หลังจากเปิดสนามแล้ว ขอตอบคำถามจากแฟนคลับที่สงสัยว่าเมื่อไหร่เหล่านักการเมืองจะหยุดการพูดจาด่าทอกัน เพราะสิ่งนี้ทำให้ประชาชนเริ่มกังวลว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขอให้ใจเย็น รออีกไม่เกินสิงหาคมนี้ หลังจากที่ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งซึ่งต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 13 กรกฎาคม ก็จะมีการประชุมรัฐสภาในเวลา 15 วันเพื่อเลือกประธานสภาฯ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และหลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นสิงหาคม การเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จะตื่นเต้นมาก เพราะจะมีการลงคะแนนเสียงแบบเปิดเผย ส.ส. และ ส.ว. ต้องออกเสียงอย่างเปิดเผย โดยที่ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีคะแนนเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีจำนวน ส.ส. 500 คนและ ส.ว. 250 คน รวมทั้งหมด 750 เสียง ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งจะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่า 376 เสียง ถึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้...
- ในขณะที่ประชาชนกำลังเฝ้าดูการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ก็ขอพาทุกท่านมาชมพระเครื่ององค์แรกที่น่าสนใจ คือ พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ พระเครื่องที่ฝีพระหัตถ์ ร.๙ สร้างขึ้นในสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ ถือเป็นพระพิมพ์ทรงที่มีความสำคัญมหามงคลของแผ่นดิน เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสร้างขึ้นและมอบพระเครื่องนี้ให้แก่ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในช่วงเวลาที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยพระสมเด็จจิตรลดาได้ออกแบบและหล่อพระพิมพ์โดย อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกรมหัตถศิลป์ ที่ออกแบบเป็นรูปจำลองพระพุทธนวราชบพิตร และนำมาผสมกับมวลสารจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ ถือเป็นองค์ที่มีเอกลักษณ์ ด้วยพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และเป็นพระเครื่องที่มีความสำคัญในวงการพระเครื่องพระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ ประกอบด้วยมวลสารที่หลากหลาย อาทิ ดอกไม้จากพวงมาลัยที่ทรงนำไปสักการะพระบูชา ผงสีน้ำมันจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ เส้นพระเกศาของพระองค์ ผงทองคำเปลวที่ใช้ปิดองค์พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล และผงพุทธคุณจากพระเกจิอาจารย์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกผสมกับเนื้อเรซิน กดพิมพ์เป็นองค์พระ ก่อนที่จะมีการตกแต่งด้วยพระหัตถ์ในลักษณะที่ปรับปรุงพิมพ์พระให้สมบูรณ์ การสร้างพระเครื่องชุดนี้เริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๐๘ โดยรุ่นแรกๆยังขาดความเรียบร้อย จึงมีการสร้างพระราชทานให้ภายในพระราชวังโดยไม่มีใบประกาศ และมีการปิดทองคำเปลวที่หลังองค์พระก่อนที่จะอาราธนาบูชา เพื่อเป็นคติเตือนใจให้ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน
หลังจากนั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้รับพระราชทาน จึงได้รับพระนามว่า 'พระกำลังแผ่นดิน' ซึ่งทำให้ข่าวแพร่สะพัด ข้าราชบริพารและข้าราชการต่างปรารถนาที่จะได้รับพระดังกล่าว จึงมีการทูลเกล้าฯ ขอพระราชทาน และมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับพระราชทาน พร้อมกับลำดับและชื่อพระนาม โดยมีการเซ็นต์สดซึ่งรวมถึงพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กราว ๓,๐๐๐ องค์ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๑๓ ที่หยุดการสร้างเนื่องจากราคาพระเริ่มสูงขึ้นและมีการทำพระเลียนแบบออกมามากมาย ปัจจุบันพระพิมพ์นี้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างสูง ราคาสูงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ขององค์พระ รวมถึงปีที่สร้าง ซึ่งแต่ละปีจะมีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้ เช่น พิมพ์พระและสีเนื้อ เช่น 'สายรุ้ง' พระปี พ.ศ.๒๕๐๙ ที่มีลักษณะสีเนื้อที่ส่วนใหญ่เป็นดำปนเทา (ขี้ม้า) และมีตุ่มเนื้อฟองอากาศที่ผิวหน้าพระที่เรียกว่า 'เม็ดผด' อีกทั้งยังเห็นเนื้อมวลสารที่จับตัวเป็นชั้นๆ แยกตัวออกจากเนื้อเรซินได้อย่างชัดเจน....
