
กลยุทธ์ที่สาม การสะสมของก้อนเลือดสามารถกระตุ้นกระบวนการ Nod-like receptor family pyrin domain-containing 3 (NLRP3) inflammasome ซึ่งทำให้การอักเสบเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้มีการดึงเม็ดเลือดขาวเข้าสู่พื้นที่ และทำให้สมองบวมมากขึ้นในสัตว์ทดลอง
การยับยั้งกระบวนการนี้ช่วยลดการบวมในสมองและทำให้อาการดีขึ้น พบว่า TPSO 18kDa translocator protein ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบในลักษณะเดียวกัน และเมื่อใช้ยา Etifoxine พบว่ามีผลดีต่อการลดอาการบวมในสมองในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ยังมีการกระตุ้นระบบ complement ซึ่งการใช้ยาที่ยับยั้งระบบนี้ในสัตว์ทดลองช่วยให้การฟื้นตัวดีขึ้นและลดการสะสมเหล็กในช่องโพรงสมองที่เกิดจากการแตกของเส้นเลือด
ผนังที่ป้องกันไม่ให้เลือดรั่วไหลออกจากหลอดเลือดเข้าสู่สมองนั้นถูกควบคุมโดยโปรตีนพิเศษจากระยางของเซลล์ astrocyte ที่มีโปรตีน AQP4 การใช้ยา edavarone สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพของผนังกั้นนี้ได้ แต่ก็ยังมีตัวที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น IL 15 ซึ่งส่งผลลบ ขณะที่ IL 33 สามารถช่วยต้านทานผลกระทบนี้ได้และทำให้สัตว์ทดลองมีอาการดีขึ้น
เช่นเดียวกับ IL27 ซึ่งกระตุ้นการผลิต lactoferrin จากเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีผลช่วยลดการบวมของสมอง ลดการตายของเซลล์สมอง และส่งเสริมการฟื้นตัวให้ดีขึ้น นอกจากนี้การกระตุ้น PD-1/PD-L1 ยังช่วยให้อาการดีขึ้นได้อีกด้วย
กลยุทธ์ที่สี่คือการลดอาการบวมที่เกิดขึ้นรอบๆ ก้อนเลือด โดยที่การรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น การให้สารที่มีความเข้มข้นสูงอย่าง mannitol หรือ hypertonic saline ยังคงมีข้อจำกัดและผลข้างเคียง ดังนั้น การใช้ argatroban เพื่อยับยั้งสาร thrombin ในกระบวนการแข็งตัวของเลือดจึงเป็นทางเลือกที่มีผลดีในหนูทดลอง
การใช้ยาเบาหวาน glibenclamide ซึ่งสามารถยับยั้ง Sur1–TRMP4 channels พบว่ามีผลในการลดอาการบวมในสัตว์ทดลอง และได้มีการศึกษากับผู้ป่วยจำนวน 77 รายที่มีอาการเส้นเลือดใหญ่ตัน ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้สมองบวมอย่างรุนแรง แต่ผลที่ได้แสดงว่าแม้ว่าผลลัพธ์ในระยะฟื้นตัวของสมองจะเท่ากันในทั้งสองกลุ่ม
การศึกษาระยะที่สามที่ประกอบด้วยผู้ป่วยจำนวน 585 ราย ไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนในด้านบวกหลังจากสามเดือน แต่เมื่อทำการวิเคราะห์ในกรณีที่ปริมาณของสมองที่เสียหายน้อยกว่า 120 มิลลิลิตร พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และการศึกษาในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดแตกจำนวน 200 รายก็ไม่พบผลที่ดีขึ้นเมื่อประเมินในวันที่ 90 และยังพบความเสี่ยงในการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำในกลุ่มนี้เช่นเดียวกับในกลุ่มผู้ป่วย 92 ราย ที่ไม่มีการปรับตัวที่ชัดเจน
การใช้ยาแก้ปวดแก้อักเสบ celecoxib ได้ผลในสัตว์ทดลอง และจากการศึกษาในมนุษย์จำนวน 44 ราย พบว่าเมื่อให้ยาในระยะเวลา 24 ชั่วโมง สามารถช่วยลดอาการบวมรอบก้อนเลือดได้เมื่อประเมินผลที่วันเจ็ด และยังมีการศึกษาต่อเนื่องในการใช้ยาในระยะยาว
การใช้ยาลดไขมัน statin ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบในหนูทดลองนั้นสามารถลดอาการบวมได้ แต่ในมนุษย์ยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจน การวิเคราะห์ในผู้ป่วยจำนวน 1,275 ราย พบว่ามีอาการสมองบวมที่มากขึ้นและผู้ป่วยที่ได้รับยาลดไขมันก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับยา ขณะนี้ยังมีการศึกษาผลของยาลดไขมันในระยะที่สาม
การใช้ยาต้านฮอร์โมน vasopressin เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือดและระดับเกลือโซเดียมไม่ได้ผลในมนุษย์และยังเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง
หมอดื้อ
คลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม
