ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การทำกิจกรรมต่างๆ บนหน้าจอเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ การอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของโรคใหม่ที่ชื่อว่า Computer Vision Syndrome หรือ CVS
CVS คืออาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการมองเห็นและดวงตา ซึ่งเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือการจ้องจอที่ใกล้เกินไป โดยอาการจะมีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาในการใช้งาน
จากการศึกษาพบว่า 90% ของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน มักประสบกับอาการของ CVS อันอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน

อาการของ CVS อาจเริ่มต้นจากการรู้สึกแสบตา ระคายเคืองตา หรือปวดตาจากการจ้องหน้าจอโดยไม่กะพริบตาอย่างเพียงพอ บางครั้งอาจมีอาการตาแห้งและถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะปวดศีรษะร่วมด้วย และในกรณีที่อาการรุนแรงขึ้น ยังอาจส่งผลให้เกิดภาวะสายตาสั้นชั่วคราวได้ ซึ่งพบว่า 32% ของผู้ที่ป่วยด้วย CVS มีอาการนี้

โรคนี้สามารถเกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากใช้งานหน้าจอในที่แสงน้อย หรือท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม ข้อกระตุ้นที่ทำให้อาการ CVS แย่ลงมีหลายอย่าง เช่น การเพ่งจอคอมพิวเตอร์หรือการอ่านหนังสือที่ทำให้กะพริบตาน้อยลง ส่งผลให้ตาแห้งง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ หรือความคมชัดของตัวอักษรที่ไม่ดี รวมทั้งการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม

การรักษา CVS ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เพราะการป้องกันนั้นสำคัญกว่า วิธีการป้องกันโรคนี้ก็ไม่ยาก เช่น การใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการแสบตาและตาแห้ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนี้ตั้งแต่ต้น

แพทย์แนะนำวิธีป้องกันโรค CVS โดยการพักสายตาทุก 10 นาที หลังจากทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ 1 ชั่วโมง หรือพักทุก 15 นาทีหลังการทำงาน 2 ชั่วโมง จัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในที่ที่มีแสงสว่างพอเหมาะ เพื่อให้สายตาสบาย ใช้แผ่นกรองแสงเพื่อลดแสงสะท้อนและแสงจ้า ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของสายตาได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรจัดเวลาพักห่างจากมือถือหรือแท็บเล็ต ที่กลายเป็นอวัยวะที่ 5 ของมนุษย์ ที่ต้องพึ่งพาตลอดทั้งวันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน เพื่อให้ดวงตาได้พักบ้าง หากปล่อยให้โรคนี้เป็นเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท ทำให้รักษาได้ยากขึ้น
