
ชื่อพระนางพญามาจากพระเนื้อดินเผาสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่พบที่วัดนางพญาในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเชื่อกันว่า สมเด็จพระนเรศวร และพระราชมารดาทรงเป็นผู้สร้างพระองค์นี้
ดังนั้น พระนางพญาจึงเป็นพระที่ผู้หญิงหลายคนต้องการครอบครองและแขวนคอ
เมื่อหลับตานึกถึงองค์พระในกรอบหรือตลับสามเหลี่ยมแขวนเดี่ยวสุดปลายสายสร้อย จะพบความงดงาม เป็นทั้งเครื่องประดับเสริมราศีและเป็นพระที่คุ้มครองภัย
แต่ความจริงแล้ว พระนางพญาได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากความเชื่อในความอยู่ยงคงกระพัน
ในหนังสือปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่ม 2 พระนางพญา ตรียัมปวายได้เล่าเรื่องของ ‘ตาควาย’ ที่เกิดขึ้นก่อน พ.ศ. 2500 ประมาณสิบปี ตาควายเป็นคนแจวเรือจ้างที่อยู่ท่าช้างวังหน้า
วันหนึ่งตาควายดื่มเหล้าจนเมามาก ทะเลาะกับผู้โดยสารจนเรื่องถึงโรงพัก ตำรวจสองนายมารับแจ้งแต่ไม่สามารถจับตาควายได้ เพราะตัวเขาใหญ่และยังใช้ขวานต่อสู้กับตำรวจ
ตำรวจชุดที่สองซึ่งมีมากกว่าสิบคนมาถึง และตาควายก็ยังสู้ไปพร้อมกับท้าทาย พอเหนื่อยก็โดดลงน้ำ หลังจากพักไม่นานก็ว่ายขึ้นมาท้าสู้ต่อ ทำให้ตำรวจเห็นสิ่งที่อัศจรรย์ เมื่อพวกเขารุมจับตาควายก็ไม่สามารถจับตัวได้เลย
ในระหว่างการต่อสู้กันนั้น เสียงปืนดังขึ้นและตาควายร้องออกมาว่า ‘โอ๊ย...’ แต่เขาก็ยังยืนสู้ต่อ เพราะกระสุนจากตำรวจไม่สามารถยิงถูกเขาได้
ในที่สุด ตำรวจนับสิบคนก็ยังจับไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นแค่คนเมาคนเดียว เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกับคดีจลาจล จนตำรวจจากสามโรงพักต้องมาช่วยกันจับตาควาย รวมถึง ร.ต.ท.ยอดยิ่ง สุวรรณากร มือปราบหนุ่มที่มาร่วมงานนี้ด้วย
ร.ต.ท.ยอดยิ่งตัดสินใจเข้าจับกุมตาควายและถูกตาควายทำร้ายด้วยขวานหลายครั้งจนต้องหนีเอาชีวิตรอดโดยกระโดดลงไปในน้ำ
ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงช่วยเหลือร.ต.ท.ยอดยิ่งขึ้นมาและส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งหลังจากนั้นได้ทราบว่า คดีตาควายจบลงด้วยการถูกตีด้วยท่อนไม้จากภารโรงที่ซุ่มรอแล้วตีโป้งเดียวตาควายก็ล้มลงหมดสติ
ตาควายหายดีแล้วและได้ขอโทษร.ต.ท.ยอดยิ่ง โดยเขาบอกว่าเหตุที่ยิงไม่โดนเป็นเพราะมีพระดินเผาสามเหลี่ยมในตลับครั่งแขวนคอและที่ตัวลื่นก็เกิดจากการมีคดปลาไหลอยู่ที่ท่อนแขน
ร.ต.ท.ยอดยิ่งเล่าให้ตรียัมปวายซึ่งเป็นญาติกันฟังว่าเคยเห็นพระนางพญาของตาควาย และเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเก็บเอาไปในช่วงที่ตาควายถูกตีสลบ พระนางพญาพิมพ์สังฆาฏิที่มีเนื้อเขียว
เมื่อร.ต.ท.ยอดยิ่งได้พบกับตรียัมปวายขณะรับราชการทหารที่พิษณุโลก และเห็นนางพิมพ์สังฆาฏิห้อยคอ เขาก็อุทานว่าเหมือนพระนางของตาควาย และบอกกับตรียัมปวายว่าเคยรักนางองค์นี้มากแต่ในตอนนั้นมีหลายองค์จึงตัดใจให้ไปทั้งเลี่ยมทอง
พระนางพญาเป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความแข็งแกร่ง หนังเหนียวเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ นักเลงและตำรวจยุคนั้น ต่างก็พูดถึงและต้องการกันมาก เพราะมีประสบการณ์ตรงจากการพบเจอกับพระนี้
ชื่อ “นางพญา” มีความเหมาะสมกับผู้หญิง ตามที่คุณเชียร ธีรศานต์ได้เขียนในหนังสือของเขาว่า นักเลงโบราณที่มีประสบการณ์ได้เตือนกันไว้ว่า อย่าให้ภรรยาคู่ชีวิตของคุณเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอาจจะทำให้เสียภรรยาได้
พระนางพญามีความสามารถพิเศษไม่เพียงแค่ในด้านความแข็งแกร่งหรือหนังเหนียวเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในด้านเสน่ห์และอำนาจทางเมตตามหานิยมที่น่าทึ่ง
วันนี้ขอนำเสนอตัวอย่างพระนางพญาพิมพ์สังฆาฏิ ซึ่งเป็นพิมพ์เดียวกับที่ใช้ติดตัวโดยตาควาย พระองค์นี้มีเนื้อสีแดงและเนื้อละเอียดซึ่งแตกต่างจากองค์ตาควายที่เป็นเนื้อเขียว มีเม็ดแร่ครบทั้งสามสี ได้แก่ ขาว แดง และดำ ซึ่งแร่ที่ใช้เรียกกันว่า 'แร่ก้อนเส้า' ในสมัยโบราณ
ลักษณะของเส้นสายลายพิมพ์และตำหนิลับมีความถูกต้องแม่นยำในทุกตำแหน่ง โดยมีความคมชัดดี ตัดกรอบเป็นสามเหลี่ยมลงตัว ด้านหลังของพระมีรอยปูดโปนจากเนื้อที่คลุมเม็ดแร่ ซึ่งผสมผสานกับรอยลายมือที่ชัดเจนในมุมสามเหลี่ยม
พระนางพญาพิมพ์สังฆาฏิองค์นี้ ถือเป็นพระแท้ที่สามารถสังเกตได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้เป็นองค์ครูอีกหนึ่งองค์
พลายชุมพล
