สนามพระวิภาวดี ได้เปิดขึ้น โดยมีคติธรรมคำสอนจาก หลวงปู่แหวน วัดดอย-แม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ที่กล่าวไว้ว่า “คนที่มีสัจจะ มักทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ เพราะสัจจะเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลให้กำลังใจแข็งแกร่งขึ้น”--คนที่พูดคำไหนคำนั้น ย่อมได้รับความเชื่อถือ จะทำการใดก็ราบรื่น ส่วนคนที่พูดจากะล่อน เชื่อถือไม่ได้ ก็ไม่มีใครอยากคบค้าสมาคม จะทำอะไรก็ย่อมติดขัด
ไปชมพระเครื่องกันต่อ เริ่มต้นด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ พระแท้ดูง่าย สภาพสมบูรณ์งดงาม กำลังใช้ กำลังโชว์ ของ เสี่ยโจ๊ก ลำพูน เป็น พระพิมพ์ใหญ่ องค์ครู ที่อยู่คู่วงการมานานมากแล้ว....จัดให้ชมตามคำขอ เป็นกรณีศึกษา เพราะมีมาตรฐานให้พิจารณาครบทุกด้าน ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ เส้นศิลป์ เนื้อมวลสาร สภาพคราบกรุ และ ธรรมชาติรอยปาดด้านหลัง ที่ผู้รู้บอกว่า แค่ เห็นหลัง ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็น พระบางขุนพรหม แน่นอน
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหม่อมตรส ของโจ๊ก ลำพูน.การเรียนรู้เพื่อจดจำพิมพ์พระให้แม่นยำ เริ่มจากการดูภาพพระแท้ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการส่องพระ หากพิมพ์ถูกต้อง จึงค่อยพิจารณาเนื้อหาและสภาพคราบกรุต่อไป--แต่ถ้าพิมพ์ไม่ถูกต้อง หรือที่เรียกว่า “ผิดพิมพ์” ก็ไม่จำเป็นต้องส่องต่อ เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการทำมาหากิน
องค์ที่สองคือ พระขุนแผนเคลือบ พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหญ่ชัยมงคล อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหนึ่งในพระพิมพ์ชั้นนำของกรุงเก่า ค้นพบภายในองค์พระเจดีย์ ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะในการทำศึกชนช้างยุทธหัตถีเหนือพระมหาอุปราชของพม่า ในปี พ.ศ.๒๑๓๔ โดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้สร้างพระพิมพ์บรรจุไว้ในเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล ตามธรรมเนียมโบราณ
พระขุนแผนเคลือบ พิมพ์ใหญ่ จากวัดใหญ่ชัยมงคล ของ อิทธิ ชวลิตธำรง.จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๘ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดใหญ่ชัยมงคลเป็นโบราณสถาน และในปี พ.ศ.๒๔๙๙ พระครูภาวนารังสี (เปลื้อง เริงวิเชียร) ได้ทำการปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๐๐ จึงได้เปิดสำรวจองค์พระเจดีย์ (หลังจากมีผู้ลักลอบขุดหาสมบัติหลายครั้ง) และพบพระพิมพ์หลายรูปแบบ
พระขุนแผนเคลือบ ที่พบเป็นจำนวนมาก เป็นพระพิมพ์เนื้อดินขาว ผสมผง รูปทรงห้าเหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพิมพ์พระปางสะดุ้งมาร ประทับนั่งภายในซุ้มเรือนแก้ว เคลือบน้ำยาแบบเครื่องกระเบื้องจีนเฉพาะด้านหน้า ส่วนด้านหลังเปิดเห็นเนื้อดินขาวละเอียด และมีรอยลายมือกระจายทั่ว
สามารถแบ่งพิมพ์ได้เป็น ๓ แบบ ได้แก่ ๑.พิมพ์ใหญ่ฐานสูง ๒.พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย ๓.พิมพ์เล็กแขนอ่อน ทุกพิมพ์ได้รับความนิยมสูง เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งของเมืองกรุงเก่า ด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์และประสบการณ์มากมาย ทั้งด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และเสริมอำนาจวาสนาบารมี ทำให้เป็นที่ยำเกรงของบริวาร
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๖ มีการค้นพบพระพิมพ์นี้อีกครั้งที่กรุวัดเชิงท่า จ.นนทบุรี และล่าสุดเมื่อวันที่ ๒ ก.ย.๒๕๕๐ ก็มีการค้นพบพระขุนแผนเคลือบอีกที่วัดบ้านกลิ้ง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ ๓๐ องค์....องค์นี้เป็นของ เสี่ยเพชรอิทธิ ชวลิตธำรง เป็นพระพิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ยจากกรุวัดใหญ่ชัยมงคล สภาพสมบูรณ์แบบแชมป์ ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่หลักล้านกลางๆ แต่ถึงมีเงินก็ยังหาพระได้ยากกว่าหาเงิน
อีกหนึ่งสำนักคือ พระคง กรุเก่า จากวัดพระคงฤๅษี อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นขุนพลพระเครื่องเมืองเหนือที่มีชื่อเสียงมาก่อนพระเครื่องเมืองเหนืออื่นใด มีหลักฐานปรากฏว่าเป็นพระพิมพ์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชใช้บูชาติดพระมาลาในการออกทำศึกสงคราม ที่รู้จักกันในชื่อ “พระลำพูนดำ” ซึ่งก็คือพระคงเนื้อสีดำนั่นเอง องค์นี้เป็นของ เสี่ยตะวัน พระลำพูน ผู้เชี่ยวชาญสายตรงตัวจริง--เป็นพระกรุเก่า สีเนื้อน้ำตาล มาตรฐานนิยม
พระคง ลำพูน กรุเก่า จากวัดพระคงฤๅษี ลำพูน ของ ตะวัน พระลำพูน.รายการที่สี่ คือ พระนางกำแพง เม็ดมะลื่น จากกรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผาที่พบได้ในเกือบทุกกรุพระแห่งลานทุ่งเศรษฐี เช่น วัดพระแก้ว วัดพิกุล วัดบรมธาตุ วัดป่ามืด และอื่นๆ....ลักษณะฟอร์มทรงคล้ายพระพิมพ์กลีบบัว แต่แตกต่างที่องค์พระจะดูใหญ่กว่า ด้านหน้าเป็นองค์พระปฏิมาปางสะดุ้งมาร ประทับเหนือฐานขีด ด้านหลังมีเนื้ออูม และระหว่างใต้องค์พระกับฐานขีดจะมีตุ่มเนื้อนูนปรากฏ
สีเนื้อของพระมีหลากหลาย เช่น ขาว แดง เหลือง น้ำตาล เขียว และดำ องค์นี้เป็นของ เสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์ เป็นพระเนื้อน้ำตาล มาตรฐานความนิยม สภาพสมบูรณ์สวยงามดั้งเดิม เชื่อกันว่ามีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ครบถ้วน ทั้งคุ้มครองป้องกันภัย มหาโชค มหาลาภ ตามคำร่ำลือที่ว่า “มีกูไม่จน” ซึ่งให้ผลไม่แพ้ “พระกำแพงซุ้มกอ”
พระนางกำแพง เม็ดมะลื่น จากกรุลานทุ่งเศรษฐี ของปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์.เคยได้ยินจากผู้ศรัทธาในพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐี ที่ใช้พระกำแพงเม็ดมะลื่นบูชาตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพค้าขายสร้างตัว จนประสบความสำเร็จและมีฐานะมั่นคงในปัจจุบัน แม้จะสามารถเช่าบูชาพระกำแพงซุ้มกอองค์สวยได้ถึง ๓ องค์ แต่ก็ยังคงคล้องพระเม็ดมะลื่นองค์เดิมไว้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าฐานะร่ำรวยที่ได้มานั้นเป็นเพราะพระเม็ดมะลื่นองค์นี้ ทุกอย่างจึง “ลื่นไหล” และราบรื่น
จากนั้นได้ชม พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๐ พระพิมพ์เนื้อผงผสมมวลสารมงคล ที่สร้างขึ้นโดยฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.9 ในสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๓
พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๐ ของคำรณ สัยยะนิฐี.โดยพระองค์ทรงออกแบบพิมพ์พระ รวบรวมมวลสาร ผสม และกดพิมพ์ด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน ก่อนพระราชทานให้ข้าราชบริพารและทหารที่ร่วมรบในสงครามเวียดนาม พร้อมใบประกาศที่ลงลายพระหัตถ์และลายเซ็นสด มีจำนวนรวมประมาณ ๓ พันองค์
พระเครื่องทรงค่านี้ได้รับการบัญญัตินามโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่าเป็น “พระกำลังแผ่นดิน” องค์นี้เป็นของ เสี่ยคำรณ สัยยะนิฐี เป็นพระสีเนื้อน้ำตาลแกมดำ เมื่อพิจารณาจากพิมพ์พระ เนื้อมวลสาร ความหนาด้านข้าง และจุดตำหนิในพิมพ์ สามารถยืนยันได้ว่าเป็นพระที่สร้างพระราชทานในปี พ.ศ.๒๕๑๐ ซึ่งเป็นพระยุคแรกที่ได้รับความนิยมสูง ราคาสูงถึงหลักล้าน--ยิ่งเป็นองค์ที่สมบูรณ์งดงามแบบนี้ ราคาอยู่ในระดับที่เจ้าของสามารถกำหนดได้เลย
ขอเล่าความหลังเมื่อครั้งที่ สีกาอ่าง ยังเด๋อด๋า มาเขียนเกี่ยวกับพระสมเด็จจิตรลดา ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ (และตอนนี้ก็ยังเด๋ออยู่) ด้วยความศรัทธา เพราะเป็นพระเครื่องหนึ่งเดียวที่ “พระเจ้าแผ่นดิน” ทรงสร้าง ....เขียนเต็มที่ถึงความสำคัญ พอข่าวออกไปไม่นาน นักสะสมต่างก็ตื่นตัวกันใหญ่ บอกว่าเพราะ สีกาอ่าง เขียนไป ทำให้ราคาพระแพงขึ้น
จากเดิมที่ทหารชั้นผู้น้อยเคยนำไปให้เช่าในราคาองค์ละสามสี่หมื่นบาท (เมื่อ ๒๐ ปีก่อน) พอคนเริ่มเห็นความสำคัญและคุณค่า ราคาจึงพุ่งขึ้นเป็นแสนถึงสองสามแสนบาท....แต่ตอนนี้ ผู้ที่ต้องเช่าในราคาแพงเพราะข้าพเจ้า ก็คงดีใจ เพราะราคาพุ่งถึงหลักล้านแล้ว
ต่อมาคือ พระปิดตา พิมพ์ปั้น ลอยองค์ เนื้อผงคลุกรัก ของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ อ.เมือง จ.ชลบุรี องค์นี้เป็นพระดีพรีเมียมที่หาดูยาก ด้วยแบบพิมพ์ที่ชัดเจนทั้งรูปทรง เส้นศิลป์ และเนื้อมวลสาร ที่ถือเป็นเนื้อครูชั้นหนึ่ง เรียกว่าเนื้อกะลา ถ้าเป็นพิมพ์ใหญ่หลังแบบ ราคาอาจพุ่งไปหลายสิบล้าน แต่แม้จะเป็นพิมพ์ปั้นแบบองค์นี้ของ เสี่ยเพชรอิทธิ ชวลิตธำรง ราคาก็ต้องหลายล้านเช่นกัน เพราะเป็นพระแท้ที่ดูง่ายและเชื่อถือได้แน่นอน
พระปิดตาลอยองค์ พิมพ์ปั้น ของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ โดยเพชร อิทธิ.เริ่มต้นสนามเหรียญด้วย เหรียญหล่อพระพุทธ หลังยันต์ ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นหนึ่งในเหรียญหล่อโบราณเนื้อโลหะที่ได้รับความนิยมสูง เป็นพิมพ์พิเศษที่มีลักษณะด้านหน้าเป็นพิมพ์สมาธิฐานสูง และด้านหลังเป็นยันต์นะขึ้นยอด หรือนะปฐมกัลป์ องค์นี้เป็นของ เสี่ยสุธีร์ นาคทอง ทำจากเนื้อโลหะผสม “ชินเงิน” ที่หายากมาก
อีกเหรียญคือ เหรียญหลังหนุมาน พ.ศ.๒๕๒๑ รุ่น ๓ อรหังเต็มนิยมสุด เนื้ออัลปาก้า ของหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จ.ชัยนาท พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงด้านวิชาอาคมในยุคกึ่งปีพุทธกาล ได้รับการยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย.... ท่านเป็นศิษย์สืบทอดวิชาจากหลวงปู่ศรี วัดพระปรางค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากวิชาสักยันต์ที่มีศิษย์กระจายอยู่ทั่วเมืองปากน้ำโพและเมืองชัยนาท
เหรียญหลังหนุมาน รุ่น ๓ อรหังเต็ม นิยมสุด เนื้ออัลปาก้า พ.ศ.๒๕๒๑ ของหลวงพ่อกวย โดยชัยพร ธัญญานิตย์.และยังได้สร้างพระเครื่องของขลัง เช่น เหรียญทรงกลมรุ่นแรก พระสมเด็จแหวกม่าน พระสมเด็จปรกโพธิ์ รวมถึงวัตถุมงคลอื่นๆ ทั้งตะกรุด แหวน มีดหมอ ซึ่งล้วนมีประสบการณ์ด้านการคุ้มครองป้องกันภัยและเมตตาค้าขาย
เหรียญนี้เป็นของ เสี่ยชัยพร ธัญญานิตย์ นักธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ เป็นเหรียญรุ่น ๓ หลังหนุมานเชิญธง ที่หลวงพ่อกวยสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งถือว่าเหมาะกับอาชีพของท่าน เพราะยันต์หนุมานเชิญธงมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ตามตำรามหาเวท ว่าเป็นยันต์แห่งมหาอำนาจและความสำเร็จ เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การต่อสู้ และการแข่งขัน ซึ่งสอดคล้องกับอาชีพการค้าระหว่างประเทศ
เหรียญรุ่นนี้ของหลวงพ่อกวยจึงเป็นที่นิยมในหมู่พ่อค้านักธุรกิจที่ต้องแข่งขันสูงอยู่เสมอ มีเรื่องเล่าว่านักธุรกิจชื่อดังหลายท่านต่างแสวงหามาบูชาและประสบความสำเร็จในอาชีพ จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมา ทำให้เหรียญนี้มีราคาพุ่งสูงและหายากมากในปัจจุบัน
ปิดท้ายด้วยเรื่องสนุกๆ ของเสี่ยสมัย พ่อค้าพืชไร่และนักสะสมพระเครื่องนอกวงการ ที่เริ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่องกับเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนสามารถใช้เงินจากการค้าพระเครื่องจบการศึกษารับปริญญาได้เลย
เหรียญหล่อพระพุทธ หลังยันต์ ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยสุธีร์ นาคทอง.เสี่ยสมัยมักภูมิใจและชอบเล่าเรื่องนี้ให้ลูกๆฟังอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่กำลังเล่า ลูกชายถามว่า พ่อมีพระดีพระสวยแต่ขายไปหมดแล้ว แล้วจะมีพระเหลือให้ผมใช้บ้างไหม เสี่ยสมัยตอบด้วยความมั่นใจว่า พ่อมีเทคนิคการขายที่ยอดเยี่ยม จึงยังมีพระดีๆเหลือให้ลูกใช้แน่นอน เป็นพระแท้ทั้งนั้น แต่สภาพอาจจะช้ำๆหน่อยนะลูก
ลูกชายฟังแล้วทำหน้าเบ้ พร้อมบอกว่า ถ้าขายแบบนี้ เพื่อนๆพ่อที่ได้พระแชมป์ไปคงรวยกว่าพ่อเยอะเลย เพราะเทคนิคเหนือชั้นที่ว่าคือ ขายพระแชมป์ แต่ใช้พระช้ำนี่เอง อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง
