
ตามความเชื่อดั้งเดิม การพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังมักเริ่มจากการตรวจสอบพิมพ์ทรง หากพิมพ์ถูกต้อง จึงค่อยตรวจสอบเนื้อหาว่าเก่าแก่เพียงพอหรือไม่ สรุปได้ว่า หากพิมพ์ถูกต้อง เนื้อก็ย่อมถูกต้องเช่นกัน
นิยามนี้ดูเหมือนว่า แบบพิมพ์มีความสำคัญมาก่อน ส่วนเนื้อหามาเป็นลำดับรอง
ครูตรียัมปวายได้ให้หลักไว้ว่า ทั้งพิมพ์และเนื้อมีความสำคัญเท่ากัน คำถามจากศิษย์รุ่นใหม่คือ การปลอมแปลงแบบพิมพ์หรือเนื้อแบบไหนใกล้เคียงของจริงมากกว่า ประสบการณ์ของเซียนรุ่นใหม่พบว่า การปลอมแปลงแบบพิมพ์ทำได้ใกล้เคียงมากกว่า
สำหรับเนื้อหา แม้จะมีความพยายามมากเพียงใด... ก็ยังไม่สามารถปลอมให้เก่าและเป็นธรรมชาติได้เหมือนเนื้อจริง
ในกรณีเช่นนี้ พระสมเด็จองค์ใดที่มีเนื้อหาเก่าแก่แท้จริง นุ่มหนึกซึ้งตาถึงขนาด แม้ว่าเส้นสายลายพิมพ์อาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่หากศิลปะยังคงเค้าโครงเดิมตามแบบครูช่าง
ครูช่างทองราชสำนัก หลวงวิจารณ์เจียรนะ อาจสามารถตัดสินได้ว่าเป็นพระแท้
หากใช้หลักการพิจารณาจากเนื้อพระแท้เป็นหลัก...บทเรียนในวันนี้ จะเริ่มต้นด้วยพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์ที่อยู่ในคอลัมน์
เนื้อละเอียดนุ่มเป็นพิเศษ มีมวลสารชิ้นเล็กๆ ก้อนขาว กากดำ เม็ดแดงผสมผสานกัน...สีขาวขุ่นอมเหลือง คล้ายสีนมข้น ผิวบางแนบเนื้อ ที่เรียกว่าผิวเยื่อหอม
ทฤษฎีตรียัมปวาย เรียกเนื้อนี้ว่าเนื้อเกสรดอกไม้ ซึ่งอยู่ในสภาพสึกช้ำแต่ยังคงความงดงาม
พื้นผิวด้านหน้าและด้านหลังเต็มไปด้วยหลุมร่อง รอยยุบ และรอยแยกกระจายทั่วทั้งองค์ พระสภาพนี้จึงตัดสินได้ทันทีว่าเป็นพระแท้ ดูง่าย ไม่ต้องสงสัย
เมื่อมั่นใจได้ว่าเป็นพระแท้แล้ว ขั้นต่อไปคือการพิจารณาเส้นสายลายพิมพ์ ในสี่พิมพ์ของครู ได้แก่ พิมพ์เขื่อง พิมพ์ชะลูด พิมพ์สันทัด และพิมพ์ย่อม โดยขนาดองค์นี้จัดอยู่ในพิมพ์ย่อม
จุดเด่นที่สะดุดตา...อยู่ที่ส่วนพระเกศ...ซึ่งมีความแปลกตาแตกต่างจากพิมพ์อื่นๆ ที่มีเส้นเรียว
พิมพ์นี้แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงฐานเป็นหย่อมกระหม่อมที่เรียกว่าพระเมาลีค่อนไปทางสูง (ต่างจากพิมพ์เกศบัวตูมที่หย่อมกระหม่อมไปทางกว้าง) ต่อด้วยส่วนพระเกศแบบบัวตูม ที่ดูคล้ายสะบัดพริ้วไปชนซุ้ม
ส่วนพระเกศนี้ เป็นสูตรแม่พิมพ์ของตรียัมปวาย...ที่กล่าวไว้ว่า พิมพ์ทรงเจดีย์นี้มีกระหม่อมพระเมาลีที่สวยงามที่สุด ยิ่งกว่าหย่อมกระหม่อมพระเมาลีของพิมพ์เกศบัวตูมเสียอีก
กระหม่อมพระเมาลีลักษณะนี้ปรากฏชัดเจนในองค์หนึ่งที่อยู่ในหนังสือภาพพระเครื่องของวงการ ซึ่งเป็นเจดีย์พิมพ์ชะลูด
สามารถสรุปได้ว่า นี่คือพระเกศบัวตูมที่กดพิมพ์ได้ลึกและชัดเจน ในขณะที่องค์อื่นๆ ที่ใช้แม่พิมพ์เดียวกัน กดพิมพ์ออกมาเห็นเป็นเส้นหนา ซึ่งเรียกว่าพระเกศปลีเท่านั้น
อย่าลืมว่า ธรรมชาติของเนื้อปูนเปลือกหอยผสมน้ำมันตังอิ้ว ขณะกดลงแม่พิมพ์ยังมีความเหนียวและเปียก ทำให้เกิดแรงดึงดูดเมื่อยกแม่พิมพ์ขึ้น การติดลึกมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับตัวแปรขณะเนื้อหมาดจนแห้ง...เส้นสายที่กดติดก็จะยุบลงไปอีก
จึงมีเพียงไม่กี่องค์ที่ยังคงเห็นหย่อมกระหม่อมพระเมาลีต่อกับช่วงพระเกศ
นี่เป็นกรณีเดียวกันกับเส้นร่องอก เส้นสังฆาฏิ และเส้นขอบจีวรที่พาดเลยไปชนรักแร้ขวาขององค์พระ นึกถึงทรงเจดีย์องค์เจ๊แจ๋ว ที่มีการพูดถึงราคาประเมินไว้ที่สองร้อยล้าน
หากพบองค์ที่เห็นพระเกศแบ่งเป็นสองช่วงต่อกัน อย่างองค์ในคอลัมน์นี้ ก็ถือเป็นองค์ครูที่ควรเก็บไว้ เพราะยังพบเห็นได้น้อยในวงการพระเครื่อง หรือในกลุ่มเซียนซื้อเซียนขาย
ปัญหาของผู้ที่ชื่นชอบพระสมเด็จในปัจจุบัน คือมีผู้ศรัทธาอยากได้พระสมเด็จมาก แต่มีคนที่รู้จักและเข้าใจพระสมเด็จอย่างแท้จริงน้อยลง ยิ่งเมื่อมีพระปลอมฝีมือดีเข้ามามาก ก็ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้น
ท่านเจ้าคุณธรรมถาวร (ช่วง) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆัง เคยเป็นสามเณรในสมัยที่สมเด็จพุฒาจารย์โตสิ้น ท่านได้หยิบพระจากหอสวดมนต์แจกจ่ายให้ชาวบ้านตลอดเจ็ดวัน คาดว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่าสามหมื่นองค์
พระสมเด็จวัดระฆังที่ปรากฏในตลาดซื้อขายวันนี้ หากนับรวมทั้งหมด ก็ยังไม่ถึงห้าพันองค์
โอกาสที่จะพบพระสมเด็จแท้ยังมีอยู่ เพียงแค่ต้องมีอินทรีย์ที่แข็งแกร่ง ฝึกสายตาและปัญญาจนรู้จักพระสมเด็จอย่างแท้จริง ไม่ช้าไม่นานก็จะพบพระองค์ที่ใช่สักองค์
พลายชุมพล
