โรคท้องร่วงเฉียบพลันในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร โดยเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุดคือไวรัส แบคทีเรีย และโปรโตซัว ในบางกรณีอาจเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ (antibiotic-associated diarrhea) หรือการทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน
การติดเชื้อเหล่านี้สามารถแพร่ระบาดได้จากการสัมผัสโดยตรงจากคนสู่คน การบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือการติดต่อผ่านทาง Fecal-route ปัจจัยที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น สุขอนามัยที่ไม่ดี ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ทุพโภชนาการ ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน หรือทารกที่ไม่ได้รับนมแม่ในช่วงแรก และการอาศัยในสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค เช่น การอยู่ในชุมชนแออัด
ภาวะขาดน้ำ

- วิธีการประเมินภาวะขาดน้ำ
ภาวะขาดน้ำถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงเฉียบพลัน การประเมินภาวะขาดน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำ ควรได้รับการชดเชยน้ำทางปากให้เพียงพอและทันที หากอาการขาดน้ำมีความรุนแรง ควรพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการดังนี้:
- อาเจียนหรือถ่ายบ่อย พร้อมกับดื่มน้ำน้อย
- กระหายน้ำอย่างมาก
- รู้สึกอ่อนเพลียและกระวนกระวาย
- ตาลึก น้ำตาลในเลือดต่ำ ปากแห้ง
- มือและเท้าเย็น
- ปัสสาวะลดลง
- การแก้ไขและการป้องกันภาวะขาดน้ำ
การรักษาและป้องกันภาวะขาดน้ำเป็นสิ่งสำคัญในผู้ป่วยเด็กที่มีอาการท้องร่วงเฉียบพลัน โดยการให้สารละลายเกลือแร่ทางปาก (oral rehydration solution, ORS) ควรเป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ที่มีภาวะขาดน้ำในระดับน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก และสามารถเตรียมหรือหามาได้ง่าย
แนะนำให้ใช้ ORS ในการทดแทนน้ำ 10 มล./กก. สำหรับทุกการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ 1 ครั้ง (ไม่เกิน 240 มล. ต่อครั้ง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำซ้ำ
ปัจจัยเสี่ยงคืออะไร และสามารถป้องกันได้อย่างไร
- การล้างมือและการดื่มน้ำสะอาด
การล้างมือทั้งก่อนและหลังการสัมผัสอาหาร การขับถ่าย หรือสัมผัสสิ่งปฏิกูล รวมถึงการดื่มน้ำสะอาด เป็นวิธีที่มีส่วนสำคัญในการลดอุบัติการณ์ของโรคท้องร่วงและลดอัตราการเสียชีวิต การล้างมือด้วยสบู่สามารถลดอัตราการเกิดโรคท้องร่วงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้ถึงร้อยละ 42-64 และการใช้สบู่ที่มีสารต้านเชื้อแบคทีเรียให้ผลใกล้เคียงกับสบู่ทั่วไป ในขณะเดียวกันการดื่มน้ำสะอาดสามารถลดอัตราการเกิดโรคท้องร่วงได้ถึงร้อยละ 44
- การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในลำไส้ และลดความรุนแรงของโรคท้องร่วง รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อ Rotavirus ในทารก
- การให้วัคซีนป้องกัน Rotavirus (สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน)
การให้วัคซีนป้องกัน Rotavirus ช่วยป้องกันโรคท้องร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อ Rotavirus โดยสามารถลดอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงที่เกิดจาก Rotavirus ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี
โภชนาการ
- การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ในเด็กที่ได้รับนมแม่ในระหว่างการรักษาภาวะขาดน้ำด้วย ORS พบว่ามีการลดจำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระและปริมาณอุจจาระเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ ORS เพียงอย่างเดียว
- นมสูตรปราศจากน้ำตาลแล็กโทส (สำหรับกรณีที่ถ่ายเหลวเป็นน้ำรุนแรงและสงสัยภาวะการย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง)
