พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย จากวัดใหม่อมตรส เป็นของมีชัย เถาเจริญ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในวงการพระเครื่อง.
ในยุคปัจจุบันที่เรามักเห็นการต่อสู้ทางอำนาจจากผู้ใหญ่ จนเกิดความหวาดกลัวต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ จึงได้ฝากคำสอนที่เป็นคติเตือนใจว่า ความดีนั้นคือการประพฤติในศีลและธรรม ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์จากลาภยศหรืออำนาจ
พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย จากกรุวัดใหม่อมตรส กรุงเทพมหานคร เป็นพระพิมพ์นิยมที่มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่อง โดยรูปทรงของพระจะมีลักษณะเส้นสายที่บอบบางคล้ายกับ ‘เส้นด้าย’ ทำให้เป็นที่ต้องการของนักสะสมมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าหรือธุรกิจที่เห็นความสำคัญในพระองค์นี้ โดยเฉพาะองค์ที่เป็นของ เสี่ยมีชัย เถาเจริญ ที่มีสภาพสมบูรณ์และความสวยงามเก็บรักษาไว้ได้อย่างดี พร้อมร่องรอยการลอกคราบกรุที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์พระ
พระสมเด็จอรหัง พิมพ์เกศอุสมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) จากวัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) เป็นพระของพระคุณลุงที่มีความสำคัญในวงการพระเครื่องถัดมาเป็นพระสมเด็จอรหัง พิมพ์เกศอุ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) จากวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นต้นตำรับของพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณในรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้าย ‘ชิ้นฟัก’ ที่มีการตั้งชื่อเรียกในช่วงแรกว่า ‘พระสมเด็จ’ โดยอุปมาว่าเหมือนชิ้นฟักที่แม่ครัวนิยมหั่นในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ในปัจจุบันการหั่นฟักอาจมีรูปทรงที่แตกต่างออกไป
พระสมเด็จนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) ขณะดำรงตำแหน่งที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) ก่อนที่จะได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อนำพระนี้ไปบรรจุในพุทธบูชาและแจกจ่ายเป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมกุศลในงานทำบุญฉลองฐานะของวัด
พิมพ์พระที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้มีมาตรฐาน ๖ พิมพ์ โดยองค์นี้ของพระคุณลุงที่เคยเห็นที่วัดหัวลำโพงเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงแม้ไม่ได้ทักทายกันทันที แต่องค์พระนี้มีความสวยงามยอดเยี่ยมเหมือนพระแชมป์องค์จริง
พระกริ่งพุทธนิมิต พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งสร้างโดยสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสฺเทว) วัดสุทัศน์ เป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นพระในความครอบครองของอิทธิ ชวลิตธำรงถัดมาเป็นพระกริ่งพุทธนิมิต พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่สร้างโดยสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) ณ วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช โดยใช้เนื้อโลหะชนวนรวม ซึ่งภายในมีสีเหลืองแกมขาวที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน พระกริ่งนี้ถูกเทหล่อในตัว มีจำนวนทั้งหมด ๓๐ องค์ โดยพระกริ่งที่สร้างขึ้นสำหรับส่วนพระองค์มีจำนวน ๗ องค์
ด้านหลังของพระกริ่งจะมีการตอกโค้ดรูปฉัตรระหว่างสังฆาฏิกับขอบจีวรด้านบน สำหรับองค์ที่ไม่มีโค้ดจะมีรอยจารอักขระด้วยลายมือของพระศรีสัจจญาณมุนี ทุกองค์
เรื่องราวที่มาของชื่อ พระกริ่งพุทธนิมิต มีการเล่าจากอาจารย์หนู–นิรันดร์ แดงวิจิตร ว่า ก่อนวันฉลองพระชนมายุครบ ๘๕ พรรษาของสมเด็จ ทรงบัญชาให้ท่านเข้าพบ และให้จัดงานฉลองพระชนม์ในแบบง่ายๆ โดยให้เชิญพระเถระมารับถวายสังฆทาน และงดการหล่อพระกริ่งเนื่องจากพระองค์ทรงชราภาพแล้ว
หลังจากนั้นสองวัน สมเด็จพระสังฆราชทรงให้สามเณรมาตามเข้าพบอีกครั้ง และกล่าวถึงความปรารถนาของครูอาจารย์ที่ไม่ต้องการให้หยุดการหล่อพระ พร้อมกับบอกว่าเมื่อคืนนี้พระองค์ได้มีนิมิตที่โบสถ์ร้าง พบเห็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่งดงามมาก ซึ่งเป็นเหตุผลให้พระกริ่งพุทธนิมิตถูกสร้างขึ้นในครั้งนั้น
ดังนั้น ขอให้ช่วยกันค้นในกุฏิ ว่ามี พระทรงเครื่อง อยู่ที่ใดบ้าง อ.นิรันดร์ จึงจัดการค้นหา ใช้เวลาอยู่นาน จนพบ พระพิมพ์ทรงเครื่อง ๔ พระกร ขนาดเล็กอยู่ในบาตรเก่าบนตำหนัก จึงนำมาถวาย ซึ่งรับสั่งว่า “เหมือนในฝัน” แล้วรับสั่งให้ตาม ช่างหรัส พัฒนางกูร มาเฝ้า แล้วทรงกำหนดขนาดของพระพุทธรูปและพุทธลักษณะที่จะทรงสร้าง ให้ช่างรีบกลับไปทำให้เสร็จทันกำหนดงานพิธี และให้เตรียมหุ่นพระกริ่งมาเพื่อหล่อในงาน จำนวน ๗ องค์ เพื่อจะนำติดฐานพระบูชา
อาจารย์หนู เห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงทูลว่าควรหล่อพระกริ่งสัก ๓๐ องค์ เพื่อป้องกันการหล่อชำรุด จึงรับสั่งว่าถ้าหล่อมากองค์ ฉันเป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นของฉัน ๗ องค์ และทรงอนุญาตให้จัดพิธีเททองหล่อ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๔ ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ ตรงกับวันประสูติ โดยใช้ชนวนเนื้อพระกริ่งรุ่นเก่าของพระองค์ มาหลอมรวมแผ่นโลหะ ลงพระยันต์เอง หลอมรวมเป็นเนื้อพระ เพื่อให้เกิดความเข้มขลัง--องค์นี้ ของ เดอะเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง ที่ได้จากการประมูล แต่ไม่รู้เท่าไหร่
พระปิดตา พิมพ์สังกัจจายน์ (อุ้มท้อง) เนื้อผงพุทธคุณขาวเหลือง หลวงปู่ยิ้ม ของ หมู เมืองกาญจน์.ต่อด้วย พระปิดตา พิมพ์สังกัจจายน์ (อุ้มท้อง) เนื้อผงพุทธคุณขาวเหลือง หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี ๑ ใน ๕ พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณยอดนิยม
พระปิดตานี้มีพุทธลักษณะที่เป็นแบบภควัมบดี โดยมีมือคู่หนึ่งที่อุ้มท้องไว้ จึงมีลักษณะคล้ายกับพระสังกัจจายน์ ซึ่งชาวบ้านมักเรียกกันว่า พระปิดตา สังกัจจายน์ หรือบางครั้งเรียกว่า ปิดตาอุ้มท้อง
พระปิดตาพิมพ์นี้สร้างในจำนวนที่จำกัด จึงกลายเป็นพระหายากและเป็นที่ต้องการของผู้สะสมทั่วไป องค์นี้เป็นของเสี่ยหมู เมืองกาญจน์ ซึ่งคาดว่ามีราคาหลายแสนบาท
พระพิมพ์นาคปรก เนื้อดินหลังจาร สร้างโดยพระพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว เป็นพระของพ๊อต นครชัยศรีตามมาด้วย พระพิมพ์นาคปรก เนื้อดินหลังจาร สร้างโดยพระพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพระพิมพ์ยอดนิยมในสกุลพระหลวงปู่บุญที่เคยพบได้ง่ายในอดีต แต่ต่างจากพระเนื้อผงยาวาสนาจินดามณี ที่มีจำนวนจำกัดและได้รับความนิยมสูง ซึ่งราคาสูงถึงหลักแสน ส่วนพระเนื้อดินยังคงมีอยู่บ้างในวัด ในราคาหลักร้อยและหลักพัน
ในปัจจุบัน พระเนื้อดินที่เคยได้รับความนิยมและราคาไม่สูง ก็กลายเป็นพระที่มีราคาเริ่มต้นหลักหมื่นถึงหลักแสน โดยเฉพาะพิมพ์ที่มีพุทธศิลป์งดงามและสภาพดีเยี่ยมเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นของหายากสำหรับนักสะสม เช่นองค์นี้ของเสี่ยพ๊อต นครชัยศรี ที่ด้านหลังมีการจารอักขระลายมือเดิม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนต้องการครอบครอง
