
ไม่ว่าสภาพอากาศของประเทศไทยจะร้อนจัดจนแทบทนไม่ไหว หรือเข้าสู่ช่วงฤดูฝน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเผชิญกับแสงแดดในทุกฤดูกาล ดังนั้น “ครีมกันแดด” จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดด หากไม่ทาอาจทำให้เกิดปัญหาผิวสะสม เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจได้ ในบทความนี้เรารวบรวมวิธีทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แม้เจอแดดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ไปดูกันเลย!
ทาครีมกันแดดทุกวัน เท่ากับการป้องกันความแก่
เราทราบกันดีว่าแสงแดดมีทั้งรังสี UVA และ UVB ที่เป็นอันตรายต่อผิว ดังนั้นการทาครีมกันแดดทุกวัน โดยเฉพาะบนใบหน้า จึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้อยู่ในอาคาร รังสี UVA ก็สามารถทะลุผ่านเข้ามาทำลายผิวถึงชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมคอลลาเจน ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำและผิวเหี่ยวย่น ทำให้ดูแก่ก่อนวัยได้
แสงแดดก็มีประโยชน์ อย่าหลบแดดตลอดเวลา
แสงแดดไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป โดยเฉพาะในช่วงเช้า หากออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 10-15 นาที โดยยังไม่ทาครีมกันแดด ผิวหนังจะสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้แคลเซียมซึมเข้าสู่กระดูกและเสริมความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแดดในช่วงเวลา 11.00-15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรง อาจทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้
ประเภทของครีมกันแดดมีอะไรบ้าง
ครีมกันแดดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ครีมกันแดดแบบ Chemical มีคุณสมบัติในการดูดซับรังสี UVA และ UVB เนื้อบางเบา ใช้ง่าย แต่ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และอาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้ จึงควรทดสอบก่อนใช้ เหมาะสำหรับคนทำงานออฟฟิศที่ออกแดดเพียงช่วงสั้นๆ
- ครีมกันแดดแบบ Physical มีคุณสมบัติสะท้อนรังสี UVA และ UVB เนื้อครีมหนา คล้ายการฉาบผิว ไม่ต้องทาซ้ำบ่อย แต่หลุดง่ายเมื่อโดนเหงื่อหรือน้ำ เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เที่ยวทะเล หรือคนที่มีผิวแพ้ง่าย
- ครีมกันแดดแบบ Hybrid เป็นการผสมผสานระหว่างครีมกันแดด Chemical และ Physical โดยสามารถดูดซับและสะท้อนรังสี UVA และ UVB ได้พร้อมกัน เนื้อบางเบา ไม่ต้องทาซ้ำบ่อย ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันหรือแพ้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ครีมกันแดดที่ดีจะไม่มีประโยชน์ หากใช้ไม่ถูกวิธี
หลายคนอาจสังเกตว่าหลังทาครีมกันแดดแล้วผิวยังดูหมองคล้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการทาที่ไม่ถูกวิธีหรือปริมาณไม่เพียงพอ นี่คือเคล็ดลับการทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำไว้ให้ดี!
- เพื่อการป้องกันแสงแดดตามค่า SPF ที่ระบุ ปริมาณครีมกันแดดที่ควรใช้บนใบหน้าและลำคอคือ 2 กรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือประมาณ 1 ช้อนชา หรือเท่ากับ 2 ข้อนิ้วมือ ทาให้ครอบคลุมทั่วใบหน้าและลำคอ
- สำหรับลำตัว ควรทาครีมกันแดดที่แขนข้างละ 1 ช้อนชา, ขาข้างละ 1 ช้อนชา, ลำตัวด้านหน้า 1 ช้อนชา และลำตัวด้านหลัง 1 ช้อนชา
- ควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดด ประมาณ 30-60 นาที สำหรับครีมกันแดดประเภท Chemical Sunscreen
- ครีมกันแดดแบบ Chemical จำเป็นต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
แม้ครีมกันแดดจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดด แต่การเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวและทาให้ถูกวิธีก็สำคัญ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องผิวจากปัญหาฝ้า จุดด่างดำ และผิวเหี่ยวย่น ที่อาจทำให้ดูแก่ก่อนวัย
ข้อมูลโดย : พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2