- องค์ที่สองที่นานๆ จะได้เห็นบนเวที คือ พระมเหศวรเดี่ยว หลังซุ้มระฆัง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพระกรุเก่า ที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งใน ๕ พระยอดขุนพลเนื้อชินชุดเบญจภาคี ที่ถูกกำหนดโดย อ.ตรียัมปวาย ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ได้แก่ ๑. พระร่วงยืน หลังรางปืน กรุเมืองสรรคโลก ๒. พระหูยาน กรุวัดพระศรีฯ จ.ลพบุรี ๓. พระท่ากระดาน (กรุเก่า) จ.กาญจนบุรี ๔. พระมเหศวร กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี และ ๕. พระพุทธชินราชใบเสมา จ.พิษณุโลก พระมเหศวร เป็นพระเนื้อชินเงินที่ค้นพบจากกรุองค์พระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับพระผงสุพรรณ, พระปทุมมาศ, พระกำแพงนิ้ว, พระกำแพงศอก และอื่นๆ
พระมเหศวรเดี่ยว หลังซุ้มระฆัง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของ 'เฮียใหญ่ อู่ทอง'.พระมเหศวรเดี่ยวเป็นองค์พระพุทธศิลป์สมัยอู่ทอง ปางมารวิชัย ที่ส่วนใหญ่จะพบพระนั่งทั้งด้านหน้าและหลังสวนทางกัน ทำให้ได้รับชื่อเรียก 'พระมเหศวร' โดยสามารถแยกพิมพ์ได้เป็นใหญ่ กลาง และเล็ก รวมถึงพิมพ์พิเศษที่องค์พระทั้งด้านหน้าและหลังมีลักษณะแตกต่างกัน โดยด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางมารวิชัย และด้านหลังเป็นองค์พระนั่งในซุ้มระฆัง เช่นเดียวกับองค์นี้ของ 'เสี่ยไพโรจน์ ศิวะพรชัย' (ใหญ่ อู่ทอง) ที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงาม มีไขขาวเคลือบเข้าผิวเนื้ออย่างหนาแน่น ดูมีพลังและขลังมาก ซึ่งองค์นี้หายากและมีมูลค่าหลักแสนถึงล้าน.
- อีกหนึ่งรายการคือ พระชัยวัฒน์ พ.ศ.๒๔๗๙ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งสร้างขึ้นตามคำขอจากคณะศิษย์ที่นำโดย อ.นิรันดร์ แดงวิจิตร พร้อมกับพระกริ่ง ขณะดำรงฐานะสมเด็จพระสังฆราช โดยมีจำนวนทั้งหมด ๓๐๐ องค์ เนื้อภายในเป็นสีนาค ที่มีการเปลี่ยนสีจากขาวไปดำ เป็นพระชัยวัฒน์รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสกุลพระวัดสุทัศน์ โดยองค์ที่มีสภาพสมบูรณ์ สวยงาม และผิวเนื้อไร้รอยสัมผัสเช่นองค์นี้ของ 'เสี่ยรุ่ง บิ๊กโสภาเจริญ' ราคาของมันจึงอยู่ที่หลักแสนกลางถึงปลายสบายๆ.
พระชัยวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๙๗ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ของรุ่ง บิ๊กโสภาเจริญ.- เหรียญที่สี่ คือ เหรียญทองคำ ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่พุทธสมาคมฯ จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองงานปีกึ่งพุทธกาล ๒๕ พุทธศตวรรษ พ.ศ.๒๕๐๐ โดยเป็นเหรียญโลหะปั๊ม รูปทรงยืน ด้านหน้าแสดงภาพจำลองขององค์หลวงพ่อพระศรีศากยะทศพลญาณ ซึ่งเป็นประธานพุทธมณฑล ส่วนด้านหลังมีอักขระยันต์ที่ปั๊มจมเข้าเนื้อ เหรียญนี้มีหลายเนื้อ เช่น ทองคำ นาค เงิน ชินตะกั่ว และดินเผา โดยเฉพาะทองคำที่มีความนิยมสูง และเหรียญที่เป็นของ 'เสี่ยโอ (ชลเวก) อู่ทอง' ในสภาพงามสมบูรณ์ ราคาในตอนนี้อาจสูงถึงหลักล้าน
เหรียญ ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อทองคำ ของเฮียโอ (ชลเวก) อู่ทอง.- รายการที่ห้า คือ เหรียญโล่ พ.ศ.๒๕๐๗ เนื้อเงินลงยาสีแดง วัดโสธรฯ จ.ฉะเชิงเทรา ที่สร้างตามรูปทรงเหรียญรุ่นแรก โดยเหรียญนี้ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มเหรียญหลวงพ่อโสธร รูปทรงของเหรียญเป็นโล่ ด้านหน้าเป็นรูปจำลองของหลวงพ่อโสธร พร้อมกับพื้นลงยาสีแดงและเม็ดไข่ปลารอบขอบเหรียญ ด้านหลังมียันต์อุณาโลมอยู่บนสุด และอักษรระบุชื่อวัดและปีที่สร้าง เหรียญในภาพนี้เป็นของคุณพี่เล็ก-จารวี สงวนพันธ์ ซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์และลงยาเต็มร้อย ปัจจุบันราคาประมาณหลักแสนต้นๆ
เหรียญหลวงพ่อโสธร เนื้อเงินลงยาสีแดง พ.ศ.๒๕๐๗ วัดโสธรฯ ของจารวี สงวนพันธ์.- เหรียญเสมา ๘ รอบ เนื้อเงินลงยาสีฟ้า พระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสริโก) วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ถือเป็นเหรียญที่มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับความนิยมสูงสุด จากคุณค่าทางพุทธคุณในการปกป้องคุ้มครองภัย องค์หลวงปู่ได้รับการออกแบบอย่างงดงามและมีความเหมือนจริง เหรียญนี้ผลิตขึ้นในงานฉลองอายุครบ ๘ รอบของท่าน เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๑๘ โดยมีจำนวนการผลิตตามบันทึกดังนี้: เนื้อทองคำลงยา ๕๖ เหรียญ ตอกโค้ดเม็ดงาในช่องซุ้มกนก ๒ ข้าง, เนื้อเงินหน้าทองคำลงยา ๑๖๙ เหรียญ ตอกโค้ดเม็ดงาในช่องซุ้มกนก ๒ ข้าง, เนื้อเงินลงยา ๓ สี ๘๙๗ เหรียญ ตอกโค้ดเม็ดงาและโค้ดอิที่หน้าตัก
