
ศิริภา อินทวิเชียร สาวยุคใหม่ผู้มีความคิดเป็นเอกลักษณ์ ลูกสาวคนเล็กของสาวิณี สินธู และชัยศล อินทวิเชียร ที่เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว พร้อมทั้งยังคงทำงานที่เธอรักอย่างธุรกิจนำเข้าเครื่องประดับ และกิจกรรมทางสังคมด้านการเมือง ซึ่งเติมเต็มชีวิตของเธอด้วยความสุข
แนน หรือศิริภา ลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัว เล่าว่า ตอนนี้เธอต้องเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต เพื่อช่วยงานที่บ้านในบริษัทศิรินคร จำกัด ดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต เธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ภูเก็ตตั้งแต่เรียนจบไฮสคูลจาก Dulwich International College จากนั้นศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหิดล ภาคอินเตอร์ สาขา Entertainment Media เพราะต้องการเรียนในสิ่งที่ชอบ หลังจบการศึกษา เธอช่วยงานธุรกิจครอบครัวประมาณ 3-4 เดือน ก่อนไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการเงินที่ Regent University ในประเทศอังกฤษ
“ใกล้จบปริญญาโท แนนตัดสินใจหาธุรกิจนำเข้า โดยเริ่มค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และติดต่อบริษัทต่างๆ โดยไม่รู้จักใครมาก่อน บริษัทแรกที่เธอเข้าไปคุยด้วยผลิตแชมพู และให้ประสบการณ์มากมาย รวมถึงการสอนเกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การส่งแผนไปจนถึงการฝึกสระผม แต่สุดท้ายโปรเจกต์นี้ใหญ่เกินไปจึงต้องหยุดไว้ก่อน จากนั้นเธอหันมาสนใจนำเข้าเครื่องประดับแบรนด์ Eshvi ซึ่งมีดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร หลังจากคุยกับเจ้าของแบรนด์นานครึ่งปี แนนจึงนำแบรนด์นี้มาเปิดที่ชั้น M สยามพารากอน ธุรกิจนี้ดำเนินมาเกือบปีแล้ว ได้รับการตอบรับดีจากชาวต่างชาติ เธอจึงวางแผนเป็นตัวแทนจำหน่ายในเอเชียและขยายไปต่างประเทศ แม้ต้องปรับกลยุทธ์บ้าง แต่ก็ยังมุ่งมั่นต่อไป”
เมื่อถามถึงงานด้านสังคมการเมืองที่เธอเพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน แนนบอกว่านี่เป็นความชอบส่วนตัว แม้ครอบครัวจะงงเพราะไม่มีใครทำงานด้านนี้มาก่อน แต่พวกเขาก็สนับสนุน เธอเคยทำกิจกรรมเพื่อสังคมและรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นคนอื่นมีความสุข จึงตัดสินใจร่วมงานกับพรรคการเมืองมาได้ 1 ปีแล้ว โดยทำโครงการระดมทุนการศึกษาให้เด็กในชนบท ซึ่งเป็นงานจิตอาสาที่แม้ไม่มีเงินเดือน แต่ให้ความสุขใจอย่างมาก
“งานนี้ทำด้วยใจ แม้ไม่มีใครเห็นแต่ก็ให้ความสุขใจกับเราเอง ตอนเริ่มทำก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อเห็นคนที่ได้รับมีความสุข มันก็สะท้อนกลับมาสู่เราเช่นกัน ความรู้สึกนี้ แนน นำมาใช้ในการทำงานด้วย เช่น เวลาทำโครงการบ้าน เธออยากให้ผู้ซื้ออยู่อย่างมีความสุข และคนทำอย่างเธอก็สุขใจไปด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นคำสอนของพ่อที่บอกเสมอว่า การทำอะไรก็ตามอย่าให้เสียชื่อเสียง ถ้าทำดีก็จะมีคนบอกต่อ นี่คือแนวทางที่ แนน ยึดถือในการทำงานและชีวิต”...เธอคือสาวยุคใหม่ที่รู้จักให้ ไม่ใช่เพียงแค่รับ!!
