พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหม่อมตรส โดยอุดมเดช รัตนเสถียร
วันนี้มาพร้อมพระธรรมคำสอนสั้นๆ จาก พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูตไทยในสายอินเดีย-เนปาล ที่ว่า ‘จิตที่คิดจะให้ มันเบา แต่จิตที่คิดจะเอา มันหนัก’
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ดูพระองค์แรกกันเลย เป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม กทม. เนื้อผงพุทธคุณผสมปูนเปลือกหอย ที่เสมียนตราด้วง ตระกูลธนโกเศศ ได้ขออนุญาตท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต เป็นประธานในการสร้าง เพื่อบรรจุในองค์พระเจดีย์ใหญ่ โดยมีท่านเสมียนตราเป็นประธานในการบูรณะในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๑๑-๒๔๑๓
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต จึงได้มอบพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังฯ บางแม่พิมพ์เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการสร้างพิมพ์พระ และได้มอบผงพุทธคุณ ๕ ประการเป็นส่วนผสมในเนื้อพระ พร้อมทั้งเป็นประธานในการพุทธาภิเษก
พระสมเด็จบางขุนพรหมมีระยะเวลาการสร้างใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ ด้วยศิลปะและเนื้อพระที่คล้ายกัน จึงมีพิมพ์พระเป็นมาตรฐานรวม ๘ พิมพ์ ได้แก่ ๑.พิมพ์ใหญ่ ๒.พิมพ์เกศบัวตูม ๓.พิมพ์ทรงเจดีย์ ๔.พิมพ์เส้นด้าย ๕.พิมพ์ฐานแซม ๖.พิมพ์สังฆาฏิ ๗.พิมพ์ฐานคู่ ๘.พิมพ์อกครุฑ ส่วนพระพิมพ์ปรกโพธิ์และพิมพ์ไสยาสน์มีจำนวนไม่มากจึงเลือนหายไปและไม่ค่อยพูดถึง
มีบันทึกว่าพระสมเด็จบางขุนพรหมถูกนำออกจากกรุหลายครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๒๕ ครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ.๒๔๓๖ และครั้งที่ ๓ ในปี พ.ศ.๒๔๕๙ ซึ่งทั้งหมดเรียกว่าพระกรุเก่า โดยผิวพระจะเรียบเนียนและมีคราบกรุบางเบา ส่วนใหญ่จะมีคราบกรุฟองเต้าหู้และเม็ดกรวดทราย เนื้อพระมักหยาบกว่าพระกรุใหม่
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ การขุดเจาะองค์พระเจดีย์และนำพระออกมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๐ พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสได้ประกาศเปิดกรุอย่างเป็นทางการ พร้อมตั้งคณะกรรมการ โดยมีเจ้าคณะอำเภอพระนครเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และนายบุญทอง เลขกุลเป็นประธานฆราวาส พล.อ.ประภาส จารุเสถียร รมว.มหาดไทยได้มาเป็นประธานพิธีเปิดกรุในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๐
มีการใช้สารวัตรทหารและตำรวจในการรักษาความปลอดภัย พร้อมกับการสร้างรั้วสังกะสีล้อมรอบองค์พระเจดีย์ พระเณรช่วยกันขุดและเมื่อได้พระขึ้นมาแล้วก็เก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถ คณะกรรมการประกอบด้วย พล.ต.ต.เนื่อง อาขุบุตร, พ.ต.อ.สังข์ เผ่าพิมพา และผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จได้ร่วมกันตรวจสอบและคัดเลือกจำนวนพระ พร้อมประทับตรารูปองค์พระเจดีย์
จำนวนพระที่ได้สภาพสมบูรณ์ทั้งสิ้น ๒,๙๕๐ องค์ ส่วนที่เหลือเป็นพระชำรุดหรือแตกหัก และพระที่จับตัวรวมกันกับดินในกรุ หลังจากเปิดให้ทำบุญบูชา พระก็หมดลงในเดือนมีนาคม ๒๕๐๑ โดยได้เงินบริจาคประมาณ ๖ แสนบาท
