พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ของ "โป๊ยเสี่ย" ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์.
ในช่วงโควิดระลอกที่ 3 ในประเทศไทย ผู้คนยังคงเดินทางมาสนามพระวิภาวดี โดยไม่หวาดกลัวมากนัก เพราะมีการระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นในพุทธคุณของพระเครื่องทุกองค์ที่จะปกป้องทั้งผู้เขียนและผู้ชม
องค์แรกที่ถูกนำเสนอในเวทีพระเครื่อง Mytour ในอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายน คือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพระเครื่องยอดนิยมของ “โป๊ยเสี่ย” ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์
พระเครื่องเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยถูกเผยแพร่จนเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในเรื่องของความสมบูรณ์แบบและความงดงามขององค์พระ ที่มีทั้งฟอร์มทรงสวยงาม พิมพ์พระที่ชัดเจน เนื้อมวลสารเก่าแก่ คราบฝ้าทำให้ดูขลัง รากรุ สภาพเดิมสมบูรณ์แบบ เทียบได้กับพระเครื่องระดับตำนานในยุคเดียวกัน
พระองค์นี้ถูกซื้อไปอย่างรวดเร็วและเก็บไว้เงียบๆ เป็นเวลานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งวันนี้จึงได้รู้ว่าพระองค์นี้เป็นของใคร ทำให้ตกข่าวไปอย่างมาก
พระองค์นี้ถือเป็นพระหน้าใหม่ เพราะมีเพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นมาก่อน
ต้องขอบคุณ “โป๊ยเสี่ย” ที่ส่งพระเครื่องหายากและมีคุณภาพสูงมาให้แฟนคลับในสนามพระได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมและหาดูได้ยากในยุคนี้
จากการเขียนคอลัมน์นี้มา 25 ปี ข้าพเจ้าพบว่า การหาพระเครื่องที่มีการซื้อขายเคลื่อนไหวมาให้ชมนั้น ส่วนใหญ่จะได้เห็นเพียงพระเครื่องระดับรองๆ ที่มีความสวยงามพอใช้ แต่พระเครื่องที่สวยโดดเด่นและน่าประทับใจระดับนี้ หายากขึ้นทุกวัน
พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง กรุลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร ของมีชัย เถาเจริญองค์ที่สองคือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง กรุลานทุ่งเศรษฐี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ของเสี่ยมีชัย เถาเจริญ
พระองค์นี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบ สวยงามตามแบบเดิมแท้ๆ และไม่มีร่องรอยการสัมผัสใช้งาน ส่วนที่เห็นเป็นริ้วรอยชำรุดบนผิวเนื้อนั้น เป็นลักษณะการหลุดล่อนของชั้นเนื้อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระเครื่องเมืองกำแพง ซึ่งเกิดขึ้นตามกาลเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สามารถสังเกตได้จากคราบฝ้า ราดำ และว่านดอกมะขาม ที่ปรากฏครอบคลุมทั่วองค์พระอย่างสม่ำเสมอ สร้างให้เกิดแสงเงาจากภายในสู่ภายนอก ช่วยขับสีเนื้อแดงเข้มให้ดูขลังและมีพลังความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมั่นใจได้ตามคำการันตีโบราณที่ว่า “มีกูไม่จน”
พระคง วัดพระคง ลำพูน ของตะวัน พระสกุลลำพูนขึ้นเหนือไปอีกนิด มาดู พระคง กรุเก่า จากวัดพระคง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นขุนพลพระเครื่องเมืองเหนือ ที่สร้างชื่อเสียงให้ “พระลำพูน” เป็นที่รู้จัก ด้วยพุทธศิลป์หริภุญชัย ที่มีความงดงามอลังการ
ด้วยอายุการสร้างที่ยาวนานกว่า 1,000 ปี และอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านการคุ้มครองป้องกันภัยที่เลื่องลือ ทำให้ “พระคง” มีชื่อเสียงแพร่หลายมาก่อนพระเครื่องสกุลลำพูนอื่นๆ เช่น พระรอด พระบาง พระเลี่ยง พระลือ พระเปิม และอื่นๆ จึงทำให้พระคงกลายเป็นพระเครื่องชั้นนำ
