ปรากฏในคอลัมน์นี้ หากอิงตามทฤษฎี “นิรนาม” สำนักท่าพระจันทร์ (พรีเชียส สเปเชียล) ถือว่าเป็นพิมพ์ที่ 3
ในกรณีที่พิจารณาจากทฤษฎีปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องจากเล่มพระสมเด็จ พ.ศ.2522 โดย “ตรียัมปวาย” ได้แบ่งพิมพ์ทรงเจดีย์ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ พิมพ์เขื่อง พิมพ์ชะลูด พิมพ์สันทัด และพิมพ์ย่อม โดยองค์นี้จัดอยู่ในพิมพ์ย่อม
ลักษณะของพิมพ์ย่อมตามการอธิบายของ “ตรียัมปวาย” ระบุว่า องค์พระมีลักษณะค่อนไปทางป้อมสั้น...เส้นสังฆาฏิคู่คมและขอบจีวรที่อ่อนช้อยช้อนขึ้นชนรักแร้เรียวคม
ในส่วนของ “นิรนาม” ได้ชี้จุดตำหนิที่สามารถใช้เป็นจุดสังเกตได้หลายจุด จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ กลางลำพระเกศองค์ที่ติดชัด เหมือนมีพวงมาลัยครอบไว้ ส่วนใหญ่จะเห็นเพียง “ป่องกลาง” ซึ่งอาจป่องมากหรือน้อยแตกต่างกันไป
จุดพวงมาลัยครอบพระเกศ...นี้ ปรากฏในพิมพ์ทรงเจดีย์ที่ 2 (นึกถึงองค์เจ๊แจ๋ว) ด้วยเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า “นิรนาม” จะชี้จุดสังเกตสำคัญเอาไว้ชัดเจน...แต่ทรงเจดีย์ที่เคยผ่านการซื้อขายในวงการ...กลับไม่มีเซียนรุ่นไหนพูดถึง เซียนบางท่านถึงกับส่ายหน้าและบอกว่า “เก๊”
ไม่ว่าจะเป็นทรงเจดีย์ พิมพ์ที่ 2 หรือที่ 3 ถ้าพระที่มีพวงมาลัยครอบพระเกศเต็มๆ ส่วนใหญ่มักจะถูกมองข้าม...ปล่อยให้ผู้ที่มั่นใจในสายตาซื้อไว้ในราคาที่สบายๆ
ส่วนพระที่มีแค่ “ป่องกลาง” ถือเป็นพระที่สามารถ “เล่นได้” โดยบางองค์ เช่น องค์ตำรวจใหญ่ จึงได้เข้าสู่ตลาดบนและราคาขึ้นไปถึงสิบล้านเป็นเวลานาน จนกลายเป็นครู...และสามารถนำองค์ในคอลัมน์วันนี้มาเทียบเคียงได้
ข้อเด่นของลายพิมพ์องค์นี้อยู่ที่กรอบกระจกที่ติดครบทั้งสี่ด้าน...
กรอบกระจกที่คงช่องไฟพอดี กับเส้นซุ้มที่โค้งงอ...ทำให้ท่อนบนมีความกว้างมากกว่าท่อนล่าง หากดูจากด้านหลัง อาจจะคิดว่าเป็นพิมพ์ฐานแซมแทน
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ ไม่สูงชะลูดเหมือนพิมพ์ฐานแซม แต่เป็นทรงเจดีย์พิมพ์ย่อม ที่มีลักษณะป้อมป้าน
หลังจากผ่านประเด็นเรื่องพิมพ์ ที่อาจดูแปลกตาบ้าง...ไปจนถึงเรื่องเนื้อ องค์นี้มีเนื้อที่ละเอียด ขาวอมเหลืองเล็กน้อย คล้ายสีของนมข้น ทฤษฎีตรียัมปวาย เรียกเนื้อนี้ว่าเกสรดอกไม้
ผิวของพระมีร่องรอยการถูกจับต้อง แต่ไม่ถึงกับสึกหรอ จึงยังคงปกปิดเนื้อในได้ดี และในองค์นี้ รอยยุบ รอยแยก หรือรอยยับที่ด้านหน้าไม่ค่อยเห็น แต่ยังคงเห็นฝ้ารักสีดำอมสีน้ำตาลอ่อนในซอกลึกๆ และหลุมร่องเล็กๆ ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับองค์พระ
พูดถึงเนื้อและผิวด้านหน้า ก็จะรู้สึกถึงความหนึบแข็งแรง...แต่ไม่ใช่หนึบแบบนุ่มลึกจนเกินไป
เมื่อพลิกดูด้านหลังจะพบว่าขอบสี่ด้านมีร่องรอยหลุดหายไป ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของขอบพระสมเด็จวัดระฆัง มีทั้งหลุมร่อง พื้นที่เรียบ และก้อนเนื้อที่ยื่นออกมา พื้นผิวมีคราบฝ้าสีน้ำตาลอ่อนและส่วนที่ขาวขุ่น
ด้านหน้าของพระมีเส้นสายพิมพ์คมชัดเป็นลายเด่น แต่กลับขาดความนุ่มนวลของเนื้อแท้ ด้านหลังมีความกลมกลืนตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้สมเด็จวัดระฆังแบบนี้ดูสมบูรณ์ ควรให้คะแนนสูงสำหรับพระทรงเจดีย์องค์นี้
พระสมเด็จวัดระฆังแท้ทุกองค์ไม่มีความซับซ้อน สิ่งที่เห็นก็เป็นธรรมดา ไม่มีอะไรที่ซ่อนเร้นเกินไป
หากกลัวศักดิ์ศรีของสมเด็จวัดระฆังจนเกินไปจนทำให้จิตตก ก็อาจหลีกเลี่ยงจากการเชื่อทฤษฎีของเซียนมากเกินไป เพราะอาจเผลอหลงเชื่อพระปลอม แต่ถ้าสมดุลทางจิตใจยังคงดี โอกาสที่จะได้พระสมเด็จวัดระฆังแท้ติดตัวก็ยังมี
พลายชุมพล
