
ระดับเสียงที่ดังเกินไปในระหว่างการเล่นเกมอาจส่งผลต่อสุขภาพ และการได้ยิน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้เล่นเกมหลายคนต้องระวัง
การเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก โดยในปี 2565 มีผู้เล่นรวมกว่า 3 พันล้านคน ซึ่งบ่งชี้ถึงมูลค่าที่มหาศาลของอุตสาหกรรมเกมที่เติบโตจนสามารถแซงหน้าอุตสาหกรรมดนตรีและภาพยนตร์ได้
ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเกมเมอร์ได้ค้นพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระดับเสียงในเกมที่อาจส่งผลเสียต่อหู ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหูอื้อหรือสูญเสียการได้ยินในอนาคต
การศึกษาของ WHO พบว่าการเล่นเกมยิงปืนมีระดับเสียงเฉลี่ยที่ 88-91 เดซิเบล (dB) ซึ่งเทียบเท่ากับการตะโกนใกล้หู และเสียงนี้ไม่ควรได้ยินเกิน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์สำหรับผู้ใหญ่
หากผู้เล่นเกมเปิดเสียงดังถึง 95 เดซิเบล ซึ่งดังพอๆ กับเสียงมอเตอร์ไซค์ จะสามารถฟังได้นานเพียง 1.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น โดยบางเกมที่มีเสียงแอ็กชั่นระเบิดหรือเสียงปืน อาจมีระดับเสียงสูงถึง 119 เดซิเบล ซึ่งเกินกว่าข้อกำหนดหลายๆ ด้าน
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ เกมเหล่านี้ยังมีผู้เล่นในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งระบบการได้ยินยังบอบบางกว่าผู้ใหญ่ ทำให้พวกเขาสามารถรับฟังเสียงที่ระดับ 86 เดซิเบล ได้นานแค่ 3.25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 92 เดซิเบลได้เพียง 45 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้การเล่นเกมเป็นเวลานานๆ อาจทำให้ระบบการได้ยินเกิดปัญหาตามมา โดย 5 จาก 14 การศึกษาที่กล่าวถึง ส่งผลให้ผู้เล่นบางรายสูญเสียการได้ยินหรือมีอาการหูอื้อชั่วขณะ
วิธีป้องกันเสียงจากเกมไม่ให้กระทบกับสุขภาพการได้ยินของ ‘เกมเมอร์’
- ปรับลดระดับเสียงของเกมและอุปกรณ์การได้ยินลงเหลือประมาณ 60%
- พักหูและร่างกายทุก 5 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู
- คอยสังเกตการได้ยินของตนเอง หากรู้สึกมีการเปลี่ยนแปลงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งข้อมูล : worldeconomicforum
เครดิตภาพ : istock