สามารถเห็นได้จากการนำแบบพิมพ์พระคงไปสร้างเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น พระกริ่งคลองตะเคียน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพิมพ์เศียรโล้นของหลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น
ในปัจจุบัน พระคงกรุเก่าที่เป็นของแท้ ซึ่งเมื่อ 20-30 ปีก่อนมีให้พบเห็นมากมายและมีราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท กลับกลายเป็นพระเครื่องที่หายากมาก
หากองค์พระอยู่ในสภาพพอสวยก็มีราคาหลักหมื่นบาท แต่ถ้าสวยมากอย่างองค์นี้ของเสี่ยตะวัน พระลำพูน ราคาอาจสูงถึงหลักแสนบาท และถ้างามระดับแชมป์ ก็มีซื้อขายกันในราคาหลักล้านบาทแล้วหลายองค์
พระนางพญา เสน่ห์จันทร์ กรุวัดตาเถรขึงหนัง ของดิว ลำพูนยังคงอยู่ในแถบภาคเหนือ กับอีกหนึ่งองค์พระที่น่าสนใจ คือ พระนางพญา เสน่ห์จันทร์ จากกรุวัดศรีพิจิตรกิรติกัลยาราม (ตาเถรขึงหนัง) อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผาในพุทธศิลป์สมัยสุโขทัย แท้บริสุทธิ์ ปางมารวิชัย รูปทรงสามเหลี่ยม
ถูกค้นพบจากการเปิดกรุอย่างเป็นทางการโดยกรมศิลปากรในปี พ.ศ. 2502 และนำมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาหลักสิบบาท แต่หลังจากผ่านมา 60 ปี ปัจจุบันพระองค์นี้ได้รับความนิยมสูงและมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เป็นหนึ่งในพระสกุลนางพญาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการมาก เนื่องจากชื่อที่บ่งบอกถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตามหานิยม
ชื่อของพระองค์นี้มีที่มาจากสองนัยยะ นัยยะแรกมาจากส่วนผสมของว่านเสน่ห์จันทร์ในเนื้อพระ ส่วนอีกนัยยะมาจากการที่องค์พระเมื่อต้องแสงจันทร์จะดูงดงามและมีเสน่ห์เข้มขลัง จึงถูกเรียกชื่อตามลักษณะนี้
องค์นี้ของเสี่ยดิว ลำพูน เป็นพระแท้ที่ดูง่ายและอยู่ในสภาพสมบูรณ์งดงาม มีราคาความนิยมอยู่ที่หลักแสนต้นๆ
พระปิดตา พิมพ์ว่าวจุฬา (จิ๋ว) ของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง อยู่ในความสะสมของทศพล ไหลสงวนนามถัดไปคือ พระปิดตา พิมพ์ว่าวจุฬา (จิ๋ว) ของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม จากวัดสะพานสูง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
พิมพ์นี้จัดเป็นพิมพ์พระปิดตาที่หายากที่สุดในสกุลพระปิดตาวัดสะพานสูง มีลักษณะเป็นพระเนื้อผงคลุกรัก รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กจิ๋ว ด้านหน้าเป็นองค์พระปิดตารูปทรงคล้ายพิมพ์ชะลูด (ว่าวจุฬา)
เชื่อกันว่าพระพิมพ์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบให้สตรีและเด็กที่เป็นศิษย์ผู้มีอุปการคุณกับวัด จำนวนพระมีน้อยมาก โดยพบเห็นในวงการไม่เกิน 10 องค์
หากจำไม่ผิด องค์นี้ของเสี่ยทศพล ไหลสงวนนาม เป็นองค์แรกที่ถูกเผยแพร่ภาพในสนามพระนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญสายตรงได้พิจารณาแล้ว ยืนยันว่าพระองค์นี้มีพิมพ์ถูกต้อง ชัดเจน งดงาม เนื้อพระเข้มข้น และมีมวลสารครบถ้วนตามอายุการสร้าง
เมื่อถามถึงราคา ได้รับข้อมูลว่าอยู่ในระดับหลักล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับพิมพ์มาตรฐาน
พระพุทธชินราช อินโดจีน พ.ศ. 2485 พิมพ์นิยมหน้านาง สังฆาฏิยาว จากวัดสุทัศน์ ของ "เฮียฮุย" ไพศาล อมรวัฒนชัยองค์ที่ 6 คือ พระพุทธชินราช อินโดจีน พ.ศ. 2485 พิมพ์นิยมหน้านาง สังฆาฏิยาว จากวัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ ของ “เฮียฮุย” ไพศาล อมรวัฒนชัย
เมื่อได้ยินว่าพระองค์นี้ได้มาในราคา 2.5 แสนบาท ทำให้ต้องย้อนนึกถึงกว่า 20 ปีก่อน ตอนที่สนามพระนี้เพิ่งเปิดใหม่ เคยมีการลงภาพและข่าวการซื้อขายพระพุทธชินราชรุ่นนี้ในราคาเพียง 4-5,000 บาท ทำให้รู้สึกดีใจแทนผู้ที่ได้ครอบครองไว้
พระองค์นี้สร้างขึ้นด้วยพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ โดยพุทธสมาคม เพื่อมอบให้ทหารที่ออกไปรบในสงครามอินโดจีน เมื่อปี พ.ศ. 2485 โดยมีการเททองหล่อพระที่วัดสุทัศน์
เนื่องจากพระรุ่นนี้สร้างขึ้นจำนวนมาก จึงมีแม่พิมพ์หลายบล็อก แต่ทุกองค์จะมีรอยตอก “โค้ด อกเลา ธรรมจักร” ที่ใต้ฐานเหมือนกัน ในยุคนั้น พระพิมพ์นิยมหน้านาง สังฆาฏิยาว ที่สภาพสวยงามสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณเดิมๆ ไม่มีร่องรอยการใช้งาน อย่างองค์นี้ มีราคาซื้อขายสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท
ตะกรุดลูกอม โลกธาตุ ไหม 5 สี เนื้อทองคำ ของหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ อยู่ในความสะสมของเพชร อิทธิอีกหนึ่งรายการที่น่าสนใจและไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก คือ ตะกรุดลูกอม โลกธาตุ ไหม 5 สี ของหลวงปู่ใจ อินทสุวัณโณ จากวัดเสด็จ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร
วิชาการสร้างตะกรุดของหลวงปู่ใจได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว โดยมีการสร้างตะกรุดในเนื้อสามกษัตริย์ ได้แก่ ทองคำ นาก และเงิน
ลักษณะของตะกรุดเป็นแผ่นโลหะที่รีดบาง ตัดเป็นชิ้นกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 5 ซม. (เรียงกัน 7 ใบมะขาม) มีการลงอักขระหัวใจพระคาถาโลกธาตุ (เดินจงกรมในครรภ์มารดา) ว่า “อิจฉันโต จิตโต อิจฉันโต โลกธาตุ มหิ อัตตะภา เวนัง นาทุยิ วาระวีสะติ สิทธัง” จากนั้นม้วนเป็นวงกลมคล้ายลานนาฬิกา และมีรูกลวงตรงกลางสำหรับร้อยไหมถัก 5 สี
ตะกรุดนี้ได้รับความนิยมสูง และได้รับการยกย่องว่าเป็นตะกรุดแห่งเมืองชายฝั่งทะเลตะวันตกในเขตสมุทรสงครามและสมุทรสาคร โดยพบว่ามีการสร้างตะกรุดในเนื้อตะกั่วทุบ ม้วนมือ ของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว และหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ ส่วนของหลวงปู่ใจนั้นสร้างในเนื้อสามกษัตริย์ ได้แก่ ทองคำ นาก และเงิน ซึ่งรีดด้วยเครื่องและม้วนด้วยเครื่อง ตะกรุดเนื้อทองคำของเสี่ยเพชร อิทธิ มีคุณค่าสูงและมีราคาหลายแสนบาท การได้ชมของแท้ๆ ที่สภาพสมบูรณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก
จุดสำคัญในการพิจารณาความแท้ นอกจากดูที่ขนาด เนื้อทอง ไหม 5 สี และจำนวนชั้นวงม้วนซึ่งมักมี 9-10 ชั้นแล้ว ยังต้องสังเกตรอยตัดขอบที่ต้องเป็นรอยตัดจากเครื่องมือเดียวกันด้วย
เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของตะกรุดลูกนี้ได้รับการยืนยันจากเรื่องเล่าว่า แม้จะหล่นหายไปก็จะกลับมาปรากฏที่หมอนนอนเมื่อตื่นขึ้น
ราชสีห์งาแกะ (สิงห์หน้าโบสถ์) ของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว อยู่ในความสะสมของเพชร อิทธิอีกหนึ่งเครื่องรางที่น่าสนใจ คือ ราชสีห์งาแกะ “สิงห์หน้าโบสถ์” ของหลวงปู่ยิ้ม จากวัดหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อแรกได้รับภาพมาโดยไม่มีข้อมูลใดๆ ดูจากศิลปะแล้วรู้สึกคุ้นตา แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นสิงห์ของหลวงพ่อองค์ใด
เมื่อไล่เรียงดูสิงห์ของหลวงพ่อเดิม ศิลปะก็แตกต่างออกไป ไม่น่าใช่ จากนั้นดูศิลปะโดยรวมแล้วคล้ายกับราชสีห์ของหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ที่เรียกกันว่า “สิงห์เก้าเลี้ยว” ซึ่งใกล้เคียงแต่ยังไม่ชัดเจน
แม้จะดูราชสีห์งาแกะของอำเภอเฮง ไพรวัลย์ ก็ยังไม่เคยเห็นฝีมือที่งดงามขนาดนี้มาก่อน
ในที่สุด เมื่อหมดทางคิด จึงโทรหาท่านเสี่ยเพชร อิทธิ เจ้าของสิงห์องค์นี้ จึงได้คำตอบที่ชัดเจนว่า นี่คือสิงห์หน้าโบสถ์ ของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสิงห์งาแกะที่ผ่านการแช่ว่านจนเนื้อเหลืองฉ่ำตามอายุ
ศิลปะการแกะเป็นรูปสิงหราช ยืนอ้าปากคำรามอยู่บนฐานเขียง คล้ายสิงห์ที่พบเห็นรอบพระอุโบสถวัดในภาคกลางฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “สิงห์หน้าโบสถ์” โดยส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นฝีมือช่างชาวบ้าน แต่การพบฝีมือแกะแบบ “ช่างหลวง” แบบนี้เป็นเรื่องที่หาได้ยาก และทำให้ข้าพเจ้าหลงทางไปชั่วขณะ
นอกจากนี้ ยังมีลายมือจารอักขระพระคาถา “นะ ชา ลี ติ” และอักขระมหายันต์ “นะปฐมกัลป์” ที่หลวงปู่ยิ้มมักใช้จารกำกับเครื่องรางของขลังที่ท่านสร้าง เหมือนลายเซ็นที่อยู่ใต้ฐาน ซึ่งนอกจากจะแสดงถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านโชคลาภแล้ว ยังช่วยเสริมอำนาจบารมีให้ผู้บูชาอีกด้วย
ปิดท้ายเดือนเมษายนด้วยเรื่องราวสนุกๆ ของเสี่ยเฮี้ยง เจ้าของโรงงานการ์เมนท์ในนครปฐม ซึ่งเป็นนักสะสมพระเครื่องมือสมัครเล่น
เสี่ยเฮี้ยงได้ชื่อว่าเป็นคนใจดีและมีเพื่อนฝูงมากมายกระจายอยู่หลายจังหวัด ทุกปีเสี่ยเฮี้ยงจะจัดงานเลี้ยงอาหารใหญ่ที่บ้านเพื่อพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และพูดคุยถึงเรื่องที่ชอบ
เพื่อนฝูงมักจะนำของขวัญติดไม้ติดมือมาให้ตามธรรมเนียม ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องหรือพระบูชาที่เสี่ยเฮี้ยงชื่นชอบ แต่ปีนี้ต้องงดจัดงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด อย่างไรก็ตามเพื่อนฝูงก็ยังไม่ลืมส่งของขวัญมาให้เต็มบ้าน
วันหนึ่งเสี่ยเฮี้ยงว่างๆ จึงให้ลูกชายมาแกะของขวัญ โดยเล่นเกมทายของขวัญ โดยให้ลูกบอกชื่อผู้ส่งของขวัญก่อนเปิด ถ้าเสี่ยเฮี้ยงทายถูกก็จะเก็บของขวัญนั้นไว้ แต่ถ้าทายผิดก็ยกให้ลูกชาย
เสี่ยเฮี้ยงคิดว่าตัวเองได้เปรียบเพราะของขวัญส่วนใหญ่ที่เคยได้รับมักเป็นพระเครื่องหรือพระบูชาชื่อดังจากแต่ละจังหวัด
ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่คาดไว้ รายแรกที่เปิด ลูกบอกว่ามาจากจังหวัดปัตตานี เสี่ยเฮี้ยงทายทันทีว่าเป็นพระหลวงปู่ทวด และทายถูกต้อง
อีกราย ลูกบอกว่ามาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา เสี่ยเฮี้ยงทายว่าเป็นพระหลวงพ่อโสธร และทายถูกอีกเช่นกัน ต่อเนื่องอีก 2-3 ราย ก็ทายถูกหมด
เมื่อมาถึงรายที่ส่งมาจากจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นห่อขนาดใหญ่มาก เสี่ยเฮี้ยงต้องใช้เวลาคิดนาน และสงสัยว่าพระอะไรกันแน่ที่ห่อใหญ่ขนาดนี้
ลูกชายเห็นพ่อทายไม่ออกและไม่แน่ใจ จึงดีใจที่พ่อจะแพ้ และเฉลยว่าพ่อทายผิดแน่นอน เพราะของดีในกล่องนี้คือทุเรียนหมอนทองลูกเบ้อเริ่ม ลูกชายจึงได้ของไปตามกติกา เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ
สีกาอ่าง
