
ในคอลัมน์วันนี้จะได้เห็นภาพพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ที่มีลักษณะของตุ่มและติ่งที่เด่นชัดเป็นลักษณะของเม็ดพระเนตร (ตา) ที่ซ้ายขวา รวมทั้งเค้าพระนาสิก (จมูก) และเค้าพระโอษฐ์ (ปาก) โดยที่ไม่จำเป็นต้องมโนหรือคิดไปไกล
เราต้องย้อนกลับไปทบทวนหลักการของแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังกันเสียก่อน
พระสมเด็จวัดระฆังมีห้าพิมพ์มาตรฐาน ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์เกศบัวตูม และพิมพ์ปรกโพธิ์ ซึ่งแต่ละพิมพ์ที่คุ้นตาไม่มีพิมพ์ใดที่มีหน้าตาเหมือนกัน
หากพูดถึงพิมพ์ปรกโพธิ์ที่มีต้นกำเนิดจากกรุวัดใหม่อมตรส หรือที่เรียกกันว่ากรุบางขุนพรหม องค์ที่ได้รับการคัดเลือกโดยเซียนรุ่นใหญ่และได้ตีพิมพ์ในหนังสือพระสมเด็จวัดระฆัง 100 ปี (พ.ศ.2515) ก็จะเห็นว่ามีลักษณะที่เด่นชัดมากกว่าหนึ่งองค์
ไม่มีเซียนทั้งหลายที่ได้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นให้ศึกษาเลยว่า แท้จริงแล้ว แม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังและบางขุนพรหมนั้น ถูกช่างแกะให้มีหน้าตาที่ชัดเจน เช่น สังฆาฏิ ฯลฯ ทุกองค์
เพราะธรรมชาติของเนื้อปูนปั้นที่ผสมปูนเปลือกหอยและน้ำมันตังอิ้ว เมื่อมันแห้งจะยุบตัวลงทำให้รายละเอียดของพิมพ์ทุกสัดส่วนหายไปจนเกือบหมด
พิมพ์ปรกโพธิ์จากกรุบางขุนพรหมมีหน้าตาชัดเจน เนื่องจากเนื้อกรุบางขุนพรหมผสมตังอิ้วในปริมาณที่น้อย จึงยุบตัวน้อยมาก
ข้อสังเกตนี้เป็นจริง เพราะหลังจากนั้นเริ่มพบพิมพ์เกศบัวตูมและพิมพ์สังฆาฏิจากกรุบางขุนพรหมที่มีหน้าตาชัดเจนหลายองค์
หลังจากนั้นก็เริ่มพบพิมพ์เกศบัวตูมจากวัดระฆังที่มีหน้าตาคมชัดอีกหนึ่งองค์
หากการพบพระสมเด็จครั้งนี้เกิดในวงการอื่น คงจะกลายเป็นกรณีศึกษาที่มีการพูดถึงกันมาก แต่ในวงการพระซึ่งเน้นหนักไปที่ธุรกิจ การที่จะเน้นความพิเศษของพระสมเด็จที่ไม่ใช่ในมือ... อาจจะเป็นเพราะ “กูไม่ได้ขาย ไม่มีใครทำ”
อย่างไรก็ตามยังดีที่มีผู้รู้บางท่านที่สามารถจับพระสมเด็จที่มีหน้าตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเพิ่มเติม
การพบพระสมเด็จที่มีหน้าตาก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นข้อบ่งชี้ที่พิเศษ เพราะบางครั้งมันก็แค่การผลิตของขบวนการปลอมพระที่ทำขึ้นตามความต้องการในตลาด ตอนนี้พระสมเด็จที่มีหน้ามีตาก็มีอยู่ทั่วไป
คำถามที่ว่าเป็นพระแท้หรือไม่นั้น คนในวงการพระไม่ค่อยพูดถึงกัน ถือว่าเป็นเรื่องของแต่ละคนสำหรับพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ถ้าหากใครสนใจศึกษาอย่างจริงจังควรอ่านจากหนังสือ “ตรียัมปวาย” ซึ่งได้คัดสรรภาพพระแท้มาเป็นตัวอย่าง น่าเสียดายที่ภาพในหนังสือเป็นภาพขาวดำและขนาดเล็ก
หลายๆ องค์ “ครู” บอกว่า มีเค้าหน้าตา แต่ถ้าดูจากภาพแล้วก็ต้องพึ่งการมโนกันเองเพื่อประเมิน
หากพบพระที่มีขนาดใหญ่และมีลักษณะเด่นชัดเมื่อมองเห็น การสึกกร่อนขององค์พระที่ปรากฏบนพื้นผิว เนื้อพระที่ดูหนานุ่มและมีความรู้สึกอ่อนโยนต่อสายตา รูปทรงที่เหมือนกับชิ้นเก่าที่เคยถูกใช้งานมาแล้ว ฝ้าเนื้อบางๆ ที่ประดับทั้งด้านหน้าและหลังขององค์พระ เหมือนกับพระในคอลัมน์วันนี้
พยายามทำให้เคยชินกับการเห็นสิ่งนี้จนกลายเป็นภาพที่คุ้นตา
หากคุณมีภาพในใจของพระแท้ที่คุ้นเคย ลองนำมาพิจารณาและเปรียบเทียบกับองค์ในคอลัมน์ดูว่า ลักษณะต่างๆ เช่น ตา จมูก ปาก และหน้าผากที่อาจมีลักษณะเหมือนตุ่มอุณาโลม ตรงกันแค่ไหน
พระปลอมที่มักพบเห็นในที่ต่างๆ จะมีลักษณะใกล้เคียงกับพระแท้ แต่หากพบเจอแล้ว ควรระลึกและจำให้แม่นยำ เพราะถ้าพบพระปลอมแล้ว ไม่ควรหลงเชื่อและซื้อมาเพื่อลองดูอีก
พลายชุมพล
