พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ จากวัดใหม่อมตรส โดย ก้อง พระสมเด็จ.
ประเทศไทยผ่านช่วงสงกรานต์ปี 64 ไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้สึกหดหู่
วันนี้ขอนำคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาให้ทุกท่านได้ไตร่ตรอง เพื่อเตือนสติให้ทำใจให้สงบ โดยกล่าวว่า “ความสุขง่ายๆ ที่เรามักมองข้าม คือการที่วันนี้เรายังกินได้ นอนหลับ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าโชคดีกว่าหลายคนแล้ว”--และขอเสริมว่า สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่าเพิ่งกังวลไปล่วงหน้า ขอแค่ทำให้วันนี้ดีที่สุด
มาดูพระเครื่องในสนามกันต่อ เริ่มที่พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ จากวัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิมพ์พระสมเด็จแท้จากกรุบางขุนพรหม ไม่เหมือนกับพิมพ์วัดระฆัง
เมื่อ “เสมียนตราด้วง” เสถียรโกเศศ มีความประสงค์จะสร้างพระพิมพ์เพื่อบรรจุในองค์พระเจดีย์ใหญ่ เพื่อทำบุญสืบอายุพระพุทธศาสนา จึงได้อาราธนาท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นประธานในพิธี สมเด็จฯ จึงได้มอบพิมพ์พระวัดระฆังฯ และพระสมเด็จวัดระฆังจำนวนหนึ่งให้ใช้สร้างพระเพื่อบรรจุเป็นพระต้นกรุ
เมื่อมีการเปิดกรุบางขุนพรหมอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงพบพระพิมพ์วัดระฆัง ๔ พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เจดีย์ พิมพ์เกศบัวตูม และพิมพ์ฐานแซม
นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์จากกรุวัดใหม่อมตรสอีก ๕ พิมพ์ ได้แก่ ๑. พิมพ์เส้นด้าย ๒. พิมพ์ปรกโพธิ์ ๓. พิมพ์สังฆาฏิ ๔. พิมพ์อกครุฑ
และ ๕. พิมพ์ฐานคู่ ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสกุลนี้ มีลักษณะโดดเด่นด้วยเส้นสายที่คมชัด พระพักตร์เล็กแหลม พระกรรณยาว วงพระกรเป็นเส้นกลมเล็ก พระอุระเป็นเส้นคู่บางคม พระเพลาเป็นเส้นขีดบางคม เช่นเดียวกับเส้นฐาน โดยเฉพาะชั้นกลางและชั้นล่างที่จับคู่กัน เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ฐานคู่
ซึ่งมีพิมพ์แยกย่อยออกเป็น ๒ แบบ คือ ๑. แบบฐานเปิด (ไม่มีเส้นปิดฐานล่างสุดด้านซ้าย) และ ๒. พิมพ์ฐานปิดที่มีเส้นปิดฐานทั้งซ้ายและขวา อย่างเช่นองค์นี้ของเสี่ยก้องพระสมเด็จ ซึ่งเป็นพระแท้ ดูง่าย สภาพสมบูรณ์สวยงามแบบเดิมๆ หายากมาก ในปัจจุบันราคาสูงถึงหลักล้าน
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ ๗ ชั้น นิยม A จากวัดไชโยวรวิหาร ของ จตุโชค สัยยะนิฐีองค์ที่สองคือพระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ นิยม A จากวัดไชโยวรวิหาร อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ของเสี่ยจตุโชค สัยยะนิฐี ซึ่งเป็นพระเครื่องระดับซุปตาร์ที่มีชื่อเสียง ปรากฏในหนังสือพระสมเด็จฯ เกือบทุกเล่ม เป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่องรุ่นเก่า และถูกยกย่องเป็นองค์ครู เนื่องจากมีความสมบูรณ์แบบทั้งฟอร์มทรงที่คมชัด พิมพ์พระที่ชัดเจนสม่ำเสมอทั่วองค์ เนื้อมวลสารแห้งแข็ง แสดงถึงความครบถ้วนของสูตร เรียกว่าเนื้อกระดูก ผิวพรรณสีขาวนวล สวยงามและมีพลัง
พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง จากกรุลานทุ่งเศรษฐี ของ โจ๊ก ลำพูนต่อมาเป็นพระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง จากกรุลานทุ่งเศรษฐี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สภาพเวอร์จิ้น แบบเคลียร์และคลีน ของเสี่ยโจ๊ก ลำพูน ที่มีความสมบูรณ์สวยงามแบบเดิมๆ ไม่ได้สวยเลิศ แต่สวยล้ำด้วยสภาพสึกกร่อนตามธรรมชาติ ไร้ร่องรอยการสัมผัส
พิมพ์พระคมชัด ตัดพิมพ์ชิด มีจุดตำหนิลี้ลับ คราบไขฝ้า รากรุ มวลสารผสม ให้พิจารณาอย่างครบถ้วน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือสีเนื้อแดงสด ซึ่งเป็นสีที่นิยมมาก หายากตั้งแต่โบราณ หากใครพร้อมจะเช่าบูชาก็ไม่ควรพลาด เพราะเป็นพระดี มีชื่อเสียงโด่งดัง
พระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์ปรกโพธิ์ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต) วัดระฆังฯ ของ โต T-cycle 52อีกหนึ่งรายการคือพระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์ปรกโพธิ์ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต เสนีย์วงศ์) วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นศิษย์สายเลือดสายตรง สร้างพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผงใบลานเผา ตามแบบอย่างท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขณะครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ในฐานาสมณศักดิ์พระพุทธบาทปิลันทน์ ก่อนจะรับตำแหน่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ต่อจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต)
มีพิมพ์พระที่สร้างขึ้นมากกว่า 20 พิมพ์ โดยองค์นี้ของเสี่ยโต T-cycle 52 เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ที่ได้รับความนิยมใช้แทนพระสมเด็จฯ เนื่องจากมีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายชิ้นฟัก
และมีความเชื่อว่าในเนื้อพระมีส่วนผสมของผงพุทธคุณ 5 ประการ ได้แก่ ปถมัง ตรีนิสิงเห อิธิเจ มหาราช และอิติปิโสฯ ของสมเด็จฯโต อยู่เป็นจำนวนมาก องค์ที่สวยงามและมีคราบกรุบางเบาแบบนี้ ถือเป็นพระแชมป์ที่มีราคาหลักแสน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมักกล่าวว่า ซื้อเท่าไรก็ได้กำไรเท่านั้น
พระพิมพ์ใหญ่ จากวัดรังษี ของ อิทธิ ชวลิตธำรงรายการต่อไปคือพระพิมพ์ใหญ่ จากวัดรังษีสุทธาวาส เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งวัดรังษีเป็นวัดโบราณฝ่ายมหานิกาย สร้างขึ้นก่อนวัดบวรนิเวศฯ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 วัดนี้ถูกโอนไปอยู่ในการปกครองของวัดบวรนิเวศฯ และในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดรังษีก็ถูกยุบรวมกับวัดบวรนิเวศฯ เป็นคณะบวรรังษี
ในสมัยนั้น พระธรรมกิติ (แจ้ง) เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ของวัดรังษี ซึ่งเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงด้านพุทธาคมเข้มขลัง ร่วมสมัยกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และมีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรฯ ได้จัดสร้างพระผงวัดรังษีขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2437
พระผงวัดรังษีมี 4 พิมพ์นิยมมาตรฐาน ได้แก่ 1. พิมพ์ใหญ่ ปางสะดุ้งมาร ฐานบัว เนื้อผงขาว 2. พิมพ์ใหญ่ ผงดำ 3. พิมพ์กลาง ผงขาว เข่าบ่วง เลข 8 ขวาง 4. พิมพ์เล็ก เนื้อผงขาว เข่าบ่วง เลข 8 ขวาง
ทุกพิมพ์มีทั้งแบบปิดทองและไม่ปิดทอง แต่วิธีการปิดทองของท่านคือการปิดทองในแม่พิมพ์ก่อนกดเนื้อพระ ทำให้พระที่พบมีทองติดองค์พระน้อย เพราะทองส่วนใหญ่หลุดล่อนไป
พระผงวัดรังษีมีประสบการณ์ด้านอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ด้านการคุ้มครองป้องกันและแคล้วคลาดจากภัยอันตราย จนมีคำกล่าวยกย่องมาตั้งแต่โบราณ ตามพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ที่กล่าวถึงของดีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ว่า “ผู้ใดมีพระวัดรังษี ชีวีไม่วอดวาย”
มีเรื่องเล่าว่า ตอนที่โจร 6 คนบุกปล้นธนาคารชาติ สาขาบางขุนพรหม ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในสมัยนั้น โจรเข้าใจผิดว่าธนาคารชาติเป็นที่เก็บเงินของแผ่นดิน แต่จริงๆ แล้วได้เงินไม่มาก และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับ โจรจึงโปรยเงินเพื่อสร้างความวุ่นวายและยิงปืนแหวกวงล้อม แต่สุดท้ายถูกจับได้ 3 คน และอีก 3 คนหนีไปได้ แต่ภายหลังก็เข้ามอบตัว
มีเรื่องอัศจรรย์เล่าขานกันว่า 2 ใน 3 คนของกลุ่มโจรได้เล่าให้ตำรวจฟังว่า พวกเขาบูชาพระวัดรังษีติดตัว ส่วนอีกคนใช้พระสามเหลี่ยมหน้าหมอนจากกรุวัดใหม่อมตรส และอาราธนาขอให้หลวงพ่อช่วยให้รอดพ้นจากการจับกุม โดยพวกเขาเดินสวนเจ้าหน้าที่ออกมาเฉยๆ โดยไม่ต้องหลบซ่อน เป็นเหตุให้วัยรุ่นในยุคนั้นนิยมแสวงหาพระเนื้อผงจากสองวัดนี้ นำมาเลี่ยมคล้องสายเชือกร่มแขวนคอติดลูกกระเดือก จนกลายเป็นแฟชั่น流行ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
เหรียญรุ่นแรก ยันต์สี่ 4 จุด เนื้อเงิน ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ จาก จตุโชค สัยยะนิฐีอีกหนึ่งสำนักคือเหรียญเนื้อเงินรุ่นแรก ยันต์สี่ 4 จุด พ.ศ. 2467 ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2 พิมพ์ของเหรียญรุ่นแรก พ.ศ. 2467 ที่ด้านหน้ามีบล็อกแม่พิมพ์เดียว
แต่ด้านหลังมีบล็อกแม่พิมพ์นิยมมาตรฐาน 2 บล็อก ได้แก่ บล็อก 3 จุด และบล็อก 4 จุด (นับจุดไข่ปลาในขอบด้านใต้ลายกนกด้านหลังทั้งสองข้าง) อย่างเหรียญนี้ ซึ่งหายากและมีจำนวนน้อย โดยเฉพาะเหรียญแท้ที่ดูง่าย สภาพสมบูรณ์สวยงามแบบแชมป์ ผิวเดิมไม่ผ่านการล้างหรือขัด อย่างเหรียญนี้ของเสี่ยจตุโชค สัยยะนิฐี
รูปเหมือนปั๊ม พิมพ์นิยม A เนื้อทองเหลือง ของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จากศูนย์พระเครื่องธนบุรีถัดไปเป็นรูปเหมือนปั๊ม พิมพ์นิยม A เนื้อทองเหลือง พ.ศ. 2482 ของพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นรูปเหมือนจำลองของพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ 2
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2482 พร้อมกับเหรียญรูปเหมือนรูปไข่ เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ท่านอายุครบ 82 ปี และพรรษา 60 โดยมีบันทึกว่าคุณประดิษฐ์ ลิ้มประยูร ศิษย์ใกล้ชิดและคณะเป็นผู้ดำเนินการสั่งปั๊มจากโรงงาน “ชโลกุล” กรุงเทพฯ
จำนวนการสร้างอยู่ที่หลักพันองค์ มีเนื้อโลหะ 2 ชนิด ได้แก่ เนื้อทองเหลืองและเนื้ออัลปาก้า (ช้อนส้อม) แม่พิมพ์พระมีหน้าหลังเพียงแม่พิมพ์เดียว แต่มีการแบ่งพิมพ์พระรูปเหมือนออกเป็น 4 แบบ คือ A-B-C-D ตามความแตกต่างของรายละเอียดในพิมพ์ ซึ่งเกิดจากการสึกกร่อนของแม่พิมพ์ที่ต้องรองรับแรงกระแทกจากเครื่องปั๊ม
