พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต ) วัดระฆังฯ เป็นของอิทธิ ชวลิตธำรง.
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องหลอกตัวเอง และมันพาเรามาถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่ ๕ แล้ว ซึ่งเมื่อมองในแง่ของอายุที่ทุกคนย่อมมีเวลาน้อยลง ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากให้เกิด แต่หากคิดอีกมุมหนึ่ง เราก็ได้มาถึงช่วงเวลาแห่งการสิ้นสุดของการรอคอยวัคซีน โดยที่ไม่ต้องวิตกกังวลกันมากเหมือนที่ผ่านมา
เมื่อชาวโลกได้รับวัคซีนกันทั่วหน้า ก็เชื่อว่าบรรยากาศเดิมจะเริ่มฟื้นคืนกลับมา ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนอดทนกันต่อไป คิดซะว่าเราได้ผ่านพ้นมาถึงจุดนี้แล้ว
ขออ้างคำสอนของหลวงพ่อชา ที่ได้สอนให้ทำใจว่า “การทำจิตใจให้มีกำลัง ก็คือทำจิตให้สงบ ไม่ใช่คิดมากไปต่างๆ”
หลวงพ่อท่านพูดถูกจริง คิดมากก็ยิ่งฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะตอนนี้ ใครที่ติดตามข่าวสารจากสื่อเยอะๆ ก็ยิ่งงุนงง ไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวและเครียด ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะไม่สนใจข่าวที่ไม่แน่ชัด และเลือกแค่ข่าวที่มีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งพบว่ามันดีกับตัวเอง ไม่เคยกลัวโควิดจนถึงขั้นวิตกจริตเหมือนหลายๆ คน
วันนี้ลองดูว่ามีหลวงพ่อท่านไหนที่ได้รับข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนบ้าง ท่านแรกคือพระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พระดีองค์เด็ดของเสี่ยเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง ที่เก็บไว้นานแล้วเพิ่งค้นเจอ คงจะมีไม่กี่คนที่มีพระเครื่องระดับจักรพรรดิ แต่กลับเก็บจนลืมแบบนี้
พระสภาพงามสมบูรณ์ รูปทรงตรงตามสเปก พิมพ์พระชัดเจน เส้นศิลป์ล่ำสัน โดยเฉพาะเส้นซุ้มครอบแก้วแบบ “ผ่าหวาย” เนื้อมวลสารก้อนขาวเกล็ดแดงก้านดำมีครบสูตร สีเนื้อขาวสะอาด
รักทองเก่าที่เหลืออยู่ในซอกลึกยืนยันอายุและความเก่าธรรมชาติ เนื้อหลังเป็นหนึ่งในสี่ลักษณะมาตรฐานเนื้อพระวัดระฆังฯ ที่เรียกว่า “หลังสังขยา”
พระรอด พิมพ์ต้อ วัดมหาวัน ของมีชัย เถาเจริญ.พระรอด พิมพ์ต้อ วัดมหาวัน อ.เมือง จ.ลำพูน ของเสี่ยมีชัย เถาเจริญ เป็นพระแท้ ดูง่าย สภาพสมบูรณ์ ผิวเนื้อมีริ้วรอยสัมผัสที่ใช้มาอย่างเต็มที่ทั่วทั้งองค์
แม้ว่าจะมีริ้วรอย แต่ยังคงฟอร์มทรงที่โดดเด่น และพิมพ์พระที่คงความชัดเจนไว้อย่างดี ทำให้สามารถพิจารณาความเป็นพระแท้ได้ง่าย สีเนื้อดอกพิกุลแห้งอมเหงื่อ ดูมีพลังและน่าใช้บูชา
พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ วัดนางพญา ของอิทธิ ชวลิตธำรง.พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระพิมพ์กลางในสกุลพระนางพญา องค์นี้เป็นของเสี่ยเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง
จากภาพน่าจะเป็นเนื้อเขียวคราบแดง ซึ่งได้รับความนิยมสูง ราคาจึงเหนือกว่าเนื้อสีอื่นๆ ในสภาพเดียวกัน เนื่องจากเนื้อสีเขียวนี้ผ่านการเผาในอุณหภูมิสูง จึงทำให้เนื้อแน่น แข็งแกร่ง ทนการสัมผัสใช้งานได้มากกว่าเนื้อสีอื่นๆ ที่สำคัญ พิมพ์พระมีความคมชัดและงดงามเต็มตามากกว่า
พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของอรรนพ ชื่นสมถ้อย.ยังวนเวียนในเบญจภาคี ต่อไปชม พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี องค์นี้ของ อรรณพชื่นสมถ้อย เป็นพระสภาพผ่านใช้ พิมพ์พระลบเลือนจากการใช้ไปหน่อย แต่ฟอร์มทรงยังดูดี
เนื้ออมเหงื่อ ทำให้ดูเข้มขลัง คราบฝ้าราดำในซอกส่วนลึก บอกถึงความเป็นพระที่อายุถึงยุค ได้อย่างชัดเจน ลายนิ้วมือด้านหลัง บอกชัดว่าผู้สร้าง คือ พระมหาเถรปินะทัสสีสารีบุตร ชัวร์
พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๒ ใน ร.๙ ของคำรณ สัยยะนิฐี.ตามมาด้วย พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๒ ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.๙ ซึ่งเป็นอีกองค์ของ เสี่ยคำรณ สัยยะนิฐี ที่อาทิตย์ก่อนส่งองค์ พ.ศ.๒๕๑๐ มาหมาดๆ--องค์นี้เป็นพระปี พ.ศ. ๒๕๑๒ สภาพงามสมบูรณ์
ในส่วนนี้ขอตอบคำถามจากสนามพระเกี่ยวกับจุดพิจารณาความแตกต่างระหว่างปีที่สร้างพระสมเด็จจิตรลดา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ ทรงเริ่มสร้างพระสมเด็จจิตรลดาในปี พ.ศ.๒๕๐๘ โดยมี อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นหัวหน้ากองช่างหัตถศิลป์ และมีพระองค์เป็นที่ปรึกษา ใช้องค์หลวงพ่อจิตรลดาเป็นต้นแบบในการจำลองพิมพ์พระ รูปทรงสามเหลี่ยม กดพิมพ์ด้วยเนื้อมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผสมกับเรซิน ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองในแบบทดลอง
ในช่วงแรกๆ ของการสร้างนั้น องค์พระที่ได้มีการปรับปรุงตกแต่งเนื้อมวลสารและพิมพ์พระไปเรื่อยๆ พระองค์ทรงพบว่าองค์พระในระยะแรกขาดความงดงาม เนื่องจากเนื้อมวลสารยังไม่มีส่วนผสมที่คงที่ พิมพ์พระยังขาดความคมชัด และยังไม่ได้รับการตกแต่งเก็บงาน พระราชทานให้ข้าราชบริพารที่ทูลขอแบบโดยไม่มีใบประกาศ
ในระยะถัดมาทรงปรับปรุงสูตรเนื้อมวลสารให้ลงตัวและตกแต่งพิมพ์พระใหม่ ทำให้พระที่ได้มีความงดงามขึ้น เนื้อพระมีโทนสีน้ำตาลและขอบข้างถูกตกแต่งด้วยเครื่องเจียรทำให้พระองค์มีความสวยงามมากขึ้น
หากพิจารณาจากด้านข้าง จะเห็นเนื้อมวลสารที่เต็มขอบ มีความหนาประมาณ ๐.๕ ซม. พระชุดนี้ได้รับพระราชทานให้แก่ข้าราชบริพารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ขอพระราชทานตามลำดับ พร้อมทั้งใบประกาศ
ในปี พ.ศ.๒๕๐๙-๑๐ การสร้างพระได้มีการปรับปรุงพิมพ์พระให้คมชัดขึ้นเล็กน้อย และสูตรเนื้อได้ปรับให้มีสีเข้มขึ้นเป็นสีดำและเทา เนื้อมวลสารที่ขอบถูกปรับลดความหนาลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
พระสมเด็จ พ.ศ.๒๕๑๑ สีเนื้อมีความจางเป็นเทาอ่อนมีเขียวคล้ายสีขี้ม้า และพบว่าเป็นเม็ดตุ่มที่เรียกว่า “เม็ดผด” ขึ้นบนผิวเนื้อด้านหน้าขององค์พระในจำนวนมาก
สำหรับพระปี พ.ศ.๒๕๑๒ พระองค์ได้มีการปรับสูตรมวลสารให้เหมาะสมมากขึ้น โดยมีการเพิ่มเนื้อประสานเรซิน เพื่อให้พิมพ์พระมีความหนามากขึ้น ขนาดด้านข้างขององค์พระจะเห็นได้ชัดว่าอวบหนาขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และชั้นเนื้อมวลสารดูบางลง พระชุดนี้ได้พระราชทานให้ทหารไทยที่ร่วมรบในสงครามเวียดนาม
ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ การตกแต่งพิมพ์พระมีการปรับให้หนาขึ้นอีก เนื้อพระมีส่วนผสมของเรซินและเนื้อมวลสารบางลงอย่างเห็นได้ชัด พระองค์ทรงสร้างพระในปีนี้เป็นปีสุดท้าย ซึ่งในช่วงนั้นมีการผลิตพระปลอมเกิดขึ้นแล้ว
ปัจจุบัน ความนิยมในพระสมเด็จจิตรลดายิ่งสูงขึ้นมาก หลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคต องค์งามๆ ของพระสมเด็จนี้ราคาสูงจนถึงหลักล้านบาท
พระปิดตา พิมพ์ชะลูด เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ของอ้วน ลอยฟ้า.ต่อไปนี้ ขอเสนอ พระปิดตา พิมพ์ชะลูด เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่พระปิดตาวัดสะพานสูง มีทั้ง ๔ พิมพ์มาตรฐาน
พิมพ์ที่มีมาตรฐาน ได้แก่ ๑.พิมพ์ชะลูดใหญ่ “ว่าวจุฬา” ๒.พิมพ์ชะลูดเล็ก ขนาดองค์เล็กกว่า ๓.พิมพ์ตะพาบ องค์พระเตี้ย ไหล่กว้างมีสันตั้ง ๔.พิมพ์พนมมือ มีทั้งแบบหน้าเดียวและสองหน้า มือที่ยกขึ้นปิดหน้าเป็นเส้นเรียวเล็ก จุดเด่นคือท้องพระมีเนื้อนูนมากกว่าพิมพ์อื่น
พระองค์นี้เป็นพิมพ์ชะลูดใหญ่ สภาพสมบูรณ์ แท้ดูง่าย เพราะพิมพ์ถูกต้องและเนื้อพระเป็นมาตรฐาน รักเคลือบแห้งสนิทแสดงถึงความเก่าขององค์พระ
สิ่งที่สำคัญคือ พระจริงจะมีคราบน้ำหมากเกาะแน่นบนเนื้อรัก ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของในอดีตมีความศรัทธาในอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ ใช้เป็นพระเครื่องยามคับขัน โดยอาราธนาใส่กระพุ้งแก้มเพื่อต่อสู้กับศัตรู พระที่มีคราบน้ำหมากเกาะแน่นแบบนี้จึงมีเสน่ห์ และดูดีมีคุณค่ามากมาย เช่นพระองค์นี้ของ เสี่ยอ้วน ลอยฟ้า ที่ผ่านการอมมาแล้ว
พระปิลันทน์ พิมพ์หยดแป้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต) วัดระฆังฯ ของ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์.มาถึงองค์ที่ ๗ พระปิลันทน์ พิมพ์หยดแป้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต เสนีย์วงศ์) วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กทม. ซึ่งเป็นหนึ่งในพิมพ์พระมาตรฐานของสกุลพระปิลันทน์ ที่มีพิมพ์พระที่ถูกค้นพบจากการเปิดกรุอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.๒๔๘๐ มากกว่า ๒๐ พิมพ์
พิมพ์พระเหล่านี้สามารถแยกกลุ่มตามขนาดได้เป็น ๑.พิมพ์ใหญ่ เช่น พิมพ์ปรกโพธิ์ใหญ่ พิมพ์ซุ้มประตูใหญ่ พิมพ์ครอบแก้วใหญ่ พิมพ์โมคคัลลาน์ ฯ ๒.พิมพ์เล็ก เช่น พิมพ์ครอบแก้วเล็ก พิมพ์เปลวเพลิงเล็ก ๓.พระพิมพ์พิเศษ เช่น พิมพ์โมคคัลลาน์ พิมพ์ปฐมเทศนา พิมพ์พระปิดตา
และ ๔.พระพิมพ์ขนาดจิ๋ว เช่น พิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มสามเส้น กับพิมพ์หยดแป้ง องค์นี้เป็นหนึ่งในพระชุดจิ๋วแต่แจ๋วยอดนิยม ที่นักสะสมพระเครื่องขนาดเล็กต้องการมาก ทำให้พระชุดจิ๋วนี้มีราคาสูงถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนสำหรับองค์ที่มีสภาพสมบูรณ์สวยเดิมๆ ดูง่ายๆ เช่นองค์นี้ที่เป็นองค์แชมป์ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์
