
ตามขนบปฏิบัติในวงการพระเครื่องรุ่นใหม่ พระสมเด็จพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ พบได้เฉพาะพระที่ขึ้นจากกรุวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) เท่านั้น ขณะที่พระสมเด็จพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ วัดระฆังไม่มี
พระสมเด็จพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑที่มีมาตรฐานจะมีผิวเนื้อนุ่มเนียนเกลี้ยงเกลา พร้อมลายแตกร้าวที่เห็นชัดเจนบางๆ ฝ้ารักสีน้ำตาลอ่อนทุกรายละเอียดลายพิมพ์ ซึ่งถ้าเป็นพระที่มีลักษณะเหล่านี้จากวัดระฆัง ก็ต้องถือว่าเป็นพระปลอม การยอมรับกลไกในตลาดพระอาจไม่ผิด แต่ก็ต้องระวัง
ขอให้ท่านรอดูต่อไป... ก่อนที่จะตัดสิน วิทยายุทธ์ขั้นสูงที่เกินเซียนนั้น เป็นคำแนะนำจากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง พระสมเด็จที่หลุดออกจากมาตรฐานนิยมในวงการนั้น อาจจะเป็นโอกาสของคนที่มองเห็น
ค่านิยมในวงการพระสมเด็จเริ่มต้นในปี 2495 ที่ยังไม่ได้เป็นที่นิยมจนเมื่อ พลตรี ประจญ กิติประวัติ ใช้นามปากกา “ตรียัมปวาย” มาค้นคว้าหาข้อมูลและรวบรวมพระสมเด็จจากเซียนรุ่นเก่ามาพิมพ์เป็นหนังสือ
ในเล่มแรกของพระเครื่องประยุกต์ และเล่มต่อมา ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง สำหรับเล่มพระสมเด็จฯ เล่มที่สองนี้ “ตรียัมปวาย” ได้แบ่งแยกสมเด็จวัดระฆังออกเป็น 6 พิมพ์ โดยรวมถึงพระสมเด็จที่ไม่ได้เข้ากรุไว้ ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ ทรงเจดีย์ ฐานแซม เกศบัวตูม และเศียรบาตรอกครุฑ
พระสมเด็จกรุบางขุนพรหมมีถึง 9 พิมพ์ ซึ่งรวมถึง 6 พิมพ์จากวัดระฆัง พร้อมกับพิมพ์ที่ได้แกะแม่พิมพ์ใหม่ ได้แก่ พิมพ์เส้นด้าย พิมพ์สังฆาฏิ และพิมพ์ฐานคู่ ซึ่งได้รับการยอมรับในวงการพระเครื่อง
สำหรับพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ “ตรียัมปวาย” ได้นำเสนอภาพพระขาวดำที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพระวัดระฆัง โดยมีการจัดแสดงองค์ครูให้ดู 3 องค์เพื่อให้เข้าใจ
ในวงการพระในยุคนั้น มีการแลกเปลี่ยนพระกันตามบารมี โดย “ตรียัมปวาย” ได้จัดชุดพระ “เบญจภาคี” ซึ่งประกอบด้วย สมเด็จ นางพญา พระรอด ผงสุพรรณ และซุ้มกอ ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมและได้รับการแลกเปลี่ยนในวงการพระจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสังเกตคือ หากพิจารณาจากหนังสือของผู้รู้อีกท่าน คือ ประชุม กาญจนวัฒน์ ซึ่งได้พิมพ์หนังสือภาพพระเครื่องออกมา พบว่าไม่มีพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑในชุดวัดระฆัง แต่กลับพบในชุด เก้าพิมพ์บางขุนพรหม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
จากนั้นตลาดพระและวงการต่างๆ ก็เริ่มให้การต้อนรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตลาดพระที่เริ่มสนใจพระสมเด็จบางขุนพรหม แต่สำหรับผู้ที่รักพระสมเด็จและมีประสบการณ์ ยังเชื่อมั่นในสายตาของตนเอง และเชื่อว่าสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑนั้นมีอยู่จริง และยังเป็นพิมพ์ที่น่าใช้มากกว่าพิมพ์อื่นๆ
ตามที่ตรียัมปวายได้เขียนไว้ พระอาจารย์ขวัญ วัดระฆังได้เล่าถึงคำบอกเล่าจากพระธรรมธาวร (ช่วง จันทโชติ) ซึ่งเป็นศิษย์คนสนิทของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง ท่านเล่าว่า เจ้าพระคุณสมเด็จเป็นผู้ที่แกะแม่พิมพ์พระด้วยตัวเอง
หากพิจารณาจากพิมพ์ทรงขององค์พระที่มีลักษณะโบราณและสมถะ จะพบได้ว่าเป็นลักษณะที่คล้ายคลึงกับองค์เจ้าพระคุณสมเด็จ
พระอาสนะของพระสมเด็จมีลักษณะที่ดูเทอะทะและแตกต่างจากพิมพ์ทรงอื่นๆ โดยที่ไม่มีฐานเส้นซุ้มเรือนแก้วและทิ้งช่องโหว่ไว้ที่ด้านล่าง ซึ่งสื่อถึงการทำสิ่งที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะกับเจ้าพระคุณสมเด็จที่มักจะทำสิ่งต่างๆ ที่แปลกและไม่ซ้ำใคร
พระสมเด็จพิมพ์นี้เดิมทียังไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ จนกระทั่งหลังจากสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรป วันหนึ่งในขณะที่พระองค์ประทับอยู่หน้าพระพักตร์ พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ กษัตริย์แห่งเยอรมนีได้ทอดพระเนตรเห็นพระสมเด็จในกระเป๋าฉลองพระองค์ เมื่อทรงสนพระทัย พระพุทธเจ้าหลวงจึงถวายพระสมเด็จให้ไป
เรื่องเล่าที่นำมานี้ คือที่มาของชื่อที่เรียกพระสมเด็จพิมพ์ทรงไกเซอร์
ส่วนชื่อพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑนั้น มาจากลักษณะขององค์พระที่ปรากฏตามหลัง
ในปีระกาป่วงใหญ่ โรคห่าระบาดจนทำให้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ขณะที่มีข่าวลือว่าพระสมเด็จที่แช่น้ำมนต์จะช่วยรักษาคนจากโรคห่าได้ ซึ่งมีผู้รอดตายหลายราย สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงจึงทรงพระราชทานพระสมเด็จให้แก่ขุนนางใหญ่หลายท่าน เพื่อให้ทำน้ำมนต์ใช้รักษาผู้ป่วย
จากเรื่องเล่าดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ที่เรียกว่าพิมพ์ไกเซอร์นั้น เป็นพิมพ์ที่ทรงใช้โดยรัชกาลที่ 5
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ ผมก็ได้เหลือบมองพระสมเด็จองค์ในคอลัมน์นี้ และอยากจะเรียกพิมพ์ไกเซอร์อย่างเต็มปากเต็มคำอีกครั้ง แล้วก็เริ่มปรับความคิดใหม่ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑนั้นมีจริงหรือไม่...
ถ้าวงการบอกว่าไม่มี ก็ถือเป็นข้อดี เพราะราคาก็จะลดลง คนที่มีงบน้อยอาจจะสามารถหามาครอบครองได้บ้าง
พลายชุมพล
