ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดในระบบศีรษะและใบหน้า ซึ่งพบได้บ่อยมาก โดยมีอุบัติการณ์การเกิดประมาณ 1 คนต่อเด็กที่เกิดรอด 600-1,000 คน นับเป็นโรคที่สามารถพบได้ในเด็กหลายๆ คน
ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน ซึ่งยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ สาเหตุที่เกี่ยวข้องรวมถึงพันธุกรรมและประวัติในครอบครัวที่มีการเกิดภาวะนี้ เช่นเดียวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เช่น การใช้ยากันชักบางชนิด หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย รวมทั้งการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์
การวินิจฉัยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
อันตรายและภาวะแทรกซ้อนของภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยมากนัก ยกเว้นในกรณีที่มีภาวะนี้ร่วมกับโรคความพิการแต่กำเนิดที่มีความรุนแรงกว่า เช่น ความผิดปกติของกระโหลกศีรษะและใบหน้าอื่นๆ หรือเกิดร่วมกับกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติหลายระบบเช่น โรคหัวใจ หรือภาวะกระดูกไขสันหลังผิดปกติ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงและความรุนแรงได้มากขึ้น
ในช่วงแรกของการรักษาหลังจากทารกเกิดมักจะไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่จะต้องมีการเฝ้าระวังเรื่องการหายใจและการดูดนมอย่างใกล้ชิดว่าเป็นปกติหรือไม่ ทีมแพทย์และผู้ดูแลจะต้องให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
ปัญหาที่พบจากภาวะนี้ ได้แก่ ความผิดปกติด้านความสวยงามของใบหน้าและความหล่อของเด็ก รวมทั้งปัญหาที่เกิดกับระบบอวัยวะต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรค เช่น ปากแหว่งที่ทำให้การดูดนมช้า เพราะกล้ามเนื้อรอบปากไม่สามารถทำงานได้ดีเพราะรอยแหว่ง ส่วนเพดานโหว่ก็ทำให้เกิดปัญหาในการพูด เช่น เสียงพูดขึ้นจมูก นอกจากนี้ยังพบปัญหาการได้ยิน เพราะมักมีปัญหาหูชั้นกลางร่วมด้วย ทำให้การได้ยินลดลง และสุดท้ายคือปัญหาฟันและเหงือก เพราะเหงือกจะมีรอยแยกหรือการขาดหายไปของฟัน ซึ่งฟันที่ขึ้นอาจจะซ้อนเก ปัญหาทั้งหมดนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างครบวงจรจากทีมแพทย์ที่มีความชำนาญในหลายสาขา

การรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
ปัญหาจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่มีความซับซ้อนมากกว่าที่มองเห็นภายนอก การรักษาจึงเริ่มตั้งแต่หลังเกิดและต้องติดตามไปตลอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่อายุ 18-20 ปี การรักษาจึงจำเป็นต้องผ่าตัดหลายครั้ง พร้อมทั้งการติดตามผลการรักษาตามอายุและพัฒนาการ ซึ่งแต่ละครั้งที่ทำการผ่าตัดจะมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น
• การผ่าตัดซ่อมแซมริมฝีปากที่มีรอยแหว่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 3-5 เดือน
• ถัดไปจะเป็นการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมเพดานโหว่ ซึ่งจะทำเมื่อเด็กอายุประมาณ 1-1.5 ขวบ และเมื่อเริ่มพูดได้ก็จะมีการรักษาเพดานโหว่เพิ่มเติม
• เมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียนระดับประถม อาจจะมีการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็นจากการผ่าตัดครั้งแรก หรือการปรับรูปร่างจมูกเพื่อให้ดูดีขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกล้อเลียนจากเพื่อนหรือสังคม
• ในวัยเรียน อาจจะมีการผ่าตัดครั้งที่สองเพื่อแก้ไขการพูดหากยังไม่ชัดเจนหลังจากการผ่าตัดเพดานโหว่ครั้งแรก เพื่อให้การพูดของเด็กชัดเจนยิ่งขึ้น
• เมื่ออายุประมาณ 9-10 ปี เด็กจะเริ่มมีการจัดฟัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัดเสริมกระดูกขากรรไกรที่มีรอยแหว่ง การจัดฟันในขั้นตอนนี้จะช่วยให้ฟันและกระดูกขากรรไกรสามารถฟื้นฟูและทำงานได้อย่างปกติ โดยเฉพาะในส่วนที่มีช่องว่างจากการขาดกระดูก
• เมื่ออายุ 16-18 ปี อาจจะมีการทำการผ่าตัดเพื่อปรับโครงหน้าให้ดูดีขึ้น เช่น การผ่าตัดขยับกระดูกขากรรไกร หรือการเสริมจมูกเพื่อให้มีลักษณะที่สวยงามและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
การผ่าตัดและการรักษาที่เกี่ยวข้องกับภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ มีจุดมุ่งหมายหลักในการปรับโครงหน้าหรือการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่มีความรู้สึกด้อยหรือโดนล้อเลียนจากผู้อื่น
วิธีป้องกันภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรมีการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอและรับประทานยาบำรุงครรภ์ โดยเฉพาะโฟลิกแอซิด ซึ่งมีข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ามีประโยชน์ในการป้องกันภาวะนี้ แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เนื่องจากสาเหตุของปากแหว่งเพดานโหว่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
คำแนะนำเพิ่มเติมอื่นๆ
หากคุณกำลังตั้งครรภ์และพบว่าลูกมีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่ต้องวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะปัจจุบันการรักษาโรคนี้มีความก้าวหน้าและผลลัพธ์ดีมาก เด็กสามารถเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ที่ให้การรักษามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงสมาคมโรคปากแหว่งเพดานโหว่ฯ ที่คอยดูแลและสนับสนุนการรักษาโดยจัดการประชุมวิชาการทุกปี เพื่อพัฒนามาตรฐานการรักษาให้มีความเหมาะสมทั่วประเทศ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
@@@@@@@
แหล่งข้อมูล
อ. นพ.สรายุทธ ดำรงวงศ์ศิริ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่งและแม็กซิโลเฟเชียล ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
