ชุดนักเรียน คือเครื่องแบบที่รัฐบาลกำหนดให้ผู้เรียนในระบบการศึกษาสวมใส่ หากนับจากพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียนฉบับแรกในปี พ.ศ.2482 ชุดนักเรียนไทยจะมีอายุ 84 ปี แต่ถ้านับตั้งแต่เริ่มมีการสวมใส่ไปโรงเรียนครั้งแรกของเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นบุตรหลานข้าราชการหรือประชาชน ก็มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปีแล้ว
ประวัติและความเป็นมาของชุดนักเรียน
ในสังคมไทย ชุดนักเรียนเป็นเครื่องแบบที่สงวนไว้สำหรับนักเรียนโดยเฉพาะ เนื่องจากมีกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ยุคเริ่มต้นการศึกษา ว่าผู้ใดไม่มีสิทธิ์สวมใส่เครื่องแบบนักเรียนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในอดีตมีโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท แต่ปัจจุบันบริบทสังคมเปลี่ยนไป มาร่วมย้อนรอยประวัติและวิวัฒนาการของชุดนักเรียนไทยในแต่ละยุคสมัย
จากชุดนักเรียน ม.ปลาย สู่การเป็นชุดคอสเพลย์ชุดนักเรียนไทยในประเทศจีน

เสี่ยวจวี หรือ จวี จิ้งอี นักร้องและนักแสดงชาวจีน อดีตสมาชิกวง SNH48 ผู้โด่งดังจากบทบาทนางพญางูขาว ได้สั่งปักชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยบนชุดนักเรียน ม.ปลาย ถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดียพร้อมถ่ายรูปกับสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ กลายเป็นกระแสไวรัลและได้รับความนิยมในการสวมชุดนักเรียนไทยท่องเที่ยวในเมืองไทย
ชุดนักเรียนไทย ควรสงวนไว้สำหรับนักเรียนจริงๆ หรือสามารถใช้คอสเพลย์ได้?
เพื่อรักษาวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีของสังคม ประเทศไทยมีกฎหมายที่ควบคุมการสวมชุดนักเรียนให้สงวนไว้สำหรับนักเรียนเท่านั้น เพื่อป้องกันการนำชุดนักเรียนไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงขอรับบริจาคหรือการสร้างภาพปลอมเพื่อสมัครงาน
โทษของการสวมชุดนักเรียนโดยไม่ใช่ผู้เรียน ได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 มาตรา 7 ว่า ผู้ใดสวมเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีสิทธิ์ หรือแต่งกายเลียนแบบเครื่องแบบนักเรียน เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นนักเรียน จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
แต่การสวมชุดนักเรียนเพื่อการแสดง โดยไม่มีการหลอกลวงหรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าเป็นนักเรียน ไม่เข้าข่ายต้องเสียค่าปรับ จึงเป็นที่นิยมในการใช้ชุดนักเรียน ม.ปลาย เป็นธีมในงานปาร์ตี้หรือเทศกาลต่างๆ รวมถึงดาราและคนดังในไทยก็เคยใช้ชุดนักเรียนเป็นธีมงานเลี้ยง
เรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุดนักเรียนไทยจากบันทึกของคนยุคก่อน
จากบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการสวมเครื่องแบบนักเรียน มีการกล่าวถึงในหนังสือ เกิดวังปารุสก์ ซึ่งเป็นผลงานนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยพระบิดาของพระองค์ได้บันทึกภาพขณะทรงสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่สั่งตัดพิเศษเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโรงเรียนมหาดเล็กรักษาพระองค์ในเขตพระนคร พระองค์ก็ทรงศึกษาเป็นเวลา 4 ปี
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงสวมชุดมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในโรงเรียนนายร้อยชั้นประถมชุดมหาดเล็กรักษาพระองค์ของโรงเรียนนายร้อยชั้นประถม ถือเป็นต้นแบบของชุดนักเรียนนายร้อยและเครื่องแบบราชปะแตนที่ใช้ในโรงเรียนทหารจนถึงปัจจุบัน
