ความยั่งยืนของระบบสุขภาพนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพตัวเอง โดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ในครอบครัว โรงเรียน และตลอดทั้งชีวิต
การละเลยการดูแลสุขภาพตนเองจะนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆ ซึ่งทำให้คนไทยมีความเปราะบางและมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงอาจเสียชีวิตได้ง่ายโดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับโรคติดเชื้อ
การโฆษณาเกี่ยวกับการรักษาฟรีทุกโรค โดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับงบประมาณที่จำกัด พร้อมกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์โดยที่ประชาชนไม่รู้ว่าการรักษาอาจไม่ครอบคลุมตามที่คาดหวัง แม้ว่าจะมีการรักษาโรคบางอย่างได้ดี เช่น หลอดเลือดหัวใจตัน หรือภาวะไตวาย ที่มีการผลักดันให้มีการฟอกเลือดแทนการล้างไตในช่องท้อง แต่ยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากความไม่พร้อมของประชาชนและครอบครัว

จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถรับมือได้ เช่นเดียวกับในประเทศเกาหลีใต้ที่มีการหยุดงานประท้วงจากแพทย์และนักศึกษาแพทย์ จนถึงขั้นลาออกจากงาน
ประเด็นสำคัญคือการที่บุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญยังคงต้องอยู่ในระบบสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่เร่งผลิตแพทย์จำนวนมากเพียงอย่างเดียว ซึ่งท้ายที่สุดอาจเกิดปัญหาเรื่องคุณภาพและผลกระทบที่จะตกอยู่ที่ประชาชนผู้ป่วย รวมถึงการขาดความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขและการฟ้องร้องที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
ปัญหาที่เกี่ยวข้องคือการแสวงหาผลประโยชน์จากระบบสุขภาพซึ่งกลายเป็นเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติ โดยไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามีอิทธิพลจากบริษัทยา วัคซีน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐบาลในแต่ละประเทศ รวมถึงองค์กรสำคัญระดับโลกและประเทศตะวันตก

ระบบสาธารณสุขของไทยได้ยึดตามรูปแบบของระบบที่มีอยู่ในประเทศอื่นๆ โดยไม่ผิดเพี้ยน
การออกวัคซีนโควิด-19 สู่ตลาดในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นกระบวนการเร่งด่วน แต่การศึกษาความปลอดภัยในมนุษย์ก็ยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำก่อน
ครอบครัวของเด็กหญิงอายุ 12 ปีที่เข้าร่วมการศึกษาความปลอดภัยวัคซีนไฟเซอร์ในมนุษย์ระยะที่หนึ่ง พบว่า หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งมีอาการไข้และเจ็บแขนซึ่งหายไป แต่หลังจากเข็มที่สองกลับเกิดอาการข้างเคียงหลายประการ จำนวน 20-30 อาการ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
อาสาสมัครเหล่านี้ได้เผยแพร่ผลการศึกษาในวารสารนิวอิงแลนด์ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2021 โดยสรุปว่าอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อยที่ไม่รุนแรง และกล่าวถึงเด็กหญิงคนนี้ว่าอาการของเธอไม่ต้องวิตกมากนัก เพียงแต่มีอาการปวดท้องจากความเครียดทางอารมณ์
ไม่นานหลังจากนั้น ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการประเมินความปลอดภัยของวัคซีน และนำไปสู่การศึกษาความปลอดภัยในมนุษย์อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวัคซีนถูกนำไปใช้จริงในกลางปี 2021
ในวิดีโอนี้ มีการบันทึกคำให้การของมารดาของเด็กหญิงที่ได้รับผลกระทบ และขณะนี้ยังต้องใช้รถเข็นและใส่สายยางให้อาหาร คำให้การนี้ได้ถูกนำเสนอต่อวุฒิสมาชิก และยังมีผู้ป่วยอีกหลายรายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่า การตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับโลกมีความบิดเบี้ยว และในบทความนั้นนายแพทย์ที่เป็นชื่อแรกคือผู้รับผิดชอบและดูแลผู้ป่วยรายนี้
กรุณาดูวิดีโอนี้ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และไม่มีการตัดต่อใดๆ
ยาที่หมดสิทธิบัตรแล้วและถูกห้ามใช้อย่างเข้มงวดจากองค์กรสากลหลายแห่ง รวมถึงในประเทศไทยในที่สุด FDA สหรัฐฯ แพ้คดีและต้องยกเลิกการห้ามใช้ยาฆ่าพยาธิ ไอเวอร์เมคติน ในการป้องกันและรักษาโควิด ซึ่งเคยถูกดูถูกถากถาง และทำให้แพทย์บางรายถูกลงโทษ
อีกตัวอย่างที่น่ากลัวคือ การถ่ายทอดของวัคซีน COVID-19 mRNA ผ่านรก ซึ่งมีหลักฐานจากการวิเคราะห์รก มารดา และเลือดจากสายสะดือหลังการฉีดวัคซีน
https://www.ajog.org/article/S0002-9378(24)00063-2/fulltext?fbclid=IwAR213l0Ygqu3FCbE-9iXZ6eZUDjwBk6JnfHex9JA1W2CQKokz62WLOj7tpI

ประเด็นที่ร้ายแรงตามมาคือ ผลของนวัตกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างผิดธรรมชาติจากวัคซีนโควิด ซึ่งนวัตกรรมนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ผ่านกลไกต่างๆ โดยเฉพาะจากระบบภูมิคุ้มกัน
ความพิเศษของนวัตกรรมนี้คือความสามารถในการฝังตัวในร่างกายมนุษย์เป็นเวลาหลายปี และสามารถสั่งให้ร่างกายผลิตโปรตีนหนาม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กระบวนการภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเข้ามาทำลาย ซึ่งหมายถึงการทำร้ายร่างกายของตัวเอง... นอกจากนี้โปรตีนหนามนี้ยังสามารถแทรกซึมไปในเนื้อเยื่อลึกๆ ก่อให้เกิดการอักเสบและมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำ และเมื่อเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายเริ่มทะลักออกมาจะไปสู่ผิวเซลล์ที่เสียหาย
ในกรณีของหลอดเลือด โปรตีนนี้จะทะลักเข้าสู่กระแสเลือด โดยโปรตีนนี้จะกระตุ้นให้เกิดโปรตีนบิดเกลียว (misfolded protein) ซึ่งมีลักษณะเป็นอมิลอยด์ที่ไม่สามารถย่อยได้ด้วยเอนไซม์ และจะสะสมเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

ลักษณะอาจเป็นก้อนหรือแท่งหล่อ พบได้ทั้งในขณะที่มีชีวิตและหลังจากที่เสียชีวิตแล้ว และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับทุกคน กลไกของนวัตกรรมนี้จนได้ผลผลิตขั้นสูงสุดถือเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ และ "ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับว่าเกิดขึ้นได้" หมายความว่า แพลตฟอร์มของนวัตกรรมนี้ที่กำลังจะนำมาใช้กับโรคอื่น ๆ ทุกประเภทจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบทุกอย่างในโลกนี้ต้องได้รับการระงับ นี่คือคำอธิบายชัดเจนในการต่อต้าน
จากการสรุปเหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของเยอรมนีและเจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ไม่สามารถตีพิมพ์ผลงานในวารสารได้ เพราะได้รับการต่อต้านตั้งแต่การพบหลักฐานใน 15 รายแรก และได้แจ้งให้สมาคมราชวิทยาลัยของประเทศจับตามองและทำการศึกษาอย่างจริงจัง แต่กลับถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

การเสนองานทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดในที่ประชุมนานาชาติ จากการชันสูตรศพและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์และทางฟิสิกส์จากศพ 100 ราย และจากชิ้นเนื้อของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 ราย ข้อมูลสำคัญที่มอบให้แก่สื่อยังรวมถึงรายงานจากเจ้าหน้าที่ใน cath lab ที่ไม่ระบุชื่อ (anonymous whistle blower) จากโรงพยาบาลในสหรัฐฯ ที่ได้ทำการฉีดสีและดูด ลาก ตัดก้อนที่ปะปนกับลิ่มเลือดออกมา
รายงานนี้ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทันที แต่ได้รับคำสั่งห้ามพูดถึงเรื่องนี้โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกไล่ออก จึงได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งพบว่ามีเหตุการณ์เช่นเดียวกันเกิดขึ้นทุกแห่ง และทุกแห่งถูกสั่งห้ามพูดเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลหลักในสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้และสนับสนุนนวัตกรรมดังกล่าว ที่ได้ทำการปิดกั้นผลกระทบทั้งหมดเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง
แพทย์ผู้มีความดื้อรั้น
คลิกเพื่ออ่านคอลัมน์ "สุขภาพแสนสนุก" เพิ่มเติม
