(ภาพ) พระลือโขง กรุสันกู่เหล็ก ลำพูน ของ เกื้อกูล มานะสัมพันธ์กุล.
ในช่วงอาทิตย์แรกของเดือนเจ็ดนี้ ขอเชิญท่านเข้าสู่สนามพระวิภาวดี ด้วยคำสอนอันล้ำค่าจากสมเด็จพระสังฆราช ที่ว่า “หากจิตใจของท่านเต็มไปด้วยเมตตาและความปรารถนาดีที่ยุติธรรมแก่ทุกชีวิต ความทุกข์ยากที่เราทุกคนเผชิญจะค่อยๆ คลี่คลายไปในที่สุด” เมตตาธรรมนี้จะช่วยให้โลกนี้ดีกว่าเดิม ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาจากการขาดเมตตาต่อกันเอง
มาดูพระเครื่องกันดีกว่า รายการแรกเราจะเริ่มต้นที่ พระลือโขง กรุสันกู่เหล็ก อำเภอเมืองลำพูน
กรุพระนี้มีบันทึกว่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ห่างจากวัดประตูลี้ประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอรพินวิทยา ก่อนหน้านั้นเป็นทุ่งนาที่ใช้บรรจุอัฐิของพระยาแขนเหล็ก ผู้เป็นทหารเอกของพระนางจามเทวี กษัตริย์องค์แรกแห่งนครหริภุญไชย
พื้นที่นี้ได้รับการขุดค้นหาสมบัติมาเป็นเวลานาน โดยการขุดค้นที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ซึ่งในครั้งนั้นพบพระลือโขงพร้อมพระเครื่องลำพูนอื่นๆ เช่น พระรอดแผง พระลือแผง และพระหูยานแผง ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยากมาก
เอกลักษณ์ของกรุพระนี้คือคราบดินที่มีสีน้ำตาลเข้มเกาะติดเป็นเนื้อเดียวกับพระเครื่อง โดยส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นพระชำรุด แต่ก็มีพระที่สมบูรณ์เหลืออยู่ประมาณ ๗๐ องค์ พระพิมพ์สกุลลำพูนนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะมีศิลปะพุทธศิลป์สมัยหริภุญไชยที่มีความงดงามและวิจิตรมาก
พระลักษณะเป็นองค์พระนั่งปางสะดุ้งมาร ขัดเพชรบนอาสนะเหนือฐานบัวสองชั้น และอยู่ในซุ้มเรือนแก้วประภามณฑล มีลายเส้นคู่หยักเป็นลอนม้วนซึ่งเป็นลายกนก ก้านขดต่อด้วยเส้นขีดรัศมี และบนสุดมีช่อใบระกาสองชั้น
พระนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับซุ้มโขงรอบธรรมสิคาสถูปในกรุงพุกาม ประเทศพม่า ซึ่งทำให้พระนี้ได้ชื่อว่าเป็นพระฤๅขง หรือพระลือโขงจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันพระพิมพ์สกุลลำพูนนี้ถือเป็นพระที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีมูลค่าใกล้เคียงกับพระรอด โดยราคาค่าความนิยมของพระองค์ที่สภาพสมบูรณ์ เช่นองค์นี้ของเสี่ยเกื้อกูล มานะสัมพันธ์กุล มีมูลค่าหลักล้านบาทมาเป็นเวลานานแล้ว
พระท่ากระดาน กรุเก่า ปิดทองในกรุ อ.ศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี ของ พณ รังเทพ.ลำดับที่สองคือ พระท่ากระดาน กรุเก่า ปิดทองในกรุ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นขุนพลพระเครื่องแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง และยังเป็นหนึ่งในห้าของพระยอดขุนพลที่มีเนื้อชิน
พระท่ากระดานมีลักษณะเป็นพระพิมพ์พุทธศิลป์ในสมัยอู่ทองยุคต้น แบบนูนสูง พิมพ์ครึ่งซีก เทหล่อด้วยเนื้อตะกั่ว ปิดทองด้วยสนิมแดงและไขขาวที่ขึ้นคลุมผิว
พระท่ากระดานถูกค้นพบครั้งแรกที่กรุถ้ำลั่นทม ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำแควใหญ่ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๗๐ กิโลเมตร พบพระจำนวนหลายร้อยองค์ พร้อมกับแม่พิมพ์เศษตะกั่วที่มีสนิมแดงจับแน่นจำนวนมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงสถานที่ผลิตพระท่ากระดาน
ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๕-๙๖ ได้มีการค้นพบพระท่ากระดานในกรุพระที่ตั้งอยู่ในเขต ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ ที่วัดเหนือ วัดกลาง และวัดใต้ ซึ่งในกรุพระเหล่านี้มีพระท่ากระดานรวมกันอยู่ประมาณหนึ่งพันองค์