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงสวมชุดมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในโรงเรียนนายร้อยชั้นประถมพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงสวมชุดนักเรียนโรงเรียนนายร้อยชั้นประถม คาดว่าในช่วงอายุ 7-11 ปี ก่อนจะเสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศเมื่อพระชนมายุ 13 ปี
ประวัติของชุดนักเรียนไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ชุดนักเรียนโรงเรียนทหาร ชุดนักเรียนโรงเรียนรัฐบาล และชุดนักเรียนโรงเรียนเอกชน
เมื่อพูดถึงชุดนักเรียนที่คนทั่วไปคุ้นเคย สามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น ชุดนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ชุดนักเรียนคอนแวนต์ ชุดพละศึกษา และชุดลูกเสือ-เนตรนารีหรือยุวกาชาด
ลำดับเวลาการก่อตั้งโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทย
โรงเรียนที่ก่อตั้งก่อนพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2482
พ.ศ.2395 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (โรงเรียนเอกชน)
พ.ศ.2411 โรงเรียนทหารสราญรมย์ ซึ่งต่อมาคือโรงเรียนมหาดเล็ก และโรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนหลวง)
พ.ศ.2424 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (โรงเรียนรัฐบาล)
พ.ศ.2428 โรงเรียนเทพศิรินทร์ (โรงเรียนรัฐบาล), โรงเรียนอัสสัมชัญ (โรงเรียนเอกชน)
พ.ศ.2447 โรงเรียนราชินี (โรงเรียนหลวง)
พ.ศ.2468 โรงเรียนมาแตร์เดอี (โรงเรียนหลวง)

เมื่อศึกษาประวัติโรงเรียนเก่าแก่ก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2482 จะพบว่าชุดนักเรียนไทยในยุคนั้นมีความแตกต่างกันไปตามกฎเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน ดังนี้
1. ชุดนักเรียนทหารและชุดนักเรียนนายร้อย
เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทหาร เครื่องแบบจึงมีความเป็นทางการและถือเป็นต้นแบบของชุดราชปะแตน นักเรียนทหารในอดีตส่วนใหญ่เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ทำให้ชุดนักเรียนมีลักษณะทางการและมีราคาสูง
2. ชุดนักเรียนชายกางเกงสีกากี และชุดนักเรียนหญิงกระโปรงพลีทสีน้ำเงิน
ชุดนักเรียนของโรงเรียนรัฐบาลมีลักษณะคล้ายกับชุดนักเรียนทรงกะลาสีของต่างประเทศ แต่มีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสรีระของคนไทย รวมถึงใช้เนื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดีและมีราคาไม่สูงนัก โดยเสื้อเป็นสีขาว ส่วนกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีน้ำเงิน
ชุดลูกเสือและเนตรนารี

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดตั้งกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครในช่วงสงครามโลก เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม เรียกว่า “ลูกเสือ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชุดลูกเสือ-เนตรนารีในปัจจุบัน โดยเพิ่มเติมหมวก ผ้าพันคอ และป้ายกิจกรรมต่างๆ เข้าไปในชุดนักเรียน สำหรับลูกเสือมัธยมจะสวมเสื้อกางเกงสีกากี ส่วนเนตรนารีใช้ชุดผ้าสีเขียว
3. ชุดนักเรียนคอนแวนต์
โรงเรียนเอกชนในอดีตที่แบ่งเป็นโรงเรียนชายล้วนและหญิงล้วน มักใช้เสื้อนักเรียนสีขาวเหมือนโรงเรียนรัฐบาล แต่กระโปรงและกางเกงจะเป็นสีแดง ส่วนชุดนักเรียนหญิงระดับมัธยมปลายมักเป็นเสื้อแขนยาวติดกระดุม
ชุดนักเรียนไทย จากประวัติ 131 ปี สู่กระแสคอสเพลย์ในจีน
หากนับประวัติชุดนักเรียนไทยตั้งแต่เริ่มมีการสวมเครื่องแบบไปโรงเรียนครั้งแรก จะมีอายุถึง 131 ปี แต่ถ้านับตามกฎหมายที่คุ้มครองการสวมชุดนักเรียน ชุดนักเรียนไทยจะมีประวัติ 84 ปี การสวมชุดนักเรียนจึงเป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทยและกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ
พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2482 กับการเริ่มต้นคุ้มครองชุดนักเรียน
พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2482 เป็นกฎหมายฉบับแรกที่กำหนดโทษสำหรับผู้สวมเครื่องแบบนักเรียนเพื่อหลอกให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าเป็นนักเรียน โดยมีโทษปรับสูงสุดสองร้อยบาท เนื้อหาสำคัญของกฎหมายมีดังนี้
“มาตรา 5 ผู้ใดไม่มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบนักเรียนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่บังอาจสวมเครื่องแบบหรือแต่งกายเลียนแบบเครื่องแบบนักเรียน หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าว เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นนักเรียน ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท”
พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 การปรับปรุงชุดนักเรียนให้ทันสมัย
ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป การใส่ชุดนักเรียนกลายเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้น บางพื้นที่ที่ห่างไกลจากศูนย์กลาง รวมถึงสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งร้อนและหนาว รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน ทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องผ่อนปรนกฎบางอย่าง เช่น การอนุญาตให้ใส่ถุงเท้ายาวหรือสั้นได้ตามความต้องการ แต่ยังคงยืนยันว่าชุดนักเรียนเป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับนักเรียนเท่านั้น



ชุดนักเรียนไทย vs ชุดนักเรียนญี่ปุ่น แบบไหนได้รับความนิยมในการแต่งคอสเพลย์มากกว่ากัน
เมื่อเปรียบเทียบชุดนักเรียนไทยกับชุดนักเรียนญี่ปุ่น ในแง่ของการแต่งกาย พบว่าในญี่ปุ่น การสวมชุดนักเรียนเพื่อคอสเพลย์ตามสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเรื่องปกติ ชุดนักเรียนญี่ปุ่นมีความน่ารัก และผู้ชายก็มักสวมใส่เพื่อถ่ายรูปในงานอีเวนต์ต่างๆ ส่วนชุดนักเรียนไทยไม่ค่อยมีคนซื้อไปใส่ถ่ายรูปเล่น เพราะราคาต่อชุดค่อนข้างสูง เกือบพันบาท
เมื่อนึกถึงชุดนักเรียน ก็ต้องนึกถึงบางลำพู
Q : ทำไมคนสมัยก่อนเมื่อนึกถึงชุดนักเรียน ต้องมาที่บางลำพู
A : บางลำพูไม่เพียงเป็นแหล่งขายเสื้อผ้าแฟชั่นสำคัญในเขตพระนคร แต่ยังเป็นตลาดดั้งเดิมที่อยู่ใกล้กับวัง ที่นี่มีร้านขายเครื่องแบบต่างๆ ข้าราชการมักมาซื้อชุดราชปะแตนและสั่งตัดรองเท้าหนังจากร้านดังในย่านนี้ เมื่อลูกหลานเข้าโรงเรียน ร้านเหล่านี้ก็ปรับตัวมาทำชุดนักเรียนให้ลูกหลานข้าราชบริพารได้ใส่ไปโรงเรียน ผ้าสีขาวที่ใช้ตัดชุดนักเรียนบางชุดมีราคาหลักพันบาทเลยทีเดียว
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชุดนักเรียน
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2482
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2551
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผู้ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือย่อมรู้สึกภาคภูมิใจในการสวมชุดนักเรียน เพราะเป็นการสืบทอดประเพณีทางการศึกษาของสถาบัน อย่างไรก็ตาม ในยุคสมัยใหม่ เครื่องแบบนักเรียนอาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามความสะดวกและความจำเป็นบางประการ ที่ควรเปิดโอกาสให้เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล สุดท้ายนี้ หากใครจะนำชุดนักเรียนไปใช้ในการคอสเพลย์ก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่ควรระวังไม่นำไปใช้เพื่อหลอกลวงผู้อื่นว่าเป็นนักเรียนของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นตามมา
อ้างอิง :