องค์นี้เป็นพิมพ์นิยม A ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นพระที่ปั๊มในช่วงแรก แม่พิมพ์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย ทำให้องค์พระที่ออกมามีความคมชัดและสมบูรณ์กว่าทุกพิมพ์ องค์ที่สวยงามและสภาพเดิมๆ แบบนี้ของศูนย์พระเครื่องธนบุรี ปัจจุบันมีราคาสูงถึงหลักล้าน
รูปจำลองหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา 5 ชาย ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จาก “ต้า” ทักษิณ แสงประไพมาถึงองค์สุดท้ายคือรูปเหมือนจำลองหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา 5 ชาย ของหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ 1 และเป็นพระรูปเหมือนรุ่นแรกที่สร้างขึ้นพร้อมกับเหรียญจอบเล็ก โดยใช้วิธีการขึ้นหุ่น ถอดพิมพ์แบบประกบ (มีตะเข็บข้าง) และเทหล่อแบบโบราณด้วยเนื้อโลหะผสม
สามารถแยกพิมพ์ได้เป็นพิมพ์ 3 ชาย 4 ชาย และ 5 ชาย (นับจากเส้นชายจีวร) องค์นี้ของ “เสี่ยต้า” ทักษิณ แสงประไพ เป็นพระพิมพ์ 5 ชาย ที่มีสภาพสวยงามสมบูรณ์แบบ และเป็นพระหน้าใหม่ ซึ่งในยุคนี้หาได้ยากมาก ผู้รู้ประเมินราคาอย่างสมศักดิ์ศรีว่าอยู่ที่หลักล้านกลางๆ
ปิดท้ายด้วยการลุ้นเรื่องโควิดว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่ พร้อมกับเรื่องราวในร้านพระเครื่องภายในศูนย์พระใหญ่ ที่มีผู้คนนำพระเครื่องใส่กล่องมาเสนอขาย โดยค่อยๆหยิบออกมาให้เจ้าของร้านดูทีละองค์
องค์แรกคือพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ สภาพสึกหรอและลบเลือน พิมพ์พระเกือบมองไม่เห็น แต่เจ้าของร้านก็ยินดีเพราะเป็นพระแท้ที่ดูง่าย บอกว่าราคาองค์นี้อยู่ที่แค่แสนต้นๆ
เจ้าของพระได้ฟังแล้วแสดงความภูมิใจ พร้อมถามว่าไม่ใช่หลักล้านหรือ เจ้าของร้านจึงอธิบายอย่างใจเย็นว่า พระหลักล้านต้องสวยกว่านี้ พิมพ์พระต้องชัดเจนและสภาพเดิม ราคาหลักแสนนี้ถือว่ายุติธรรมตามสภาพพระ
เจ้าของพระทำหน้าเศร้าแล้วหยิบพระอีกองค์ส่งให้ เป็นพระซุ้มกอดำ พิมพ์ใหญ่ ไม่มีลายกนก พร้อมยิ้มอย่างภูมิใจและถามว่าองค์นี้สวยพอไหม พิมพ์พระชัดเจน มีหน้าตาเหมือนหูตากะพริบเลย เจ้าของร้านหยิบพระขึ้นดูโดยไม่ใช้กล้องแล้วยิ้มบอกว่า องค์นี้แท้และสวยจริง แต่ก็ขายได้แค่หลักแสนต้นๆเท่านั้น
เจ้าของพระได้ฟังแล้วร้องอ้าว ทำไมพระหลักยอดนิยม สวยขนาดนี้ยังขายได้แค่หลักแสน เจ้าของร้านยิ้มตอบแบบเดิมว่า พระหลักยอดนิยมจริง แต่ไม่สวยจริง เพราะเป็นพระที่นำเนื้อเก่าที่พิมพ์ลบเลือนมาแกะขึ้นพิมพ์ใหม่ มีคุณค่าแค่เนื้อ ราคาจึงอยู่แค่นี้
เห็นเจ้าของพระทำหน้าสับสน เซียนพระจึงเปรียบเทียบให้ฟังว่า พระที่ขึ้นพิมพ์ใหม่ก็เหมือนสาวที่สวยเพราะศัลยกรรม แม้ดูมีชีวิตชีวาแต่ก็สู้ความสวยแบบธรรมชาติไม่ได้
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย เจ้าของพระพยักหน้าเข้าใจและขอพระคืน บอกว่าจะไม่ขายแล้ว เพราะตั้งใจจะขายพระเพื่อนำเงินให้ภรรยาไปทำศัลยกรรม แต่เมื่อฟังราคาแล้วพบว่าได้เงินไม่พอ เพราะต้องทำทั้งหน้าและตัว --ไม่อย่างนั้นก็ต้องหาคนใหม่ที่สวยแบบธรรมชาติและมีชีวิตชีวา เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง
