เรื่องราวที่สำคัญที่เราควรรู้เกี่ยวกับที่มาของการระบาดของโควิดทั่วโลก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบล้านคน พร้อมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนที่ตามมาอย่างมากมาย
การค้นหาผู้รับผิดชอบและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้มีการสอบสวนในหลายประเทศ รวมถึงในรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปัญหาการระบาด และเป็นบทเรียนสำคัญที่เราต้องเรียนรู้เพื่อลดโอกาสที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีก
เหตุการณ์ต่างๆ ถูกตามติดจากศูนย์ของเราในวงจรนี้ และเมื่อเราเริ่มรู้ความจริงทั้งหมด เราจึงได้ยุติเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพและโรคอุบัติใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก ได้รับผิดชอบในการศึกษาการแพร่ระบาดของไวรัสจากสัตว์สู่คน โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2020 ก่อนที่จะยุติโครงการทั้งหมดและทำลายตัวอย่างไวรัสเหล่านี้เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยและการป้องกันการระบาดในประเทศ

การร่วมมือกับสหรัฐฯ ผ่านทางกระทรวงกลาโหม DARPA BTRA NIH NIAID USAID และองค์กร Eco Health alliance ซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งหมด และเมื่อกล่าวถึงองค์กรใดๆ จะหมายถึงเครือข่ายนี้ทั้งหมด
ความเชื่อมโยงเหล่านี้ยังรวมถึงการให้ทุนสนับสนุนแก่สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ตั้งแต่ 10 ปีก่อนการระบาดของโควิด โดยการเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2023 ระบุว่า ห้องชีวนิรภัยระดับสี่ของอู่ฮั่นนั้น ได้รับการออกแบบจากฝรั่งเศส และแคนาดาได้ส่งตัวอย่างไวรัสร้ายแรง พร้อมทั้งได้รับทุนจาก NIAID สหรัฐฯ ในการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสที่เป็นอันตราย รวมทั้งไวรัสกลุ่มโคโรนา (ซึ่งโควิดเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้) โดยมีรายงานเกี่ยวกับความบกพร่องในระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2016 กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้เตือน NIH เกี่ยวกับการปรับแต่งไวรัส แต่ไม่ได้รับการตอบรับ และในเดือนตุลาคม 2017 เจ้าหน้าที่จาก NIAID ได้ไปที่สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น และได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการปรับแต่งไวรัสอีโบลา พร้อมกับการขาดความพร้อมของห้องชีวนิรภัยระดับสี่
การแจ้งเตือนนี้ได้ส่งถึง F Gray Hadley จาก NIAID รวมทั้งสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2018 แต่การเตือนเกี่ยวกับการปรับแต่งไวรัสนั้นไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน เนื่องจากความกังวลว่าความร่วมมือระหว่าง NIH และอู่ฮั่นจะถูกระงับ
ในวันที่ 31 มีนาคม 2019 เจ้าหน้าที่จากแคนาดา ที่สนามบิน Toronto Pearson International Airport ในเที่ยวบิน AC 031 ได้นำตัวอย่างไวรัสอีโบลา 12 สายพันธุ์ รวม 24 หลอด และไวรัสนิปาห์ 6 หลอด โดยใส่ในภาชนะน้ำแข็งแห้ง 33 ปอนด์ ที่ส่งมาจากห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับสี่ที่ Winnipeg

Dan Brouillette รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้เตือน Fauci ถึงความเสี่ยงจากการที่สหรัฐฯ ช่วยสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นในการศึกษาไวรัสโคโรนา ซึ่งอาจกลายเป็นภัยคุกคามทางทหาร และไม่เพียงแค่การวิจัยไวรัสโคโรนา แต่ยังรวมถึงงานวิจัยอื่นๆ ที่หน่วยงานสหรัฐฯ ร่วมมือกับกลุ่มต่างๆ ในจีน
อย่างไรก็ตาม Fauci ได้ชี้แจงว่าไม่มีความเชื่อมโยงดังกล่าว
การสัมภาษณ์มากกว่า 60 คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เปิดเผยข้อมูล รวมถึงหลักฐานจากกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด โดยได้มีหมายเรียกสอบสวน พร้อมทั้งพบเอกสารทางอีเมลระหว่างเจ้าหน้าที่ NIH และองค์กรต่างๆ
หลังการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2019 ในเดือนกรกฎาคม 2023 USAID และ NIH ได้ยุติโครงการ 125 ล้านเหรียญ DEEP VZN (discovery and extrapolation of emerging pathogens Viral Zoonoses) ซึ่งมีเป้าหมายในการรวบรวมไวรัสจากสัตว์ป่าและค้างคาวจากทั่วโลกเพื่อศึกษาว่าไวรัสตัวใดจะเป็นตัวการระบาดใหญ่ พร้อมทั้งยุติการให้ทุนต่อสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น และจะไม่ให้ทุนต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า
บันทึกฉบับจริงถึงผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2023 ได้ยุติการให้ทุนและประกาศต่อเนื่องไปอีก 10 ปี ซึ่งได้รับการเปิดเผยจากรัฐสภา

ทุนวิจัยนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปี 2020 โดยเหตุผลสำคัญที่ยุติโครงการคือการละเมิดข้อกำหนดทางวิจัย ซึ่งได้ก่อให้เกิดหรือมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย โดยทำให้ไวรัสมีความร้ายแรงยิ่งขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในโครงการ
บันทึกนี้มีสำเนาส่งถึง ด็อกเตอร์ Zhengli Shi หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bat Lady ด้วย
ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2023 มีการเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด ได้เสียชีวิตหลังตกจากตึกของสถาบันดังกล่าว
ดร. Steven Quay แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง พร้อมผลงานตีพิมพ์มากกว่า 360 ชิ้น และคิดค้นยาที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ของสหรัฐฯ จำนวน 7 รายการ รวมถึงมีสิทธิบัตรถึง 90 รายการ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี RNA และเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้หลักฐานแก่กรรมาธิการสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2021
หลักฐานที่นำเสนอโดยดร. Quay ประการแรกคือ ไวรัสต้นทางไม่ได้มาจากตลาดสด แต่เกิดจากผู้ป่วยชายอายุ 39 ปีที่รับตัวเข้าโรงพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสถาบันไวรัสอู่ฮั่นประมาณ 3 กิโลเมตร การถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิดจากตัวอย่าง 3 ล้านตัวพบว่าไวรัสจากชายผู้นี้คือไวรัสต้นตอที่แท้จริง

ประการที่สอง การค้นพบไวรัสโควิดในน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ตลาดสดไม่พบเลย และประการที่สาม การตรวจหาไวรัสโควิดในสัตว์นานาชนิดจำนวน 80,000 ตัวอย่าง ก็ไม่พบเช่นกัน นอกจากนี้ประการที่สี่ ยังไม่มีหลักฐานการติดโควิดในตัวอย่างเลือดจากธนาคารเลือดจำนวน 9,952 ตัวอย่างก่อนเดือนธันวาคมปี 2019
โควิดมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถติดเชื้อมนุษย์ได้โดยผ่าน furin cleavage site และ dimer code (CGG-CGG dimer) ซึ่งลักษณะนี้ไม่พบในไวรัสอื่นๆ ในกลุ่ม Sarbeco เช่น SARS-CoV1, Bat-SARS like coronavirus, WIV1 bat coronavirus, RaTG13 และไวรัสจากค้างคาวชนิดอื่นๆ ที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้มาตลอดระยะเวลาเกิน 1,000 ปี
ตำแหน่งพิเศษนี้ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาการสร้างไวรัสใหม่ (gain of function) ตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งทั้ง ดร. Shi และ Daszak ก็ยอมรับว่าการมี furin site พิเศษนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยกระบวนการตามธรรมชาติในโควิด
คำถามถัดไปคือ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ไวรัสโคโรนาจากธรรมชาติจะเกิดการผสมผสานหรือ recombination จนกลายเป็นโควิด โดยกระบวนการเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากในกลุ่มของไวรัสโคโรนาเองมีกลไกที่ขัดขวางการรวมตัวกัน หรือมีจุดต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถรวมตัวได้
โควิดได้รับการปรับแต่งตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้มีความสามารถในการแพร่จากคนสู่คน โดยส่วนที่ไวรัสใช้ในการเกาะและเข้าสู่เซลล์มนุษย์นั้นได้ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์เกือบ 99.5% ตั้งแต่ต้น
คุณหมอดื้อ
