
เมื่อพบพระเครื่องที่มีลักษณะดี ทั้งพิมพ์ทรงสวยงาม เนื้อวัสดุมีคุณภาพ และธรรมชาติสมบูรณ์ มักทำให้รู้สึกว่า “คุ้นตา” แต่หากเป็นพระพิมพ์ที่ดูดี เนื้อวัสดุพอใช้ได้ และธรรมชาติไม่โดดเด่นนัก ก็อาจยังพอพิจารณาได้...จนถึงขั้นใช้คำว่า “ผิดตา” สิทธิการิยะ...เซียนรุ่นพี่เคยสอนไว้ว่า “ต้องวาง”
อารมณ์เหล่านี้ทำให้การตัดสินใจเป็นเรื่องยาก แต่พระบางองค์ก็มีลักษณะพิเศษที่ดึงดูดใจ จนทำให้คิดว่า “ของแท้แน่นอน” แม้แต่คนใจแข็งก็ยังสนใจ
ลองพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ที่มีเส้นสายลายพิมพ์ถูกต้องตามมาตรฐานการตลาด องค์พระในคอลัมน์นี้ เมื่อพลิกดูด้านหลัง ก็พบว่าเป็นหลังกระดาน แบบที่เคยมีคนกล่าวว่า หลังแบบนี้ไม่ต้องดูด้านหน้าก็ซื้อได้เลย
แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้สะดุดใจ...สิ่งปนเปื้อนสีเขียวแกมฟ้า ที่ฝังลึกเหมือนฝ้ารัก...กระจายทั่วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สภาพผิวพระที่ดูซีดหมอง บ่งบอกว่าพระองค์นี้คงผ่านการ “ฟอก ล้าง ขูด ขัด” มาเป็นอย่างมาก
สิ่งปนเปื้อนนี้เอง...ที่ทำให้พระองค์นี้ถูกวางทิ้งไว้...ให้ผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่องและมีความสงสัยได้ลองค้นหาและไขความลับ
ประสบการณ์ของผู้ที่หลงใหลในพระสมเด็จ...หลายคนพบว่าพระหลายองค์ที่ถูกเลี่ยมเงินหรือทองแบบจับขอบ และแขวนคออยู่เป็นเวลาหลายปี บางองค์มีร่องรอยจากการเสียดสีกับโลหะหรือสร้อยที่อยู่ร่วมกัน จนเกิดเป็นคราบสีแปลกๆ
หากใช้วิธีการที่เหมาะสมในการล้าง...เนื้อพระที่ซีดจางจากการฟอกล้างก็สามารถกลับมาสดใสและสวยงามได้อีกครั้ง
แต่หากล้างไม่เป็นหรือใช้เครื่องมือที่รุนแรงเกินไป ก็อาจทำให้พระเสียหาย โอกาสที่จะฟื้นฟูผิวพระให้กลับมาสวยเหมือนเดิมก็จะหายไป คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์...ก่อนตัดสินใจล้าง ควรคิดให้รอบคอบและศึกษาข้อมูลให้ดี
อย่าลืมว่านี่เป็นกรณีที่แตกต่างและซับซ้อนกว่าพระสมเด็จที่ลงรักปิดทองที่เราคุ้นเคยกันมานาน
กรณีสิ่งปนเปื้อนสีฟ้าในพระสมเด็จองค์นี้ น่าจะมีประเด็นให้พิจารณาว่ามันจมลึกอยู่ในเนื้อพระ คล้ายกับลักษณะของฝ้ารัก...แฟนๆคอลัมน์ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระอาจยังจำบทเรียนเรื่อง “ความลับจากฝ้ารัก” ได้บ้าง
ฝ้ารักคือคราบสกปรกที่ฝังอยู่ในเนื้อพระ...ซึ่งเคยถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่บ่งบอกความเป็นพระสมเด็จวัดระฆังแท้
ฝ้ารักมีทั้งแบบที่เห็นชัดเป็นสีแดงปนน้ำตาล ทาบอยู่บนผิวเนื้อพระ และแบบที่จมลึกอยู่ใต้ผิว
วิธีการทดสอบง่ายๆ คือการนำพระไปสรงน้ำ น้ำจะช่วยขับให้สีของฝ้าเด่นชัดขึ้นเป็นสีแดง และจะจางหายเมื่อน้ำแห้ง...นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีพิสูจน์พระสมเด็จแท้ที่เคยถูกแนะนำไว้
แต่ทำไมฝ้ารักที่เคยเห็นแต่สีแดงปนน้ำตาล เทา หรือดำ ถึงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าได้...ลองคิดดู
สมมติฐานแรกที่น่าจะเป็นไปได้คือ...ในส่วนผสมของมวลสารที่ใช้สร้างพระสมเด็จวัดระฆังนั้น...อาจมีชิ้นส่วนเล็กๆที่มีสีฟ้าหรือเขียวปนอยู่ ซึ่งเคยมีคนพบเห็นมาบ้าง การคาดเดาว่าวัสดุสีฟ้านี้ไม่ได้มาเป็นชิ้นใหญ่ แต่กระจายตัวอยู่ในเนื้อพระ...ก็ดูจะไม่น่าเป็นไปได้
ข้อสันนิษฐานที่ดูน่าเชื่อถือมากกว่าคือ...อาจมีปัจจัยบางอย่าง เช่น สารเคมีหรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง...ที่ทำให้ฝ้ารักสีแดงแกมน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือเขียว
ลองละทิ้งอคติเกี่ยวกับฝ้าสีฟ้า แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ลองคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เพิ่มความสวยงามและสีสันให้กับพระสมเด็จองค์นี้ ที่บางคนอาจมองว่าดูแปลกตา แต่ก็ทำให้ดูไม่เหมือนใคร
สีฟ้าแบบเดียวกันนี้ หากพบในสนิมของพระสำริดเขมร...จะได้รับความนิยมมาก เรียกว่า “สนิมหยก” หากพระองค์นั้นมีรูปทรงสวยงาม สนิมหยกจะถูกมองว่าดีกว่าสนิมสีอื่นๆ
หากคิดได้เช่นนี้แล้ว ลองเสริมศรัทธาด้วยการตั้งฉายาให้ท่านว่า สมเด็จวัดระฆังองค์สนิมหยก ฟังดูแล้วก็เป็นมงคลไม่น้อยเลยทีเดียว
พลายชุมพล