เนื้อพระชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อละเอียดที่ผสมกับปูน มีคราบกรุฟองเต้าหู้ที่ติดแน่น เช่นพระของอดีต รมช. ส.ส.อุดมเดช รัตนเสถียร ซึ่งเป็นพระกรุเก่าสภาพสมบูรณ์ และตอนนี้ราคาก็สูงถึงหลักล้านกลาง-ปลาย
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๗ ชั้นหูประบ่า วัดไชโยวรวิหาร ของแจ็ค สามพรานองค์ที่สองเป็นพระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๗ ชั้นหูประบ่า จากวัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง พิมพ์นี้เป็นพระนอกพิมพ์มาตรฐาน ที่นักนิยมพระยอมรับแล้วว่าเป็นพระสมเด็จเกศไชโย ซึ่งพบพร้อมกับพิมพ์มาตรฐาน ๓ พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์นิยม ๗ ชั้น A, พิมพ์ ๖ ชั้นอกตัน, และพิมพ์ ๖ ชั้นอกตลอด
จากข้อมูลที่เล่าต่อกันมานับตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ พบว่ามีพระพิมพ์ฐาน ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๖ ชั้น และ ๗ ชั้น รายละเอียดของพิมพ์แตกต่างกันไป แต่เค้าโครงของพระเป็นเนื้อผงและรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกัน ซึ่งพระนอกพิมพ์มาตรฐานก็เริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่นั้น ราคาของพระเหล่านี้ก็เริ่มขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันพระนอกพิมพ์มาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างพิมพ์ ๗ ชั้นหูประบ่า เช่นองค์ของเสี่ยแจ็ค สามพราน ยังมีราคาค่อนข้างย่อมเยาที่หลักแสนกลางถึงปลาย แต่ทุกคนยอมรับว่าเป็นพระสมเด็จที่มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์เหนือราคาของมัน
พระผงญาณวิลาศ พิมพ์พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ลึก เนื้อดำโรยผงแร่ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ของสนธยา ศรีน้อยพระผงญาณวิลาศ พิมพ์พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ รุ่นแรกที่จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๓ โดยพระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) วัดเขาบันไดอิฐ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ท่านใช้พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังเป็นต้นแบบ และมีคำสั่งว่าให้เรียกว่า “พระผงญาณวิลาศ” ไม่ใช่ “พระสมเด็จ” เนื่องจากท่านเห็นว่าเป็นพระครู
พระสมเด็จผงญาณวิลาศนี้ได้รวบรวมผงพุทธคุณจากผงพระสมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหมที่ชำรุดแตกหัก รวมไปถึงผงพระกรุจากวัดสามปลื้ม วัดเงินคลองเตย ผงพระหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก ผงพระหลวงปู่ทวด ผงพระหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ ปทุมธานี และผงพระภูธรวดีของพล.ต.ต.ประชา บูรณธนิต
ผงดินที่ได้จากสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ถูกนำมาบดผสมกับผงพุทธคุณจากพระเกจิอาจารย์หลายท่าน รวมทั้งผงพุทธคุณของท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ และผงตะไบเนื้อโลหะพระกริ่งจากวัดสุทัศน์ หลายรุ่น ส่วนสำคัญคือผงปูนจากอุณาโลมขององค์พระหลวงพ่อโต วัดอินทร์ ซึ่งบดรวมเป็นผงเนื้อพระ
เริ่มการกดพิมพ์สร้างพระระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๑๓ จนได้พระทั้งหมดประมาณ ๔๐,๐๐๐ องค์ โดยหลวงพ่อแดงได้ทำพิธีปลุกเสกเดี่ยวครบ ๓ ไตรมาส (๓ พรรษา) เมื่อเสร็จแล้วท่านก็ทำลายพิมพ์พระทั้งหมด
พระพิมพ์มีทั้งหมด ๓ รูปแบบ ได้แก่ ๑. สี่เหลี่ยมเหมือนพระสมเด็จ ๒. สามเหลี่ยมแบบพระนางพญา ๓. พระปิดตา ส่วนเนื้อพระมี ๕ สี ได้แก่ เนื้อดำโรยผงแร่ (ดิสโก้) เนื้อแดงที่ผสมกับน้ำว่านชานหมากของหลวงพ่อแดง เนื้อเหลือง เนื้อเขียว ก้านมะลิ และเนื้อขาว
พระพิมพ์สมเด็จเนื้อดำของ เสี่ยสนธยา ศรีน้อย เป็นพระที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยจำนวนการสร้างที่น้อยไม่ถึงร้อยองค์ หากเป็นสภาพสมบูรณ์เดิมๆ ราคาก็ย่อมสูงถึงหลักแสนได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เหรียญเสมารุ่นแรก แจกกรรมการ เนื้อทองแดง กะไหล่ทอง ปี พ.ศ.๒๔๖๐ หลวงพ่อโสธร ของมีชัย เถาเจริญ.ตอนนี้ขอเชิญชมเหรียญเสมารุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๐ ที่แจกให้กรรมการในการสร้าง หลวงพ่อโสธร วัดโสธรฯ จ.ฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นพร้อมกับเหรียญอาร์มรุ่นแรก เพื่อมอบให้กรรมการที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันเหรียญเสมารุ่นแรกถือเป็นเหรียญพระพุทธที่มีราคาหลักล้าน โดยเหรียญนี้ของ เสี่ยมีชัย เถาเจริญ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง กะไหล่ทอง สภาพแชมป์ สวยคม และสมบูรณ์เดิมๆ
พระนางกำแพง พิมพ์ตื้น จากกรุลานทุ่งเศรษฐี ที่มีชื่อเสียง ของพรรค คูวิบูลย์ศิลป์.ต่อไปเป็นพระนางกำแพงพิมพ์ตื้น จากกรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ที่ได้รับการค้นพบจากหลายกรุพระในลานทุ่งเศรษฐี
พระพิมพ์นี้ทำจากเนื้อดินเผา มีรูปทรงสามเหลี่ยมเหมือนพระนางพญา ด้านหน้าแสดงองค์พระในศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) และด้านหลังเป็นเนื้อเรียบ เนื้อพระเป็นดินกรองละเอียด โดยพิมพ์นี้แยกออกเป็นสองหมวดใหญ่ คือ พิมพ์ตื้น และพิมพ์ลึก พระองค์นี้มีพุทธศิลป์งดงาม รายละเอียดของหู ตา คิ้ว คาง จมูก และปากชัดเจน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน และเรียกกันว่า “นางทุ่งเศรษฐี” ที่บ่งบอกถึงพุทธศิลป์อันล้ำค่าที่มีอายุสมัยสูงกว่า พระนางพญา พิษณุโลก องค์นี้เป็นของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์
พระพิมพ์ไก่หาง ๕ เส้น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ของ เบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.พระพิมพ์ไก่หาง ๕ เส้น ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในความครอบครองของคุณเบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์ เป็นหนึ่งในพระที่มีความนิยมสูงมาก ทุกองค์ล้วนมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ไม่แพ้พระของผู้ชายแม้แต่องค์เดียว และเป็นผู้หญิงที่สะสมพระเครื่องได้อย่างมีความรู้ลึกซึ้ง รู้จริง ใจถึง เงินถึง
พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ไก่หาง ๕ เส้น องค์นี้ถือเป็นพิมพ์หายาก และยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างมาก พิมพ์องค์พระลึกชัดเจนแบบ 'สุดพิมพ์' ซึ่งถือเป็นพระแชมป์หายาก หาองค์ที่มีคุณภาพเหมือนกันยากยิ่ง และยังมีผงอุดเต็มแน่นแบบเดิมๆ มั่นใจได้ในพลังอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มเปี่ยม
