ที่อยู่อาศัยที่ผู้สูงอายุมองหาคือสิ่งที่ไม่เพียงให้ความคุ้มค่า แต่ยังช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสะดวกสบายในช่วงบั้นปลายของชีวิต
ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัยจาก DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study ล่าสุด แสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเลือกซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย
มากกว่าครึ่งหนึ่ง (51%) พิจารณาจากราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรเป็นปัจจัยสำคัญ รองลงมาคือขนาดที่อยู่อาศัย 48% และสิ่งอำนวยความสะดวก 45% ที่ต้องตอบสนองการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ

เมื่อพิจารณาปัจจัยภายนอกโครงการ ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งโครงการ 66% มากที่สุด รองลงมาคือการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ 55% และความปลอดภัยของทำเล 53% เนื่องจากต้องการที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัยในระยะยาว
เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อบ้านสำหรับตัวเอง ผู้สูงอายุเกือบครึ่ง (46%) มักจะเลือกโครงการที่มีการตกแต่งพร้อมอยู่ เนื่องจากช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่ง (76%) และไม่ยุ่งยาก สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที (70%) ซึ่งสัดส่วนนี้สูงกว่าผู้บริโภคในวัยอื่นๆ
ในขณะที่ผู้สูงอายุอีก 29% สนใจโครงการที่ไม่มีการตกแต่งเลย และ 25% เลือกโครงการที่มีการตกแต่งบางส่วน เพราะส่วนใหญ่ (70%) ชอบการตกแต่งห้องตามสไตล์ของตนเอง และ 37% คิดว่าการตกแต่งแบบนี้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ดีกว่า
พฤติกรรมของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ที่บ้าน จึงให้ความสำคัญกับบทบาทของที่อยู่อาศัยในการส่งเสริมสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะภายในและบริเวณรอบบ้านที่สามารถช่วยให้สุขภาพจิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น

ผู้สูงอายุกว่า 2 ใน 3 (70%) ต้องการที่อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้สวนสาธารณะและธรรมชาติ เพราะพื้นที่สีเขียวช่วยผ่อนคลายความเครียดและส่งผลดีทางจิตวิทยา ทำให้รู้สึกสดชื่น และต้องการพื้นที่เปิดโล่งมากขึ้นในละแวกบ้าน (68%) รวมถึงต้องการยูนิตที่มีระยะห่าง (64%) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความสงบ
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังให้ความสำคัญกับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเกือบ 2 ใน 3 (65%) คาดหวังว่าโครงการใหม่ๆ จะมาพร้อมกับหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนถึงความตระหนักถึงการใช้พลังงานทางเลือกของผู้สูงอายุ

การปรับปรุงห้องนั่งเล่นให้รองรับการใช้ชีวิตสำหรับผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยห้องนั่งเล่นมีความสำคัญมากที่สุดถึง 66% ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุใช้ในการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ ตามมาด้วยห้องนอนที่ 59% ทำให้การปรับปรุงพื้นที่ทั้งสองนี้จึงจำเป็นในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ให้สะดวกและปลอดภัย

ห้องน้ำอยู่ในลำดับที่สามที่ 38% เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุ ดังนั้นการปรับปรุงห้องน้ำจึงมีความสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด
