ตากุ้งยิง เป็นอาการระคายเคืองผิวหนังรอบดวงตา มักเกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตาบนหรือล่าง ทำให้รู้สึกเจ็บ คัน และในบางรายอาจเกิดตุ่มหนองที่ต้องไปพบแพทย์เพื่อเจาะออก
ตากุ้งยิง เกิดจากอะไร? มีวิธีรักษาเองได้หรือไม่?

ตากุ้งยิงในภาษาอังกฤษเรียกว่า Hordeolum เป็นโรคที่เกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาการอักเสบของเปลือกตาเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Staphylococcus aureus ซึ่งพบได้ตามปกติบนผิวหนัง แต่เมื่อเชือนี้เข้าสู่ผิวหนังผ่านแผลหรือบริเวณรูของต่อมไขมัน จะทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นตุ่มบวม
ตากุ้งยิงมี 2 ประเภทหลัก
1. ตากุ้งยิงแบบหัวผุดภายนอก (External hordeolum) มีหัวหนองหรือฝีโผล่ออกมาที่ขอบเปลือกตา
2. ตากุ้งยิงแบบหลบใน (Internal hordeolum) เกิดตุ่มบวมและฝีที่ฝังอยู่ในภายในเปลือกตา
ตากุ้งยิงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่เปลือกตาบนและล่าง โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวดังนี้
1. การขยี้ตาบ่อยหรือสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด
2. การใส่คอนแท็กต์เลนส์เป็นประจำหรือการใส่คอนแท็กต์เลนส์นอนหลับโดยไม่ถอด
3. การมีอาการอักเสบที่เปลือกตาก่อนหน้านี้ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
4. การมีประวัติเป็นตากุ้งยิงหรือมีอาการอักเสบจากตากุ้งยิงเดิม
5. การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางออกไม่หมด
6. การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
ตากุ้งยิงจะหายภายในกี่วัน?
หากเริ่มรู้สึกว่าผิวหนังบริเวณเปลือกตาบวมและระคายเคืองจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คงอยากทราบว่าตากุ้งยิงจะหายภายในกี่วันและอาการจะเป็นอย่างไรบ้าง
วันที่ 1-2 เริ่มรู้สึกเคืองบริเวณเปลือกตา
วันที่ 3-5 มีอาการเจ็บและคันบริเวณเปลือกตา พร้อมกับอาการบวมและแดง
วันที่ 5-7 ตุ่มจะใหญ่ขึ้นและมีหัวหนองเกิดขึ้น
วิธีรักษาตากุ้งยิงด้วยตัวเอง
หากคุณพบว่ามีอาการตากุ้งยิง ลองรักษาด้วยตัวเองโดยใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ชุบน้ำอุ่นและประคบบริเวณเปลือกตา 5-10 นาที วันละ 3-5 ครั้ง ก่อนการประคบให้ล้างมือและหน้าทำความสะอาด และควรหลีกเลี่ยงการบีบหรือเจาะหนองออกเอง
เมื่อไรที่ควรไปหาหมอสำหรับตากุ้งยิง
หากคุณมีอาการตากุ้งยิงที่มีอาการปวดรุนแรง หรือพบหนองและฝี ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินว่าควรใช้ยาหยอด ยาปฏิชีวนะ หรือทำการผ่าเจาะหรือไม่ อาการที่ควรไปหาหมอมีดังนี้
1. มีตุ่มหนองร่วมกับอาการปวดและบวมแดง
2. ตากุ้งยิงกลับมาบ่อยๆ แม้หายแล้วก็เป็นซ้ำอีก
3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เมื่อใช้ยาปฏิชีวนะ
วิธีรักษาตากุ้งยิงเร่งด่วนโดยการผ่า
การผ่าและการเจาะหนองออกเป็นวิธีการรักษาตากุ้งยิงที่มีความรวดเร็ว ช่วยลดอาการบวมและระคายเคือง ทำให้หายเร็วขึ้น การผ่าตากุ้งยิงควรทำในสถานพยาบาลที่มีการควบคุมเชื้อโรคอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเจาะตากุ้งยิงด้วยตัวเองเนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- วิธีรักษาตากุ้งยิงด้วยการหยอดยา ไม่ต้องผ่า สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
1. แพทย์จะตรวจสอบลักษณะของตากุ้งยิง หากไม่มีอาการบวมเป็นฝีที่เพิ่มขนาดขึ้น จะทำการแนะนำการประคบเย็นหรือให้ยาทา
2. ยาหยอดตาหรือยาทาที่ใช้จะเป็นยาปฏิชีวนะที่สามารถใช้ติดต่อกันได้ 3-7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์อีกครั้ง
3. หากไม่หาย แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องผ่าเจาะหนองออกและนัดหมายการรักษาต่อไป
- วิธีการรักษาตากุ้งยิงด้วยการผ่าและเจาะหนอง สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
1. แพทย์จะทำการนัดหมายผู้ป่วยเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจาะหนองตากุ้งยิง
2. ผู้ป่วยจะเปลี่ยนชุดและนอนลงบนเตียงเพื่อเตรียมการ
3. แพทย์จะทำการหยอดยาชาที่ดวงตาและเตรียมเครื่องมือปลอดเชื้อสำหรับการเจาะ
4. แพทย์จะทดสอบอาการชาและฉีดยาชาเพิ่มเติมที่ผิวเปลือกตา
5. เมื่อผ่านการทดสอบอาการชาแล้ว แพทย์จะทำการเจาะหนองออก
6. หลังจากนั้นจะใส่ยาฆ่าเชื้อและปิดตาด้วยผ้าปิดตาที่ผ่านการฆ่าเชื้อเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อหยุดเลือด
ขั้นตอนที่สำคัญก่อนการเจาะตากุ้งยิงคือการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน โดยเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกาย และตรวจสอบประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย เช่น หากมีการใช้ยา Warfarin ที่ช่วยในการละลายลิ่มเลือด ผู้ป่วยต้องหยุดยา 7 วันก่อนทำการเจาะหนอง
Q&A ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีรักษาตากุ้งยิง
Q : ตากุ้งยิงสามารถติดต่อกันได้หรือไม่
A : ตากุ้งยิงไม่ใช่โรคติดต่อ และสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องการการรักษาพิเศษ สิ่งที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้ตาอักเสบ
Q : ตากุ้งยิงหายเองได้ไหม
A : ตากุ้งยิงเป็นอาการที่สามารถหายได้เองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ การประคบและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ระคายเคืองเปลือกตา เช่น การเผชิญกับฝุ่น ลม หรือควันบุหรี่
Q : ตากุ้งยิงประเภทใดที่ต้องทำการผ่าตัด
A : หากตากุ้งยิงมีการขยายตัวของหัวตาจากต่อมไขมัน และไม่ได้รับการรักษาด้วยยาหรือยาที่ใช้หลายวันแล้วไม่ยุบ หรือมีอาการระคายเคือง บวม แดง และกลายเป็นฝีหนอง แพทย์จะพิจารณาให้ทำการเจาะหรือผ่าตัดเอาก้อนไขมันออก
อ้างอิง
1. ตากุ้งยิง เกิดจาก ?, RAMA Channel.2. สาเหตุและอาการของตากุ้งยิง., โรงพยาบาลศิครินทร์.3. ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร?., โรงพยาบาลศิครินทร์.4. ตากุ้งยิงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต.5. กุ้งยิงคืออะไร, โรงพยาบาลนนทเวช.