พระส่วนใหญ่ในกรุนั้นได้รับการปิดทองจากภายในกรุ เช่นเดียวกับองค์นี้จากร้าน พณ รังเทพ ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นพระกรุเก่าด้วยสภาพที่สมบูรณ์และสวยงามแบบแชมป์ ราคาก็พุ่งไปถึงหลายล้านได้แน่นอน
พระกริ่งตั๊กแตน บัวฟันปลา ถือสังข์ จาก เทียม ปัตตานี.ต่อไปเป็น พระกริ่งตั๊กแตน บัวฟันปลา ถือสังข์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากพระกริ่งทั่วไป เดิมเคยเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากประเทศเขมร แต่กลับไม่พบหลักฐานว่ามีการพบพระกริ่งนี้ในกัมพูชาเลย
จึงมีการสันนิษฐานใหม่ว่า อาจจะเป็นพระที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยทางภาคอีสานใกล้ชายแดนเขมร เพราะการศึกษาลักษณะของพิมพ์พระพบว่ามีความคล้ายกับพระอุปคุตและพระบัวเข็ม ซึ่งเป็นฝีมือของช่างไทยที่มีเชื้อสายมอญ ที่มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและต่อเนื่องมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์
พระกริ่งนี้เป็นพระประทับนั่งขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวตุ่มหรือบัวฟันปลา พระหัตถ์ทั้งสองข้างถือหม้อนำมนต์ วัชระ หรือดอกบัว รายละเอียดในพระพักตร์มีลักษณะคล้ายตั๊กแตน ไม่มีพระศก สังวาลย์ จมูกเป็นเม็ดตุ่มกลม และมีเนื้อสัมฤทธิ์เงินที่ผิวกลับดำ
พระกริ่งตั๊กแตนมีอายุแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ใช้ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นเนื้อยุคต้นและยุคกลาง โดยเนื้อสัมฤทธิ์แก่เงินแบบนี้ก็คล้ายกับพระปิดตาวัดทอง วัดหนัง ที่เป็นที่รู้จักในด้านอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะในเรื่องการคุ้มครองป้องกันภัย หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ยังได้ใช้พระชนิดนี้ติดย่าม และมีอิทธิพลในการสร้างพิมพ์พระชัยวัฒน์ที่มีประคำรอบพระศอเป็นสัญลักษณ์ แบบพระกริ่งนี้ของเสี่ยเทียม ปัตตานี ซึ่งสภาพสมบูรณ์และสวยงามมาก อายุยาวนานถึงยุค
พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก พิมพ์เศียรตัด ยันต์อุเล็ก หลวงปู่ภู่ วัดนอก ชลบุรี ของพระคุณลุง.องค์ถัดไปเป็น พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก พิมพ์สองหน้า หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพระที่มีคุณภาพสูง ส่งมาเผยแพร่ให้ชมกันเสมอ ทุกองค์ล้วนเป็นพระแท้ ดูง่าย และไม่เคยทำให้ผิดหวัง
พระปิดตา พิมพ์สองหน้า เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ของพระคุณลุง.พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ พิมพ์พิเศษสองหน้า ทูอินวัน ด้านหน้าเป็นพิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม จัดอยู่ในกลุ่มพระพิมพ์กลาง ส่วนด้านหลังเป็นพิมพ์กลีบบัวเล็ก สภาพสมบูรณ์อย่างงดงาม เนื้อพระสีออกน้ำตาลแบบเนื้อกะลา ซึ่งหาชมได้ยากมาก
พระปิดตาเนื้อผงคลุกรักจุ่มรัก พิมพ์เศียรตัด หลังยันต์อุเล็ก หลวงปู่ภู่ วัดนอก อ.เมืองชลบุรี อีกองค์ของพระคุณลุง เป็นพระที่มีความงดงามและมีอานุภาพสูงในด้านต่างๆ
พระปิดตาเมืองชล สกุลหลวงปู่ภู่ พิมพ์มาตรฐาน เนื้อนิยม เป็นสุดยอดพระปิดตาที่มีสภาพสมบูรณ์และงดงามเดิมๆ ไม่มีรอยขีดข่วนหรือความเสียหายใดๆ ทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมาก
พระปิดตาองค์นี้เป็นพระที่มีค่าสูงทั้งในด้านราคาและความนิยม ราคาอยู่ในหลักล้าน โดยทรงคุณค่าในพุทธานุภาพด้านการคุ้มครองป้องกันภัย เมตตา มหานิยม และมหาเสน่ห์ ซึ่งสามารถใช้แทนพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ได้อย่างมั่นใจ
เหรียญรุ่นแรก พ.ศ. 2503 เนื้อทองแดงรมดำ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี ของชลิต ขอนแก่น.เหรียญรุ่นแรก พ.ศ. 2503 เนื้อทองแดงรมดำ พระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) วัดเขาบันไดอิฐ อ.เมือง จ.เพชรบุรี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงสูงสุดของเมืองเพชรในช่วงปีพุทธกาล
ท่านเกิดที่เมืองเพชรบุรีในปี พ.ศ. 2422 ที่บ้าน ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งได้รับชื่อว่า 'แดง' ตั้งแต่เกิด ท่านช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาโดยไม่ได้รับการศึกษาใดๆ ในวัยเด็ก
เมื่อถึงวัยที่จะบวช บิดามารดาจึงพาท่านไปฝากเรียนกับท่านอาจารย์เปลี่ยน เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ ท่านสามารถอ่านออกเขียนได้ภายในปีเดียว และได้รับอุปสมบทเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2443 ณ วัดเขาบันไดอิฐ โดยได้รับฉายาว่า รตฺโต
ท่านได้ศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐานและกฤตยาพุทธาคมจนสำเร็จ จากนั้นได้ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาต่อกับหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม และพระเกจิอาจารย์อีกมากมายที่ไม่ปรากฏนาม จนถึงปี พ.ศ. 2461 เมื่อพระอาจารย์เปลี่ยนมรณภาพ ท่านหลวงพ่อแดงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส
ระหว่างปี พ.ศ. 2477-2480 เกิดโรคระบาดสัตว์ใน จ.เพชรบุรี วัว ควาย และสัตว์เลี้ยงตายจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้พึ่งพาพระบารมีของหลวงพ่อแดง ท่านจึงได้ทำผ้ายันต์จากผ้าจีวรสีเหลือง ขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้า แจกให้ชาวบ้านนำไปผูกไว้ที่คอกสัตว์ ปรากฏว่าไม่มีสัตว์ที่คอกนั้นตายอีกเลย ความเกียรติของท่านจึงขจรขจายไปทั่ว
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นและทหารญี่ปุ่นขึ้นบกที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนในเมืองเพชรบุรีต่างมุ่งหน้ามาหาหลวงพ่อแดงเพื่อขอผ้ายันต์ไปบูชาติดตัว ผลปรากฏว่า ผ้ายันต์ของท่านมีอานุภาพคุ้มครองป้องกันแคล้วคลาดจากภัยสงคราม รวมถึงป้องกันอันตรายและความเจ็บป่วยได้อย่างดีเยี่ยม
หลังจากสงครามสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2502 ท่านได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้แต่งตั้งเป็น พระครูญาณวิลาศ และเพื่อเป็นเกียรติ คณะศิษย์จึงได้จัดสร้างเหรียญรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2503 ขึ้นเป็นเหรียญที่ระลึก ซึ่งมีทั้งเนื้อทองแดงรมดำและเนื้อเงิน
เหรียญนี้มีลักษณะเป็นเหรียญปั๊มทรงกลมรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปจำลองหลวงพ่อครึ่งองค์ พร้อมอักษรระบุชื่อและปีที่สร้าง ด้านหลังมียันต์ครู ถือเป็นเหรียญพระเกจิฯ ที่ได้รับความนิยมสูงในวงการ โดยราคาของเหรียญนี้ได้สูงขึ้นถึงระดับหลักล้าน
โดยเฉพาะเหรียญที่มีสภาพสมบูรณ์ยอดเยี่ยมเช่นเหรียญนี้ของเสี่ยชลิต ขอนแก่น ซึ่งเป็นเหรียญเก่าที่รักษาสภาพดีมาก ไร้ริ้วรอย มีหูห่วงเดิม สภาพรมดำกลับเนื้อจนปรากฏแสงสีรุ้ง รายละเอียดทั้งในส่วนขององค์หลวงพ่อ เส้นศิลป์ ตัวเลข อักษร และอักขระยันต์คมชัดทั่วทั้งเหรียญ ทั้งหน้าและหลัง โดยสามารถเห็นจุดตำหนิได้อย่างชัดเจน
สามารถกล่าวได้ว่าเหรียญนี้เป็นหนึ่งในสามเหรียญที่มีความงดงามที่สุด ที่เคยมีการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อในวงการพระเครื่อง หากต้องการทราบว่าเหรียญใดสวยที่สุด คงต้องนำเหรียญทั้งสามมาพิจารณาเปรียบเทียบกันจริงๆ

รูปเหมือนลอยองค์ หลวงปู่ทวด รุ่นเบตง หมายเลข 55 ปี พ.ศ. 2505 วัดช้างให้ ปัตตานี ของ กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา
ต่อไปคือ พระรูปเหมือนลอยองค์ หลวงปู่ทวด รุ่นเบตง พ.ศ. 2505 วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่จัดสร้างโดย ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ในช่วงดำรงตำแหน่งหัวหน้าศาล อ.เบตง เมื่อปี พ.ศ. 2503
ด้วยความเคารพศรัทธาในหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ข้าราชการและประชาชนใน อ.เบตง จึงร่วมกันสร้างรูปเหมือนจำลององค์หลวงปู่ทวด เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดพุทธาวาส เพื่อเป็นสักการะบูชาและเผยแพร่พระคุณของท่าน
โดยใช้รูปหล่อลอยองค์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่ได้จัดสร้างโดยหลวงปู่นาค วัดระฆังฯ มาเป็นต้นแบบ จัดสร้างรูปเหมือนลอยองค์หลวงปู่ทวดด้วยวิธีการเทหล่อเข้าช่อแบบโบราณ ด้วยเนื้อโลหะผสม นวโลหะ ขนาดเล็ก จำนวน 999 องค์ โดยทุกองค์จะเจาะรูและบรรจุผงอุดเนื้อโลหะแต่งเรียบ พร้อมตอกเลขอารบิกเพื่อบอกลำดับองค์พระ มอบให้กับผู้บริจาคทรัพย์ร่วมกุศล รูปเหมือนรุ่นแรกนี้ถือเป็นที่นิยมสูงสุด และปัจจุบันองค์งามๆ สภาพดีๆ อย่างองค์นี้ของเสี่ยกฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา ราคาน่าจะสูงถึงหลักล้านแล้ว
พระปิดตา พิมพ์ชะลูด ลงกรุ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ของ พูลลาภ ฟองเจริญสุดท้ายคือ พระปิดตา พิมพ์ชะลูด ที่ได้ลงกรุไว้โดยหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งพระองค์นี้ถูกค้นพบในองค์พระเจดีย์ที่สร้างโดยหลวงปู่เอี่ยมเองที่วัดสะพานสูง
พระองค์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2534 และทำให้เกิดกระแสฮือฮาในวงการพระเครื่องเป็นอย่างมาก ราคาเช่าบูชาองค์สวยๆ พุ่งสูงขึ้นไปถึงหลักหมื่น ส่วนในสนามพระส่วนกลางก็มีการเล่นหากันถึงหลักแสน
ต่อมา มีเสียงคัดค้านว่าเป็นพระไม่ถึงยุค ทำให้ความนิยมเริ่มซบเซาไปชั่วคราว จนกระทั่งมีการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องว่ามีทั้งพระแท้และพระทำเทียมปะปน ซึ่งสามารถแยกแยะได้ และมีการนำพระนี้เข้าประกวด จึงทำให้ความนิยมกลับมาฮือฮาอีกครั้ง ราคาขององค์ที่สวยและสมบูรณ์อย่างองค์นี้ของ พูลลาภ ฟองเจริญ จึงเริ่มพุ่งขึ้นไปถึงหลักแสนต้น
ปิดท้ายกันด้วยเรื่องสนุกจากสนามพระวิภาวดี ที่ท่านผู้ชมส่งเรื่องราวเฮฮามาเล่ากันไม่ขาด คราวนี้เป็นเรื่องของเสี่ยวัชระ เจ้าของกิจการการ์เมนต์ที่ต้องปิดกิจการเพราะโควิด-19 และขาดรายได้จนต้องคิดหนัก
เสี่ยวัชระจึงให้เจ๊ดวงพร ภรรยา ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายว่า ทำไมทำกิจการมายี่สิบปีแล้วแต่เหลือเงินในบัญชีน้อยนัก หากโควิดยังไม่จบ จะทำอาชีพอะไรต่อไป เจ๊ดวงพรใช้เวลาตรวจสอบบัญชี 3 วัน ก็มารายงานว่า รู้แล้วว่าเงินส่วนใหญ่หายไปกับการเช่าพระเครื่องของเฮีย เป็นสิบๆ ล้าน พร้อมทำหน้าเครียดและบ่นพึมพำว่า ไม่รู้จะเช่าพระอะไรนักหนา เสียดายเงิน
แต่เสี่ยวัชระกลับหัวเราะลั่นและบอกว่า 'เฮียพบทางออกแล้ว ถ้าโควิดไม่ไป เราจะเลิกทำการ์เมนต์ จะได้ไม่ต้องแบกภาระลูกน้องเยอะ และเอาพระที่ซื้อไว้ไปเปิดร้านพระเครื่องแทน' เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ
สีการ่าง