เหรียญรุ่น ทอ.๒ เนื้อเงิน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง ของบอย เชียงใหม่.สุดท้าย เหรียญรุ่น ทอ.๒ เนื้อเงิน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พระอมตะเถราจารย์ สายพระป่า เป็นศิษย์เอกอาวุโสรูปหนึ่งของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในฐานะนักบินกองทัพอากาศ ที่ได้ขับเครื่องบินในท้องฟ้าทางภาคเหนือ เมื่อได้พบเห็นพระองค์ลอยอยู่กลางอากาศ จึงตัดสินใจกลับมาตรวจสอบพิกัด และพบว่าเป็นพื้นที่ของวัดดอยแม่ปั๋ง ต่อมาได้เดินทางไปพบพระองค์ที่นั่งทำสมาธิอยู่หน้ากุฏิ และจดจำได้อย่างแม่นยำว่าเป็นภาพที่เห็นเมื่อครั้งเหาะผ่านไป
เรื่องราวนี้ได้ถูกเล่าขานเพื่อสร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นในหมู่พุทธศาสนิกชนทุกระดับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระนามาภิไธยย่อแก่เหรียญรุ่นนี้ ซึ่งได้รับการจัดทำโดย น.อ.เกษม งามเอก ศิษย์สายทอ. หลังจากเหรียญรุ่นแรกออกวางจำหน่าย รายได้ทั้งหมดได้นำไปบูรณะวัดจนหมดในปี พ.ศ. 2514
ในขั้นตอนการผลิตเหรียญรุ่นนี้ ทีมงานได้นำบล็อกแม่พิมพ์ด้านหน้าเดิมมาใช้ซ้ำ และได้ทำการออกแบบบล็อกแม่พิมพ์ด้านหลังใหม่โดยการแกะยันต์ 3 แถวในแนวตั้ง ซึ่งแตกต่างจากรุ่นแรกที่มียันต์ 3 แถวในแนวนอน
จำนวนการสร้างเหรียญทองแดงรมดำมีจำนวน 3,000 เหรียญ ส่วนเหรียญเงินมีเพียง 114 เหรียญ โดยแจกจ่ายให้แก่กรรมการวัดจำนวน 100 เหรียญ และทหารอากาศจำนวน 14 เหรียญ ทุกเหรียญจะถูกตอกโค้ดเลข 9 ราคาทำบุญสำหรับเหรียญทองแดงอยู่ที่ 20 บาท และเหรียญเงินอยู่ที่ 100 บาท แต่ในปัจจุบันราคาของเหรียญเหล่านี้ได้พุ่งขึ้นเป็นหลักหมื่น
เหรียญนี้มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถป้องกันภัยและคุ้มครองผู้บูชาจากอันตรายได้อย่างสูง และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเหรียญที่แกะใบหน้าของพระองค์ได้เหมือนที่สุดเหรียญหนึ่ง โดยเหรียญนี้เป็นของ 'เสี่ยบอย เชียงใหม่' ซึ่งเป็นเหรียญเนื้อเงินหนึ่งใน 114 เหรียญที่ยังคงความสมบูรณ์และงดงามเหมือนเดิม
วันนี้มาถึงจุดที่ต้องคอยลุ้นตัวเลขผู้ติดเชื้อว่า จะเพิ่มขึ้นหรือค่อยๆ ลดลง หลังจากนั้นมีเรื่องราวของลุงวิบูลย์ ข้าราชการเกษียณ ที่ใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัวอยู่ในบ้าน โดยรักษาระยะห่างระหว่างกัน ลุงวิบูลย์ใช้โอกาสนี้พูดคุยกับภรรยาและลูกๆ ว่า ถึงตอนนี้ พ่อมีทรัพย์สินที่แบ่งให้ลูกๆ เท่าเทียมกันหมดแล้ว แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่พ่ออยากสะสมไว้ คือพระเครื่องที่พ่ออยากให้ลูกทุกคนใช้บูชา เป็นพระประจำตัว เพื่อคุ้มครองและเสริมมงคลชีวิต
ลุงวิบูลย์จึงถามลูกๆ ว่า ใครอยากได้พระอะไร พ่อจะหาให้ ลูกสาวคนโตตอบทันทีว่าอยากได้พระนางพญา วัดนางพญา ส่วนลูกชายคนรองก็กล่าวว่า ขอพระสมเด็จ วัดระฆังฯ ขณะที่ลูกชายคนเล็กบอกว่า ขอแค่พระปิดตา วัดหนัง ที่เคยได้ยินมาว่าขลังที่สุด
ลุงวิบูลย์ฟังแล้วส่ายหน้า แล้วยิ้มให้แม่ ก่อนจะบอกว่า สิ่งที่ลูกๆ อยากได้ พ่อคงหาให้ไม่ได้ง่ายๆ เพราะถ้าเป็นพระตามที่ลูกๆ ขอรวมๆ กัน ต้องใช้เงินเกือบ ๑๐ ล้าน แต่ไม่เป็นไร พ่อจะหาพระตามสเปกที่ต่างวัดต่างรุ่นให้แทน
ลูกๆ หัวเราะกันแล้วบอกว่า ขอแค่เล่นๆ เท่านั้น พ่อก็ยิ้มกลับไป แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เจ้าหมูหลานรักที่นั่งกินข้าวไม่ยอมวางมือก็พูดขึ้นว่า 'ผมขอพระเบเกอรี ที่มีข่าวออกทีวี ทำพระกินได้ องค์ละ ๒๐ บาทเอง อามิตตพุทธ'
สีกาอ่าง