เหรียญเสมา ๘ รอบ เนื้อเงินลงยาสีฟ้า หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ผลิตโดยเจน ปิยะทัตเหรียญเงินลงยาสีเดียว จำนวน ๑,๘๙๗ เหรียญ ตอกโค้ดเม็ดงา โค้ดอิ ที่ข้างเข่าซ้าย, เหรียญนวะ หน้าเงินลงยา จำนวน ๒,๒๙๗ เหรียญ ตอกโค้ดเม็ดงา ที่ข้างเข่าขวา, เหรียญทองแดงลงยา จำนวน ๕๐ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ จำนวน ๔๐๐ เหรียญ ตอกโค้ดอุบนสังฆาฏิ, และเหรียญเนื้อทองแดง จำนวน ๒๒,๒๙๗ เหรียญ ซึ่งมีทั้งที่ตอกโค้ดอุ โค้ดศาลา และที่ไม่มีการตอกโค้ด ในภาพของเสี่ยเจน ปิยะทัต จากสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ เป็นเหรียญเนื้อเงินลงยาสีฟ้า ซึ่งผลิตออกมาเพียง ๑,๘๙๗ เหรียญ และมีสภาพสมบูรณ์สวยงาม ลงยาเต็มร้อยโค้ด ตำหนิครบแบบนี้ ราคาประมาณหลักแสน
- เหรียญกองพันทหารลำปาง รุ่น ๒ พ.ศ.๒๕๓๖ เนื้อทองคำ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง เป็นอีกเหรียญรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง หลังจากเหรียญกองพันทหารรุ่นแรกที่สร้างชื่อไปแล้ว เหรียญนี้เป็นเหรียญหลักของหลวงพ่อเกษม เหรียญทองคำรุ่นนี้ผลิตในจำนวนที่จำกัด โดยราคาค่อนข้างสูงถึงหลักแสน
เหรียญกองพันทหารลำปาง รุ่น ๒ พ.ศ.๒๕๓๖ เนื้อทองคำ หลวงพ่อเกษม จาก “ไข่มุก” ปิยธิดา คำป่าแลว- เหรียญพญาเต่าเรือน เสาร์ ๕ รุ่นแรก เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๓๗ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง เป็นเหรียญวัตถุมงคลในรูปพญาเต่าเรือนที่มีความพิเศษในฐานะรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สร้างออกมาในช่วงเวลานั้น ภายใต้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเกษม พระอริยสงฆ์แห่งเมืองรถม้า ตามคำขอของคณะศิษย์เพื่อหวังใช้พุทธคุณในการเสริมโชคลาภและเมตตา เหรียญนี้มีทั้งเนื้อทองคำ เงิน นวะ ทองแดง โดยเฉพาะเนื้อทองคำที่สร้างตามจำนวนสั่งจองที่หายากและเป็นที่ต้องการอย่างสูง จากเสี่ยโหน่ง กาดเมฆ
เหรียญพญาเต่าเรือนมหาลาภ เนื้อทองคำ เสาร์ ๕ พ.ศ.๒๕๓๗ หลวงพ่อเกษม จากเสี่ยโหน่ง กาดเมฆหนึ่งในนั้นคือ นายธีรยศ ลูกชายของเซียนพระ ที่เมื่อแนะนำตัวก็ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ เมื่อถูกถามว่าเป็นลูกเซียนพระแล้วดูพระเป็นไหม นายธีรยศก็พยักหน้าและตอบว่า การดูพระเก๊-แท้นั้นไม่ยาก เขารู้จักพิมพ์พระ เนื้อพระ ตำหนิ และสามารถดูได้จากการเห็นของจริงบ่อยๆ แต่ที่ยากคือลักษณะของพระศัลยกรรม ขณะนั้นก็มีอาจารย์ผู้หญิงเข้ามาและถามว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่ เมื่อได้ยินคำว่า พระเก๊-แท้ พระศัลยกรรม อาจารย์สาวจึงถามว่า นายธีรยศดูเป็นไหม เขาตอบทันทีว่า ผมเป็นลูกเซียนพระ อย่าว่าแต่ดูพระเลย แม้กระทั่งคนอย่างอาจารย์ก็ยังมองออกว่า ศัลยกรรมทั้งตัว ชัวร์ ชัวร์--ปากกับใจตรงกันแบบนี้ น่าจะได้เกรด D สมกับที่พูดออกมา เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ
สีกาอ่าง