พระพิมพ์เศียรโล้น เนื้อตะกั่ว หลวงพ่อเนียม วัดน้อย ของ ฐิการ ศุภวิรัชบัญชา.ต่อด้วยพระพิมพ์เศียรโล้น เนื้อตะกั่ว (ลบถม) หลวงพ่อเนียม วัดน้อย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นพระพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระพิมพ์นี้หลวงพ่อเนียมได้สร้างขึ้นด้วยวิธีที่พูดกันว่า 'ลบถม' (บางทีก็เรียกว่า 'ลบทม' ซึ่งยังไม่มีการอธิบายชัดเจน ถ้ามีผู้รู้กรุณาแบ่งปัน) โดยเริ่มจากการตีแผ่เนื้อตะกั่วลงบนอักขระเลขยันต์ ก่อนจะทำการปลุกเสกและลบอักขระเหล่านั้นทิ้ง จากนั้นจึงรวมตะกั่วและแผ่เป็นแผ่นอีกครั้ง เพื่อนำมาหลอมเป็นองค์พระในหลายรูปแบบและขนาด
พระเศียรโล้นพิมพ์นี้ได้รับความนิยมมาก ด้วยอานุภาพที่เลื่องลือ ราคาสูงถึงหลักแสน อาทิ พิมพ์งบน้ำอ้อยเล็ก สตางค์ห้า และงบน้ำอ้อยใหญ่ สตางค์สิบ รวมถึงพิมพ์พระเศียรโล้นที่มีคุณภาพสูงอย่างองค์นี้ของ เสี่ยฐิการ ศุภวิรัชบัญชา ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงาม ผิวพระมีลักษณะสนิมไขตามอายุ
ตะกรุดพิสมรถักเชือกลงรัก ลายจักรนารายณ์ หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย ของ เบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.ต่อไปนี้เป็นตะกรุดพิสมร ถักเชือกลงรักลายจักรนารายณ์ ของหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลชั้นยอดของคุณพี่เบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์ ที่ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องรางของขลังต่างให้การยอมรับว่า ยิ่งมอง ยิ่งรู้สึกหลงใหล และยิ่งเห็น ยิ่งอยากได้
การได้มาของตะกรุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในสมัยที่หลวงพ่อแก้วสร้างตะกรุดแจกให้ศิษย์นั้น ผู้ที่ต้องการจะต้องเดินทางไปหาใบลานจากคลองตำบลบางปืน เพื่อมอบให้หลวงพ่อเพื่อท่านจะได้ลงอักขระเลขยันต์ตามตำรับวิชา จากนั้นจึงม้วนเป็นตะกรุดลูกอมและทำการเสก ก่อนจะให้ช่างประจำวัดนำมาถักเชือกลงรัก แล้วตากลมผึ่งแดดจนแห้งสนิท ก่อนมอบให้เจ้าของ
เนื่องจากมีจำนวนที่น้อยมาก จึงทำให้ตะกรุดนี้หายากกว่าการหาของที่มีมูลค่าอื่นๆ ยิ่งถ้าเป็นลูกที่มีลายถักอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบ ยิ่งมีค่ามาก โดยลายถักนี้เป็นเอกลักษณ์ฝีมือของช่างในท้องถิ่นสมัยนั้น เรียกว่าลาย “จักรนารายณ์” ที่เคลือบรักและมีร่องรอยอายุความเก่า ทำให้สามารถรับประกันความแท้ได้อย่างมั่นใจ
เรื่องราวสุดท้ายที่จะเล่าคือการพูดคุยในห้องพักผู้ป่วยรอผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลรัฐย่านดุสิต ซึ่งในวันนั้นมีนักนิยมพระและเพื่อนผู้ป่วยมาเยี่ยมกันโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า
หลังจากที่ทักทายกันเรียบร้อย ทุกคนก็เริ่มมองหน้ากันและส่งสัญญาณเพื่อหาหัวข้อคุยที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายก่อนที่จะขึ้นเขียง โดยคนแรกเริ่มเปิดประเด็นถามว่า ใครช่วงหยุดยาวโควิด-19 ได้พระดีๆ มาอวดกันบ้าง
คนที่สองก็รับลูกไปบอกว่า เขามีโชคได้พระเบญจภาคีชุดใหญ่ครบทั้งชุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระสมเด็จ พระรอด พระซุ้มกอ พระนางพญา และพระผงสุพรรณ ส่วนองค์ล่าสุดก็เป็นพระที่เขาตามหามานาน
หลังจากนั้นคนที่สามยิ้มแล้วบอกว่า เขาก็ได้พระปิดตาเนื้อผงเบญจภาคีครบชุดเช่นกัน ซึ่งรวมถึงพระหลวงพ่อแก้ว หลวงปู่จีน หลวงปู่ไข่ หลวงปู่เอี่ยม และหลวงปู่ยิ้ม
เมื่อพูดถึงตรงนี้ คนที่สี่เห็นคนป่วยเงียบสงบ ไม่พูดไม่จาเลย จึงหันมาถามว่า แล้วคนป่วยได้เบญจภาคีอะไรมาอวดกันบ้างหรือเปล่า
สีกาอ่าง
