ในวัยผู้สูงอายุ มักพบอาการนอนไม่หลับหรือหลับยาก รวมถึงการตื่นบ่อยในช่วงกลางคืน ซึ่งทำให้หลับยากเมื่อกลับมานอนใหม่ อาการเหล่านี้มีสาเหตุจากอะไรและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างไรบ้าง?
อาการนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่สดชื่น ทำงานช้าลง อารมณ์แปรปรวน และเสี่ยงต่อความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ยังอาจนำไปสู่โรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง โรคอ้วน หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม
สาเหตุของอาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ
สาเหตุของอาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุสามารถเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้
- ระดับฮอร์โมนในร่างกายลดต่ำลง
- ความเครียดและความวิตกกังวล รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการนอนไม่หลับขณะพยายามนอน
- อาการปวดต่างๆ เช่น ปวดข้อ ปวดแขน ปวดขา หรือปวดหลัง
- โรคที่มีผลกระทบต่อการนอน เช่น เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต ซึ่งทำให้ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน โรคหัวใจ โรคปอด โรคซึมเศร้า สมองเสื่อม นอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ปัญหาด้านระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด กรดไหลย้อน
- การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาแก้หวัด ยารักษาหอบหืด ยาขยายหลอดลม ยาต้านซึมเศร้า หรืออาหารเสริมอย่างโสม
- การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และเครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงการสูบบุหรี่
- สิ่งแวดล้อมที่รบกวนการนอน เช่น เสียงดัง แสงสว่างที่รบกวนสายตา อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ที่นอนที่ไม่สบายตัว หรือห้องนอนที่อับ
- กิจกรรมที่ทำให้หลับยาก เช่น การออกกำลังกายใกล้เวลานอน การดูหนังที่ตื่นเต้นหรือเป็นหนังสยองขวัญ การเล่นเกมที่ต้องลุ้น หรือการใช้มือถือและหน้าจออื่นๆ ใกล้เวลานอน

9 วิธีช่วยให้ผู้สูงวัยนอนหลับง่ายขึ้น
การนอนไม่หลับในผู้สูงวัยสามารถบรรเทาหรือแก้ไขได้ด้วยวิธีเหล่านี้
- ออกไปสัมผัสแสงแดดยามเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ทำการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยและสภาพร่างกาย เพื่อกระตุ้นการผลิตเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับ
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังเที่ยงวัน และงดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
- มื้อเย็นควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด และไม่ควรกินมากเกินไป หากหิวใกล้เวลานอนให้เลือกกินอาหารเบาๆ เช่น นม หรือกล้วย และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอน
- ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน เช่น การอาบน้ำอุ่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือฟังบรรยาย เพื่อช่วยให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการนอน
- ฝึกการผ่อนคลายและลดความเครียด โดยหลีกเลี่ยงการคิดถึงเรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดี เลือกทำกิจกรรมที่ชอบระหว่างวันและออกกำลังกาย
- ตั้งเวลานอนและตื่นให้เป็นประจำ ควรเข้านอนก่อนเที่ยงคืน และหลีกเลี่ยงการนอนกลางวันเกิน 1 ชั่วโมง และหลังเวลา 15.00 น.
- หากน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนักเพื่อช่วยลดปัญหาการนอนกรน การหยุดหายใจระหว่างหลับ และอาการกรดไหลย้อน
- ปรับสภาพห้องนอนให้เหมาะสมสำหรับการนอน โดยการเลือกที่นอนและหมอนที่สะดวกสบาย ปรับอุณหภูมิในห้องให้พอเหมาะ และควรมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่มีแสงรบกวน
- ถ้านอนไม่หลับจริงๆ อย่าดูนาฬิกา หรือพยายามบังคับตัวเองให้หลับ เพราะอาจทำให้เกิดความกังวล ลองลุกขึ้นทำกิจกรรมที่ไม่หนัก เช่น ฟังเพลงหรืออ่านหนังสือ ซึ่งจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น
การออกกำลังกายเบาๆ ในยามเช้าสามารถช่วยให้ผู้สูงวัยหลับได้ง่ายขึ้น ภาพจาก iStockในการจัดการปัญหานอนไม่หลับ ควรเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของผู้สูงอายุก่อน หากยังคงมีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ สำหรับการใช้ยานอนหลับ ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะการใช้ยาเองอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น นอนไม่หลับเมื่อหยุดยา หรืออาจต้องเพิ่มขนาดยาในอนาคต
แหล่งข้อมูล: CaregiverThai.com
ภาพจาก: iStock