พระปิดตามหาโชค เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๘ สร้างโดยหลวงพ่อเกษม เขมโก จากสำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ เป็นพระของแจ๊ค ศรีรองเมืองพระปิดตามหาโชค เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๘ สร้างโดยหลวงพ่อเกษม เขมโก จากสำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง ซึ่งหลวงพ่อเกษมเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการเคารพนับถือทั่วทั้งประเทศ ด้วยการปฏิบัติที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และสมถกรรมฐานขั้นสูง ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะพระอริยะเจ้าแห่งเมืองเหนือ
หลวงพ่อเกษม ท่านมีชื่อเดิมว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง เกิดในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นบุตรของเจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (มณีอรุณ) ปลัดอำเภอ และเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง ท่านยังเป็นหลานของเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองลำปางองค์สุดท้าย
ในปี พ.ศ.๒๔๗๕ ท่านได้อุปสมบทโดยมีพระธรรมจินดานายก (ฝ่าย) เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า ‘เขมโก’ ซึ่งหมายถึง ‘ผู้มีธรรมอันเกษม’ ท่านเริ่มศึกษาภาษาบาลีที่วัดศรีล้อม ก่อนจะย้ายมาศึกษานักธรรมที่สำนักวัดเชียงรายในปี พ.ศ.๒๔๗๙ และสอบได้เป็นนักธรรมเอก ท่านสามารถแปลภาษาบาลีได้อย่างดีเยี่ยม หลังจากเรียนจบทางปริยัติ ท่านเริ่มค้นหาครูบาอาจารย์ทางวิชาสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน จนได้ไปเป็นศิษย์ของครูบาแก่น (อุบล สุมโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง ซึ่งมีชื่อเสียงในสายวิปัสสนา
ท่านยึดมั่นในหลักการฝึกกสิณ ๑๐ โดยเฉพาะการฝึกเตโชกสิณและอสุภะอย่างอุกฤษฏ์ ด้วยการนำกะโหลกมนุษย์มานั่งเพ่ง ทำให้ท่านมีพลังจิตที่สูงส่ง หากท่านหยิบจับสิ่งใดและตั้งจิตอธิษฐาน ก็จะทำให้สิ่งนั้นมีความเข้มขลังและอานุภาพ
วัตถุมงคลที่ท่านแจกจ่าย แม้แต่ขนมปังและก้านธูปพระ ก็ได้รับการเคารพนับถือ โดยเฉพาะเครื่องรางที่คณะศิษย์ขออนุญาตให้จัดสร้าง ทำให้มันกลายเป็นวัตถุมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์ นักนิยมพระเครื่องจึงมักแสวงหา
องค์นี้ของเสี่ยแจ๊ค ศรีรองเมือง เป็นพระปิดตาที่คณะศิษย์โดยเจ้าประเวศ ณ ลำปาง ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่งเพียงแค่มีข่าวออกมาว่าจะจัดสร้าง ก็มีผู้คนจองหมดก่อนที่พิธีอธิษฐานจิตจะเริ่มต้น
ปัจจุบัน พระปิดตารุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะพระเนื้อทองคำที่สร้างพิเศษในจำนวนที่น้อย ราคาของมันขึ้นไปถึงหลักครึ่งล้านบาท
พระพิมพ์ครุฑผีเสื้อของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการในวงการพระเครื่อง โดยมีเจ้าของเป็นกฤษฏ์ คงวุฒิปัญญาพระพิมพ์ครุฑผีเสื้อของหลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค อ.เสนา อยุธยา ที่กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญาเป็นเจ้าของ ถือเป็นพระพิมพ์ที่หายากมาก เพราะความนิยมในการสะสม โดยเฉพาะในหมู่ข้าราชการระดับสูง
พระพิมพ์นี้มีประสบการณ์มากมายในการใช้งาน โดยมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยให้แคล้วคลาดพ้นภัยพิบัติ และยังส่งผลให้ผู้บูชาเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมีพลังในด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะพระองค์ที่มีความงาม ผงที่อุดอัดแน่น และสภาพเดิมๆ แบบนี้ ยืนยันได้ว่าอานุภาพของพระองค์เต็มร้อย
เหรียญรุ่นกองพันทหารลำปาง พ.ศ. ๒๕๑๗ ที่หลวงพ่อเกษม เขมโก จากสำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ได้จัดสร้างขึ้นโดย โหน่ง กาดเมฆสีกาอ่าง
