
สาวผู้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำฝันให้เป็นจริง “แนน-วิมวดี ปิยะวานิชย์” ตัดสินใจออกจากงานที่มั่นคงมาไล่ตามความฝันในการเปิดร้านอาหาร แม้จะไม่มีพื้นฐานในด้านนี้ แต่เธอก็พิสูจน์ความตั้งใจโดยการเริ่มต้นเรียนรู้จากงานในครัว เริ่มต้นจากการล้างจานและฝึกทำอาหารในสถาบันชั้นนำเป็นเวลาหลายปี จนสามารถเปิดร้านอาหารได้สำเร็จในวันนี้
แนน-วิมวดี สาววัย 30 ปี เล่าถึงการเดินทางที่มาถึงจุดนี้ว่า แนนเติบโตในครอบครัวนักธุรกิจในด้าน IT “สมเดช ปิยะวานิชย์ และ สุวรรณา กาญจนเกษตรกุล” พ่อแม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในส่วนของ printer, scanner และ projector แนนเรียนจบจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เคยมีความตั้งใจที่จะเรียนหมอ แต่สุดท้ายเลือกเรียนพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่จุฬาฯ แล้วเริ่มต้นการทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นเธอสอบบอร์ด ท็อป แล้วได้ทำงานที่แบงก์
แนนทำงานอยู่ที่ธนาคารแห่งชาติเป็นเวลา 3 ปีในฝ่ายตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ โดยช่วงเวลานั้นได้เรียนรู้และทำกิจกรรมหลายอย่าง แต่เมื่อบ้านกำลังทำโปรเจกต์ใหญ่และพ่อแม่ต้องการความช่วยเหลือ แนนจึงตัดสินใจลาออกมาเพื่อช่วยงานที่บ้าน จากนั้นได้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะไปเรียนที่ Durham University ประเทศอังกฤษ และกลับมาทำงานกับบริษัท ส.ขอนแก่นในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช่วยสร้างร้านอาหารและครัว ก่อนจะตัดสินใจลาออกเพื่อทำร้านอาหารของตัวเองตามฝันที่เธอมีมาตลอด
“แนนตั้งใจจะเปิดร้านอาหารตั้งแต่สมัยเรียนที่จุฬาฯ เพราะชอบการทานอาหารเป็นชีวิตจิตใจ การทำงานในอดีตช่วยให้เธอรู้วิธีการบริหารจัดการธุรกิจ แต่เธอไม่รู้เรื่องครัว จึงตัดสินใจไปเรียนงานครัวที่ร้าน “ข้าว” กับเชฟวิชิต มุกุระ โดยเริ่มต้นจากการล้างจาน จากนั้นช่วยงานจ่ายตลาด และฝึกฝนจากสถาบัน Cordon Bleu ดุสิตธานี และ Escoffier, The Ritz Paris รวมถึงได้ฝึกงานด้วย และยังมีโอกาสไปเยือนสเปนเพื่อศึกษาอาหารแนวสุขภาพ ก่อนจะได้เปิดร้าน NAN Charcoal Grill ที่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 โดยเน้นวัตถุดิบสดใหม่อย่างอาหารทะเลและเนื้อย่างบนเตาถ่าน โดยที่แนนเองเป็นผู้เลือกซื้อวัตถุดิบเองเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” สาวเก่งเล่าถึงเส้นทางที่เธอเดินตาม
การทำตามฝันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สาวเก่งคนนี้ยอมรับว่าเหนื่อยมาก แต่โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ชีวิตแนนมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากการทำงานและการทำธุรกิจของตัวเอง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แนนได้เรียนรู้หลายสิ่งอย่าง และได้แรงบันดาลใจจากพ่อแม่ที่ขยันทำงานเพื่อสร้างครอบครัวและฐานะ ซึ่งทำให้แนนรู้ว่าถ้าไม่ขยันก็จะไม่สำเร็จ ดังนั้นแนนจะไม่หยุดแค่ตรงนี้ เธอมีเป้าหมายที่จะเดินหน้าต่อไป และเป็นหนึ่งในต้นแบบของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังความสำเร็จในชีวิต
