
ยาคุมฉุกเฉิน คือ ยาคุมกำเนิดที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์โดยยับยั้งการปฏิสนธิภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม, การใช้ยาคุมฉุกเฉินไม่ควรทำเป็นประจำ เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ก่อนใช้ยาคุมกำเนิดควรทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยานี้
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินในครั้งแรก
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากยาคุมกำเนิดทั่วไป โดยยาคุมฉุกเฉินจะมีจำนวนเม็ดยาเพียง 2 เม็ดบนแผง ในขณะที่ยาคุมกำเนิดปกติจะมี 21 หรือ 28 เม็ด ดังนั้นวิธีการรับประทานจึงต้องแตกต่างกันออกไป
สารประกอบหลักในยาคุมฉุกเฉินคือฮอร์โมนโปรเจสตินระดับสูง เช่น ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) สำหรับยาคุมกำเนิดแบบ 2 เม็ดจะมีปริมาณลีโวนอร์เจสเตรล 750 กรัม
การใช้ยาคุมฉุกเฉินครั้งแรกต้องทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิง หลังจากรับประทานเม็ดแรกในช่วงชั่วโมงแรก อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และไม่ควรใช้ยานี้บ่อย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนตามธรรมชาติ อาจทำให้เกิดเลือดออกจากช่องท้อง และอาจมีผลเสียต่อรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก
เพื่อความปลอดภัย สาววัยเริ่มต้นมีประจำเดือนควรเรียนรู้วิธีใช้ยาคุมกำเนิดประเภททั่วไป (แบบ 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด) ส่วนยาคุมฉุกเฉินควรใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เช่น กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ กรณีมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกรณีที่ถุงยางอนามัยเกิดรั่ว
ยาคุมฉุกเฉิน ควรกินภายในกี่ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
ยาคุมฉุกเฉินที่มีจำหน่ายทั่วไปประกอบด้วย 2 เม็ด การกินยาคุมฉุกเฉินภายในกี่ชั่วโมงนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อน เช่น
ยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรก ควรรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ
ยิ่งรู้ถึงความเสี่ยงเร็วเท่าไร ควรรีบทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกโดยเร็วที่สุด ผลข้างเคียงหลังจากทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรก อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนภายใน 1-2 ชั่วโมง หากอาเจียนจนยาออกมาหมด ควรทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกใหม่
ยาคุมกำเนิดเม็ดที่ 2 ควรกินภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากทานเม็ดแรก
ยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 จากแผงเดียวกันอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้เช่นเดียวกับเม็ดแรก
ผลข้างเคียงจากยาคุมฉุกเฉิน
ผลข้างเคียงจากยาคุมฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นหลังจากทานยาเม็ดแรกหรือเม็ดที่สอง เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน จึงสามารถทำให้เกิดอาการวิงเวียน และคลื่นไส้ อาเจียนได้ง่าย และยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ ดังนี้
- ระยะเวลาไข่ตกจะสั้นลง ซึ่งอาจทำให้รอบประจำเดือนผิดปกติ
- บางคนอาจพบเลือดออกจากช่องท้องเล็กน้อย
- บางรายอาจรู้สึกปวดท้องบริเวณมดลูกคล้ายกับตอนมีประจำเดือน
- มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์นอกมดลูก
- ยังคงมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 15-25%
การใช้ยาคุมฉุกเฉินนั้นมีโอกาสตั้งครรภ์สูงถึง 15-25% และอาจมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงต่อร่างกายผู้หญิงเมื่อเทียบกับวิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ ดังนั้น หากต้องการวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย
ข้อห้ามในการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
ผู้ที่ห้ามใช้ยาคุมฉุกเฉินเด็ดขาด ได้แก่ ผู้ที่มีโรคตับ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ (รวมถึงระบบต่าง ๆ ภายในของผู้หญิง) ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักต้องใช้ยากันชัก รวมถึงผู้ที่มีไมเกรนชนิด Migraine with Aura
นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับระบบเลือด ความดันโลหิต หรือโรคลิ่มเลือดอุดตัน ก็ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน
ราคายาคุมฉุกเฉิน
ราคายาคุมฉุกเฉินอยู่ระหว่าง 40-80 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ โดยส่วนใหญ่จะมีตัวยาเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของจำนวนเม็ดและชื่อทางการค้า ซึ่งรวมถึงยี่ห้อที่นิยมดังต่อไปนี้
- Ladynore ราคา 40 บาท
- Norpak ราคา 40 บาท
- Marry Pink ราคา 40 บาท
- Madonna ราคา 40 บาท
- Postinor ราคา 60 บาท
