ในช่วงเวลาที่กระแสการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ ขณะนี้ไม่มีซีอีโอคนใดที่ได้รับความสนใจเท่ากับ “ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ปตท. เขากำลังเดินหน้าชี้แจงทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ ปตท. อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เพื่อแก้ไขข้อกังขาเกี่ยวกับการผูกขาดพลังงานและการเอาเปรียบประชาชน และยังตั้งเป้าหมายในปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง 1 ปีนี้ เพื่อทำให้ ปตท. กลายเป็นองค์กรที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง
ในยุคการนำของผู้นำคนใหม่ “ปตท.” ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายจากเดิมแค่ไหน?
หลังจากได้รับการสรรหามารับตำแหน่งซีอีโอเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2554 ผมได้เริ่มต้นทำงานและเจอกับวิกฤติใหญ่ในช่วงแรก เช่น น้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ ท่อน้ำมันแตก เครื่องบินตก ท่อแก๊สแตกในทะเล และการสูญเสียวิศวกรที่ลาว ซึ่งเป็นปัญหาหลายอย่างที่ต้องเผชิญ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ในช่วงที่ผมเข้ามา ปตท. เติบโตอย่างรวดเร็วและติดอันดับบริษัทชั้นนำในฟอร์จูน 500 แม้ผมจะไม่เคยพูดว่าจะทำกำไรให้ ปตท. เพิ่มขึ้นมาก แต่ผมตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ ปตท. ยั่งยืน และเปลี่ยนแปลงองค์กรนี้จากธุรกิจที่พึ่งพาทรัพยากร มาเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นความรู้ ผมตั้งใจให้ ปตท. เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืน โดยคำว่ายั่งยืนจะประกอบด้วยการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล และธุรกิจที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม

ถามจริงๆ นะคะ รายได้หลักในปัจจุบันของ ปตท. มาจากที่ไหน?
กลุ่ม ปตท. มียอดขายรวมทั้งสิ้น 3 ล้านล้านบาทในแต่ละปี แต่กำไรกลับอยู่ที่เพียง 100,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 3-4% เท่านั้น นี่คือผลลัพธ์ที่เราต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มา ขณะที่กำไรที่ได้ยังต้องนำไปลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น การพัฒนาธุรกิจน้ำมันและท่อน้ำมัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท นอกจากนี้ เรายังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เสริมสร้างรายได้ เช่น “คาเฟ่อเมซอน” ที่เป็นธุรกิจกาแฟสดที่ประสบความสำเร็จเกินคาด เปิดดำเนินการมา 12 ปี และตอนนี้มียอดขายกาแฟสูงสุดในประเทศ ด้วยจำนวนสาขากว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ และในปีที่ผ่านมาเราขายกาแฟได้ถึง 70 ล้านแก้ว สร้างรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งมีกำไรถึง 1,000 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจน้ำมันของเรามีรายได้ 3 แสนล้านบาท แต่กำไรได้เพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น
เมื่อ ปตท. มีรายได้มหาศาล ทำไมคนไทยยังต้องจ่ายราคาพลังงานที่แพงกว่าเพื่อนบ้าน?
เรื่องของราคาพลังงานนั้น ขึ้นอยู่กับภาษีและการอุดหนุนจากภาครัฐ พลังงานเป็นสินค้าพื้นฐานที่มีราคากลาง แต่ราคาพลังงานในแต่ละประเทศจะแตกต่างกันเพราะการเก็บภาษีที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ราคาพลังงานในสหรัฐอเมริกาถูกกว่าไทยเพราะรัฐบาลไม่เก็บภาษี ขณะที่ในยุโรปราคาพลังงานกลับสูงกว่ามาก ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศบรูไนและมาเลเซียที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันและสมาชิกของโอเปก ราคาพลังงานจึงถูกกว่าไทยเพราะมีการอุดหนุนจากภาครัฐ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอื่นๆ ต้องจ่ายราคาพลังงานที่สูงกว่าเรา ในประเทศไทยเราเกือบทั้งหมดต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เช่น น้ำมันจากตะวันออกกลาง แก๊สจากพม่า และไฟฟ้าจากลาว ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงกว่า

แล้วประเทศไทยควรมีทิศทางการปฏิรูปพลังงานอย่างไร?
ต้องเริ่มจากการแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก เลิกการอุดหนุนข้ามผลิตภัณฑ์ และปล่อยให้ราคาพลังงานลอยตัวตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะมีผู้ที่เสียประโยชน์จำนวนมาก หากเราปฏิรูปพลังงานจริง ราคาน้ำมันเบนซินจะลดลง 4-5 บาทต่อลิตร แต่ราคาน้ำมันดีเซลจะต้องแพงขึ้นเพราะเลิกอุดหนุน ส่วน LPG และ NGV ก็จะต้องขึ้นราคาเช่นกัน โดยเฉพาะ LPG และ NGV ที่ตอนนี้ราคายังต่ำกว่าความจริง คนไทยส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระการเติมน้ำมันที่แพง ไม่ใช่ ปตท. ที่ต้องรับผิดชอบ

ทำไม ปตท. ถึงให้ความสำคัญกับการทำประโยชน์เพื่อสังคม? เนื่องจากธุรกิจของเราต้องขุดเจาะทรัพยากรจากธรรมชาติ ซึ่งทำให้เราต้องมีการติดต่อและมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมาก การที่เราจะได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจได้นั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนรอบข้าง ปตท. จึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมและแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้รูปแบบการทำประโยชน์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่การทำกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ การทำ CSR และล่าสุดการใช้แนวคิด CSV ที่เน้นการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจและสังคม เพื่อให้ทั้งองค์กรและชุมชนได้รับประโยชน์ร่วมกัน
ปตท.ได้ทำโครงการเพื่อสังคมหลายโครงการ และเน้นการส่งเสริมโครงการในรูปแบบใดเป็นพิเศษ?
เราภูมิใจในโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่ และโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง ซึ่งได้ทำงานร่วมกับสังคมและชุมชนมากว่า 20 ปี ทำให้เราเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของน้ำและทรัพยากรสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ โครงการเหล่านี้ช่วยให้เราเรียนรู้ว่าการพัฒนาต้องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การให้เพื่อให้สังคมอ่อนแอ แต่ต้องให้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง ปตท. กับมูลนิธิโครงการหลวงเริ่มต้นอย่างไร?

การร่วมมือครั้งแรกเริ่มจากโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง ในพื้นที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับมูลนิธิโครงการหลวง ต่อมา ปตท. ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบัน ปตท. ได้ลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิโครงการหลวงในการสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกาแฟในระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และโครงการซื้อขายเมล็ดกาแฟดิบเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการปลูกและผลิตกาแฟคุณภาพให้เกษตรกรชาวเขา พร้อมส่งเสริมการพัฒนาชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยพื้นที่ดำเนินโครงการนำร่องตั้งอยู่ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ รวม 2 พื้นที่ ขนาด 150 ไร่

ได้ยินมาว่าซีอีโอ ปตท. มีโครงการที่อยากทำในอนาคตเพื่อเป็นทิ้งทวนเพื่อชาติ
(ยิ้มกว้าง) ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานที่ระยองตั้งแต่ปี 2528 และมีความฝันที่จะสร้างสถาบันการศึกษาที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อจังหวัดระยอง เพราะตอนนั้นยังไม่มีมหาวิทยาลัยในจังหวัดนี้ ผมคิดว่า ปตท. ในฐานะองค์กรที่มีศักยภาพ ควรสร้างสถาบันการศึกษาที่ไม่เหมือนใคร และทำให้เป็นสถาบันที่โดดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ที่จะช่วยผลักดันประเทศให้เติบโตผ่านความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ ผมเชื่อมั่นในความสามารถของคนไทย จึงนำโมเดลจากเกาหลีใต้ ซึ่งประสบความสำเร็จจากการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบ โครงการนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ โรงเรียนมัธยมที่สอนระดับ ม.4-ม.6 โดยเปิดรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากทั่วประเทศ และมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจให้เป็นแหล่งผลิตปัญญาชั้นเลิศและต้นแบบของมหาวิทยาลัยในฝัน นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ เช่น กิจกรรม “PTT Science Challenge : ประลองวิทย์ พิชิตจักรวาล” เพื่อส่งเสริมให้นักวิทยาศาสตร์ไทยเป็นที่รู้จักในวงการ

เป็นซีอีโอที่มุ่งมั่นจริงจัง ไม่เคยสร้างภาพ แต่ทำงานด้วยความตั้งใจและจริงใจทุกก้าวที่เดิน.
ทีมข่าวหน้าสตรี
