
คุณเคยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพดวงตาบ้างไหม? หรือเริ่มตระหนักถึงมันเมื่อได้ยินข่าวน่ากลัวจากเว็บไซต์ dailymail เกี่ยวกับผู้หญิงไต้หวันที่ตาบอดจากการใส่คอนแทคเลนส์คู่เดิมนานถึง 6 เดือน ทั้งที่เป็นคอนแทคเลนส์ประเภทใช้แล้วทิ้ง แต่กลับปล่อยให้เชื้ออะมีบากัดกินดวงตาจนบอด
เมื่อได้ยินเรื่องราวนี้แล้ว คุณอาจสงสัยว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็เป็นการเตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลดวงตา เพราะเราไม่มีดวงตาสำรอง การดูแลดวงตาจึงต้องทำอย่างจริงจัง ริชาร์ด ชูการ์แมน (Richard Shugarman) ศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยาจากมหาวิทยาลัยไมอามี่ และโฆษกสถาบันจักษุวิทยาจะมาแชร์วิธีการดูแลดวงตาที่ง่ายแต่ได้ผล พร้อมกับการเตือนถึงพฤติกรรมที่อาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อดวงตาของเรา
1. การเล่นกีฬาประเภทแร็กเก็ตโดยไม่ใส่เครื่องป้องกัน
กีฬาที่ใช้แร็กเก็ตตีลูกบอลนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ดวงตาบาดเจ็บ หากไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะบอลลูกเล็กๆ ที่อาจหลุดลอดเข้ามากระทบดวงตาได้ แม้กระดูกที่ล้อมรอบดวงตาจะช่วยป้องกันบางส่วน แต่การใส่แว่นโพลีคาร์บอเนตก็ยังคงสำคัญเพื่อป้องกันการกระแทกที่อาจเกิดขึ้นได้
2. การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานเกินไป
การใส่คอนแทคเลนส์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้เกิดแผลถาวรบนกระจกตา และสูญเสียการมองเห็นได้ คนไข้บางรายอาจมีข้ออ้างต่างๆ เช่น ความสะดวกสบาย หรือไม่อยากเสียเงินซื้อเลนส์ใหม่ แต่อย่าลืมว่า การรักษาดวงตานั้นสำคัญกว่าการประหยัด
ปัญหาหลักเกิดขึ้นเมื่อคอนแทคเลนส์ปิดทับกระจกตา ทำให้หลอดเลือดไม่สามารถส่งออกซิเจนให้กระจกตาได้ น้ำตาจึงต้องทำหน้าที่แทน แต่การส่งออกซิเจนก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากคอนแทคเลนส์เป็นอุปสรรคขวางการไหลเวียน
อีกปัญหาหนึ่งคือการสะสมของฟิล์มบางๆ บนคอนแทคเลนส์ หากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ฟิล์มเหล่านี้จะกั้นการไหลเวียนของออกซิเจนและทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน จนเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียหายได้ง่าย
ปัญหาบางอย่างขึ้นอยู่กับประเภทและยี่ห้อของคอนแทคเลนส์ที่เราใช้ เพราะแต่ละแบบมีกฎระเบียบในการใช้งานต่างกัน ตั้งแต่ระยะเวลาในการเปลี่ยนหรือการทำความสะอาด แม้เรื่องของผู้หญิงไต้หวันที่ตาบอดจะเป็นข่าวปลอม แต่การใส่คอนแทคเลนส์เกินเวลาก็เสี่ยงติดเชื้อจนอันตรายต่อดวงตาได้ และบางครั้งก็อาจจะแก้ไขไม่ทัน
3. ขยี้ตา
พฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่หลายคนทำบ่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าการขยี้ตาอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตาได้ลึกขึ้นและทำให้ดวงตาได้รับบาดเจ็บ การขยี้ตายังอาจกระตุ้นการผลิตน้ำตา ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ ทางที่ดีเมื่อรู้สึกระคายเคืองควรปล่อยให้เศษฝุ่นออกไปเอง หรือหยอดน้ำตาเทียมเพื่อบรรเทา หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
4. ใช้มาสคาร่าแท่งเดิมนานเกินไป
การใช้มาสคาร่าเก่าที่ใช้ไปนานๆ อาจนำไปสู่การปนเปื้อนของแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตา การเก็บแปรงมาสคาร่าในหลอดหลังจากใช้ทุกครั้งเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ดี ควรเปลี่ยนมาสคาร่าทุกๆ 3 เดือนเพื่อความสะอาด นอกจากนี้ห้ามใช้มือแตะอายแชโดว์แล้วทาตา หากไม่มั่นใจในความสะอาด ควรใช้แปรงแต่งหน้าหรืออุปกรณ์ที่สะอาด
5. ลืมสวมแว่นกันแดด
การไปทะเลแต่ลืมแว่นกันแดดสามารถทำให้ดวงตาได้รับรังสีจากแสงที่สะท้อนจากทะเลและทราย ซึ่งอาจทำให้กระจกตาอักเสบหรือไหม้ได้ อาการนี้อาจทำให้ตาบอดชั่วคราว ดังนั้นจึงควรเลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์ใหญ่เพื่อปกป้องดวงตาและป้องกันรังสียูวี ที่สำคัญคือการป้องกันไม่ให้เกิดต้อหินและมะเร็งผิวหนังที่เปลือกตา อย่าลืมสวมแว่นกันแดดทุกครั้งเมื่อออกแดด
หลีกเลี่ยงการให้คอนแทคเลนส์สัมผัสกับน้ำทะเล อ่างอาบน้ำ หรือฝักบัว รวมถึงการแช่คอนแทคเลนส์ในน้ำเหล่านี้ แทนที่จะใช้สารละลายแช่คอนแทคเลนส์ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ น้ำถือเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ตาบอด และไม่พูดถึงการติดเชื้อจากอะมีบาที่อาจเกิดขึ้นได้
ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai
