
ในวงเสวนาทั้งวงเล็กและวงใหญ่ที่ร้านกาแฟในวันนี้ หากมีพระเครื่องที่มีคุณค่า เช่น พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ซึ่งถูกนำเสนอในคอลัมน์นี้เป็นสื่อกลาง เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีความรู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า พระองค์นี้เป็นพระแท้และมีความสวยงามที่เห็นได้ง่าย
รสชาติของกาแฟที่เคยรู้สึกขมในทุกครั้งที่ดื่ม กลับกลายเป็นรสหวานในครั้งนี้ กลิ่นของกาแฟที่เคยเย็นและจางหายกลับกลายเป็นกลิ่นหอมที่ยากจะลืม
คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการพระเครื่องเมื่อได้ยินคำว่า แท้ สวย ดูง่าย อาจจะมีคำถามในใจว่า พระนี้แท้จริงหรือไม่ สวยตรงไหน และดูง่ายแค่ไหน
ความสวยของพระสมเด็จวัดระฆัง...เนื้อปูนผสมน้ำมันที่มีอายุมากกว่า 150 ปี ซึ่งเป็นของเก่าหรือวัตถุโบราณ แตกต่างจากความสวยของของใหม่ที่มีความสะอาด ไม่มีคราบหรือรอยชำรุด
ในทางตรงกันข้าม ความสวยของพระสมเด็จแท้...กลับมาจากความหม่นคล้ำ รอยเปื้อน รอยด่างดำ และรอยยุบรอยแยกตามธรรมชาติของเนื้อพระ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นเนื้อปูนผสมเปลือกหอย พร้อมน้ำมันตังอิ้วที่มีคุณสมบัติแห้งช้า
แต่เมื่อแห้งแล้วทำให้เนื้อจับกันแน่นจนกลายเป็นผลึกแข็ง
หนึ่งในคุณสมบัติของพระสมเด็จวัดระฆัง คือความแข็งที่เรียกกันว่า ความแกร่ง ในวงการจะเรียกว่า หนึกแกร่ง เนื้อในพระสมเด็จองค์ไหนที่หลุดรุ่ยง่าย สามารถประเมินได้ทันทีว่าไม่ดี...
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์นี้ ส่วนที่มีการสัมผัสบ้าง จะเห็นความละเอียดนุ่มหนึก กลางๆ ระหว่างหนึกนุ่มและหนึกแกร่ง
แม้พระองค์นี้จะเป็นพระเก่าที่ล่อนลอกออกไปจนเกือบหมด แต่ผิวพระส่วนใหญ่ยังคงสมบูรณ์ เหลือชิ้นรักในหลุมร่อง รอยยุบ รอยแยก มองโดยรวมจะเห็นมิติความซึ้งจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
องค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบแบบนี้ ขอแนะนำเจ้าของพระให้รักษาไว้ให้ดี เพราะนี่คือสภาพของพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่แท้ ที่สามารถถือเป็นองค์ครูอีกองค์หนึ่งได้
พูดถึงลักษณะของเนื้อและความเป็นธรรมชาติของสมเด็จวัดระฆังเก่าแท้...ซึ่งเป็นจุดตัดสินสำคัญที่ชัดเจนไปแล้ว
หลักการดูพระสมเด็จวัดระฆัง คือ เนื้อดี พิมพ์ต้องดี องค์นี้เป็นพิมพ์ใหญ่ที่คุ้นตาและมีมาตรฐาน จะนำมาผนวกเข้ากับทฤษฎี “พรีเชียส” จากนิตยสารของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ โดยที่พิมพ์ไหนก็แล้วแต่ อาจจะเป็นพิมพ์หนึ่ง พิมพ์สอง หรือพิมพ์สามสี่ก็ว่าไป
แต่เมื่อได้ดูองค์จริงในมือแล้ว จะเห็นว่าพิมพ์ใหญ่องค์นี้มีขนาดเขื่องยิ่งกว่าพิมพ์ใหญ่ทั่วไป
หลักของครู “ตรียัมปวาย” น่าจะพิจารณาในการเปรียบเทียบระหว่างพิมพ์เขื่องกับพิมพ์โปร่ง
พิมพ์เขื่อง เส้นสายลายพิมพ์องค์พระหนาและแข็งแรง พิมพ์โปร่ง เส้นสายจะบางกว่าและขนาดใหญ่กว่าพิมพ์เขื่องเล็กน้อย
หนังสือภาพพระเครื่องเล่มมาตรฐาน ของประชุม กาญจนวัฒน์ ถือเป็นเล่มที่มีความเชื่อถือในเรื่องขนาดพิมพ์มากกว่าเล่มอื่น ๆ โดยพิมพ์ที่เขื่องกว่าทุกพิมพ์ “พี่ชุม” ได้จัดเรียงไว้ในลำดับแรก คือพิมพ์เขื่อง
จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นพิมพ์เขื่อง, พิมพ์โปร่ง, พิมพ์ชะลูด, พิมพ์ป้อม, พิมพ์สันทัด, หรือพิมพ์ย่อม ทฤษฎี “ตรียัมปวาย” ระบุว่าขนาดที่ใหญ่ย่อมมีความแตกต่างกันไม่มาก
เมื่อพิจารณาความกว้างของด้านล่างโดยวัดระหว่างเส้นซุ้มไม่รวมขอบข้าง โดยเฉลี่ยแล้วจะมีความกว้างระหว่าง 2.2 ซม. ถึง 2.4 ซม.
หากเจอองค์ที่มีขนาดเขื่องกว่า โดยที่ความกว้างขอบด้านล่างกว้างถึง 2.5 ซม. และเนื้อพระมีความเก่า ควรพิจารณาว่าแม่พิมพ์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางประการ เช่น เส้นซุ้มอาจมีการโย้ขณะดึงออกจากแม่พิมพ์จนดูเหมือนกว้างกว่าปกติได้
พิมพ์ใหญ่ในแบบพิมพ์เขื่องของพระสมเด็จวัดระฆังในวันนี้ ตัดขอบพิมพ์ได้พอดี ไม่เอียงไปทางใดทั้งสี่ด้าน เส้นกรอบกระจกมีความสมดุล ลักษณะการตัดพิมพ์แบบนี้ ภาษาครูตรียัมปวายเรียกว่า “สมภาค” หมายถึงการได้สัดส่วนที่เหมาะสม
หากนำไปประกวดกับองค์ที่มีการเอียงหรือโย้ไปทางซ้ายหรือขวา องค์นี้จะได้รับคะแนนสูงกว่าอย่างแน่นอน
ขอแสดงความยินดีแก่เจ้าของพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีความสวยงาม เขาคงจะได้เลื่อนตำแหน่งจากท่านรองในไม่ช้า ตามวาสนาที่ดีของท่านที่กำลังมา
พลายชุมพล
