
ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจเลือกพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ ซึ่งเป็นพิมพ์เกศบัวตูม จำเป็นต้องใช้เวลาเปิดตำราเปรียบเทียบและพิจารณาอย่างละเอียด
เนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฐานคมขวานและฐานสิงห์ ที่ชั้นกลางมีขนาดกว้างกว่าฐานชั้นแรก
แต่ความกว้างของฐาน...ยังน้อยกว่าพิมพ์เกศบัวตูมฐานสิงห์กว้าง หากจะจัดให้อยู่ในพิมพ์ฐานสิงห์แคบ ก็เห็นได้ชัดว่าไม่แคบเท่าพิมพ์ฐานสิงห์แคบทั่วไป ที่ความกว้างมักเท่ากับฐานชั้นแรก
อย่างไรก็ตาม หากจะชวนให้พิจารณาพิมพ์ทรงเจดีย์สักแม่พิมพ์หนึ่ง ก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
องค์นี้มีฐานแซมใต้พระเพลาเพียงเส้นเดียว ส่วนใหญ่แล้วพิมพ์เกศบัวตูมมักมีฐานแซมที่สอง (ตามหลักครูช่าง เส้นบัวลูกแก้ว) จึงทำให้ดูคล้ายกับพิมพ์ทรงเจดีย์ส่วนใหญ่ เมื่อพิจารณาจากองค์จริง ขนาดของพระสมเด็จองค์นี้ “ย่อม” กว่าพิมพ์อื่นๆ หลายแบบ
เมื่อเปรียบเทียบกับพิมพ์ทรงเจดีย์ที่ย่อมหรือเล็กกว่า จะพบว่าเส้นสายและลายพิมพ์ไม่ตรงกัน
ลองย้อนกลับไปดูความคุ้นเคยเดิม หากจะจัดให้อยู่ในพิมพ์เกศบัวตูม จะเข้ากับแม่พิมพ์ใดได้บ้าง?
ในแวดวงพระเครื่อง มีสองพิมพ์ที่ได้รับความนิยม คือพิมพ์ฐานสิงห์แคบและพิมพ์ฐานสิงห์กว้าง แต่สำหรับพระพิมพ์เกศบัวตูมแท้ ที่มีการซื้อขายในวงการ คนที่รู้จริงจะทราบว่ามีแม่พิมพ์มากกว่านี้
ครู “ตรียัมปวาย” ได้จำแนกพิมพ์เกศบัวตูมไว้ 5 ประเภท ได้แก่ พิมพ์เขื่อง พิมพ์โปร่ง พิมพ์สันทัด พิมพ์ย่อม และพิมพ์เกศบัวเรียว
ในช่วงที่ท่านรวบรวมพระแท้ไว้เป็นองค์ครูในหนังสือ ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ (เล่มที่ผมถืออยู่ในมือ พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2522) ครูได้คัดเลือกองค์ครูให้พวกเราได้ศึกษาเพียง 9 องค์เท่านั้น
พิมพ์เขื่องมีเพียงองค์เดียว และยังเป็นพระกรุบางขุนพรหมที่มีคราบกรุเกาะหนาแน่น ส่วนพิมพ์โปร่งก็เป็นพระกรุบางขุนพรหมเช่นกัน แต่เป็นกรุเก่าที่มีคราบบางกว่า ความสับสนในการจัดหน้าหนังสือทำให้ครูนำไปรวมกับพิมพ์สันทัด
ในจำนวน 9 องค์ มีพิมพ์ย่อมมากถึง 5 องค์ แม้ภาพจะเล็กเท่าขนาดองค์พระและเป็นภาพขาวดำ แต่เมื่อพยายามนำองค์ในคอลัมน์นี้มาเปรียบเทียบเส้นสาย...จะเห็นความกึ่งกว้างของฐานชั้นกลาง บางองค์ก็เข้ากันได้ดี
จึงสามารถสรุปได้ว่าองค์นี้เป็นพระเกศบัวตูมพิมพ์ย่อม
แต่ในความเป็นจริง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบพระสมเด็จ จุดเด่นขององค์นี้อยู่ที่ผิวพรรณและเนื้อพระ พระองค์นี้ถูกใช้งานมาอย่างหนักจนเห็นร่องรอยสึกชัดเจน แต่ไม่พบความฉ่ำชื้น เนื่องจากถูกเก็บรักษาไว้นาน...ซึ่งยืนยันความเป็นพระแท้ได้แทบจะด้วยตาเปล่า
พระสมเด็จที่มีผิวพรรณเปิดเผย มักปรากฏร่องรอยหลุมยุบ รอยแยก และรอยชดเชย องค์นี้มีรอยหักที่ยังไม่ได้ซ่อมที่มุมล่างซ้าย ซึ่งกลมกลืนกับสภาพพระที่ถูกใช้งานอย่างหนัก
ในทางจิตวิทยา รอยหักและรอยซ่อมช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในความแท้ของพระ “แท้แน่นอน!”
เมื่อพลิกดูด้านหลัง จะพบความสึกช้ำใกล้เคียงกับด้านหน้า มีทั้งหลุมร่อง เนินราบ และเนินสูงสลับกัน ผิวส่วนที่ดูดซับฝ้ารักตัดกับพื้นผิวขาวอมเหลือง รวมถึงขอบทั้งสี่ด้านที่สึกมน ล้วนบ่งบอกถึงความเป็นพระองค์เดียวกัน
ทุกส่วนของพระจึงสอดคล้องและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเดียวกัน
เมื่อพูดถึงธรรมชาติและเนื้อหาของพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ สามารถดูความแท้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพิจารณาจากพิมพ์
หากแม่พิมพ์เริ่มต้นด้วยเส้นสายลายพิมพ์อันประณีต ซึ่งเป็นฝีมือช่างทองราชสำนัก ช่างชั้นครูที่เชื่อกันว่าหลวงวิจารเจียระไน...แม้จะยังหาองค์พิมพ์เดียวกันมาเป็นเพื่อนให้อุ่นใจไม่ได้
แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจพระสมเด็จอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นองค์ประกอบพิเศษที่เห็นแล้วทำให้ยิ้มได้
ตามหลักเหตุผลและประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ยังไม่เคยพบแม่พิมพ์แบบนี้เลย ของแท้ไม่เจอ ของปลอมจึงไม่มี พระสมเด็จที่มาจากแม่พิมพ์เช่นนี้ และมีเนื้อหาที่ดูง่ายๆ จึงเป็นพระแท้โดยไม่ต้องสงสัย
พลายชุมพล
คลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม
