หากผู้สูงอายุมีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจิตเหล่านี้ ผู้ดูแลควรให้ความเข้าใจและปรับตัวให้เหมาะสม พร้อมทั้งพบแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายได้
ผู้สูงอายุ (บุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป) เป็นช่วงวัยที่มีความอ่อนแอต่อทั้งร่างกายและจิตใจจากการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะและฮอร์โมนที่ทำงานได้ไม่เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการดูแลและเอาใจใส่สุขภาพของผู้สูงอายุทั้งทางร่างกายและจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความใส่ใจเพื่อความสุขภาพที่ดีของพวกเขาในครอบครัว
สิ่งที่น่ากังวลกว่าปัญหาสุขภาพทางร่างกาย คือ ปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ ซึ่งมักจะยากต่อการสังเกตเพราะอาการคล้ายคลึงกับพฤติกรรมของผู้สูงอายุทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องได้รับการรักษา หากไม่ได้รับการดูแลอาจนำไปสู่ความเครียด โรคซึมเศร้า และมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้

ปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และรู้สึกน้อยใจได้ง่าย
การทำงานของฮอร์โมนในผู้สูงอายุจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งทำให้การควบคุมอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าในวัยอื่นๆ อารมณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เร็ว บางครั้งอาจพูดออกมาโดยไม่ทันคิด หรือบางครั้งก็เก็บเงียบจนเกิดเป็นอารมณ์สะสมที่อาจส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว
อาการซึมเศร้า
อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุไม่เพียงแต่เกิดจากสาเหตุที่กล่าวถึงแล้ว แต่ยังอาจมาจากการขาดแรงบันดาลใจในชีวิต ความเหงา และความรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเครียด จนทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถนอนหลับได้ หรือบางครั้งอาจหลับมากเกินไป กินอาหารได้น้อย และรู้สึกเศร้าหรือด่าทอตัวเอง
ลืมง่าย พูดเรื่องเดิมซ้ำ ถามคำถามซ้ำ และนึกคำที่อยากพูดไม่ออก
ผลมาจากเซลล์ทางสมองที่ทำงานช้าลง สาเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อม และโรคอัมพาต เรามักจะสังเกตได้จากการที่ผู้สูงอายุมักจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ อันเนื่องมาจากเซลล์สมองไม่ได้เกิดการประมวลความจำใหม่ๆ เข้าไปทำให้จำเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นไม่ค่อยได้ แต่ก็มักจะทำงานได้ดีกับความจำในอดีตเป็นเพียงเพราะเซลล์สมองเดิมยังคงจดจำเรื่องเก่าๆ ได้
อาการเครียด และวิตกกังวลมากเกินไป
ผู้สูงอายุจะมีความเครียดที่เกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากความสามารถ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตที่ลดลงจากที่เคยทำได้ กลายเป็นทำไม่ได้ จนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง มักจะชอบย้ำคิดย้ำทำอยู่เสมอ จนกลายเป็นจู้จี้และขี้บ่น บางครั้งอาจจะแสดงออกมาทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความก้าวร้าว การตะคอก และโวยวาย

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกิดจากสุขภาพทางจิตของผู้สูงอายุเบื้องต้น
- การนอนที่เปลี่ยนไป : การเข้านอน หรือการนอนที่เปลี่ยนไปของผู้สูงอายุในบ้าน เช่น นอนไม่หลับ หลับยาก สะดุ้งตื่นบ่อยๆ ในเวลากลางคืน หรือตื่นสายกว่าปกติ มีอาการง่วงซึม และอยากนอนตลอดเวลา
- เบื่ออาหาร ทานอาหารไม่เป็นเวลา : จากคนที่เคยทานอาหารได้ปกติ กลับกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากทานอาหาร มีปริมาณการทานอาหารที่ลดลง หรือพฤติกรรมการทานอาหารที่มากกว่าปกติ
- พฤติกรรม อารมณ์ บุคลิกภาพที่ไม่คุ้นเคย : พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เจอบุคลิกภาพ นิสัย อารมณ์ที่ไม่คุ้นชิน ซึ่งไม่เคยเจอในอดีต ผลทำให้เราและคนรอบข้างเกิดความอึดอัดใจ
สภาวะทางสุขภาพจิตที่กล่าวถึงข้างต้นอาจเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุทุกคน ดังนั้นผู้ดูแลควรใส่ใจในการสังเกตและปรับตัวให้เข้ากับบุคลิกภาพที่อาจเปลี่ยนแปลงไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันการสะสมจนกลายเป็นความเครียดในอนาคต

แนวทางการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ
- เพิ่มกิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้สูงอายุ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความผ่อนคลาย
- ให้เกียรติและยอมรับผู้สูงอายุ อย่าให้รู้สึกเป็นภาระหรือทำให้การดูแลเป็นเรื่องยาก
- ชักชวนพูดคุยและรับฟังปัญหา ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของผู้สูงอายุในบ้าน
- สังเกตอาการผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมีคุณค่าและความสุข
หากพบว่าผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพจิตและบุคลิกภาพเป็นระยะเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ ควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งทางจิตใจและร่างกาย
